"แทสเมเนียนเดวิล" ปีศาจนักล่าตัวน้อย สัญลักษณ์แห่งเกาะแทสเมเนีย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"แทสเมเนียนเดวิล" ปีศาจตัวน้อยผู้ออกล่ายามค่ำคืน สัญลักษณ์แห่งเกาะแทสเมเนียของออสเตรเลีย อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์จากโรค Devil Facial Tumour Disease หรือ DFTD

หากพูดถึงสัตว์ที่มีเสียงร้องน่ากลัวที่สุดชนิดหนึ่งของโลก หลายคนอาจนึกถึง "แทสเมเนียนเดวิล" (Tasmanian Devil) สัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องขนาดเล็กจากออสเตรเลีย ที่ขึ้นชื่อเรื่องนิสัยดุ เสียงร้องโหยหวน และแรงกัดทรงพลัง

แม้ชื่อจะมีคำว่า "เดวิล" หรือ "ปีศาจ" แต่ความจริงนั้นกลับตรงกันข้าม แทสเมเนียนเดวิลไม่ใช่สัตว์อันตรายต่อมนุษย์เหมือนในภาพจำจากการ์ตูนหรือภาพยนตร์ พวกมันคือสัตว์ป่าที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศ และกำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่จากโรคร้ายที่ทำให้ประชากรลดลงอย่างหนักในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา

สัญลักษณ์แห่งเกาะแทสเมเนีย

แทสเมเนียนเดวิล เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีกระเป๋าหน้าท้อง (Marsupial) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sarcophilus Harrisii พวกมันถือเป็นสัตว์กินเนื้อมีกระเป๋าหน้าท้องที่ใหญ่ที่สุดในโลก หลังจากการสูญพันธุ์ของเสือแทสเมเนียหรือ Thylacine ปัจจุบัน แทสเมเนียนเดวิลพบได้ตามธรรมชาติเฉพาะบนเกาะแทสเมเนียของออสเตรเลียเท่านั้นข้อมูลจากทางการรัฐแทสเมเนียระบุว่า สัตว์ชนิดนี้กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญด้านการอนุรักษ์ของเกาะแทสเมเนีย

แทสเมเนียนเดวิล

ทำไมถูกเรียกว่า "ปีศาจ"

ชื่อ แทสเมเนียนเดวิล มาจากพฤติกรรมและเสียงร้องของมัน เมื่อรู้สึกถูกคุกคาม หรือกำลังแย่งอาหาร พวกมันจะส่งเสียงคำราม กรีดร้อง แยกเขี้ยว หรือส่งเสียงคล้ายกรีดร้องตอนกลางคืน ทำให้นักล่าและผู้ตั้งถิ่นฐานยุคแรกมองว่าเสียงเหล่านี้ฟังดูเหมือนปีศาจ

ลักษณะจำเพาะของแทสเมเนียนเดวิล ตัวเล็กแต่แข็งแรงมาก แม้หลายคนจะคิดว่าแทสเมเนียนเดวิลมีขนาดใหญ่ แต่จริง ๆ แล้วพวกมันมีขนาดประมาณสุนัขตัวเล็ก ข้อมูลทั่วไปของตัวเต็มวัย ได้แก่ ความยาวลำตัวประมาณ 57-65 เซนติเมตร ความยาวหางราว 24-26 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 6-14 กิโลกรัม ตัวผู้มักมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย

แทสเมเนียนเดวิลมีขนสีดำเป็นหลัก และมักมีแถบสีขาวบริเวณอกหรือสะโพก ลักษณะนี้ทำให้พวกมันดูโดดเด่นมากในเวลากลางคืน จุดเด่นสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือ แรงกัด แทสเมเนียนเดวิลมีแรงกัดสูงมากเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว จนสามารถบดกระดูกได้ พวกมันสามารถกินได้เกือบทั้งตัวของเหยื่อ รวมถึงกระดูก ขน และหนัง ทำให้เหยื่อของพวกมันแทบไม่เหลือซากตกค้างในธรรมชาติ

แทสเมเนียนเดวิล

ปีศาจตัวน้อยผู้ออกล่ายามค่ำคืน

แทสเมเนียนเดวิลส่วนใหญ่ออกหากินในเวลากลางคืน ช่วงกลางวัน พวกมันมักพักอยู่ในโพรงไม้ ถ้ำเล็ก พุ่มไม้หนา เป็นทั้งนักล่าและสัตว์กินซาก แม้แทสเมเนียนเดวิลจะล่าสัตว์ขนาดเล็กได้ แต่พวกมันขึ้นชื่อในฐานะสัตว์กินซาก อาหารของมันได้แก่ ซากสัตว์ นก แมลง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก และสัตว์เลื้อยคลาน

เวลาหลายสัตว์รวมตัวกันกินซากเดียว พวกมันมักส่งเสียงดังและกัดกันเพื่อแย่งอาหาร ภาพเหล่านี้เองที่ทำให้แทสเมเนียนเดวิลถูกมองว่าดุร้าย แทสเมเนียนเดวิลอาศัยอยู่ในหลายสภาพแวดล้อมของเกาะแทสเมเนีย เช่น ป่าโปร่ง ป่ายูคาลิปตัส พื้นที่พุ่มไม้ พื้นที่ภูเขา พื้นที่ชนบท พวกมันสามารถปรับตัวได้ดี และบางครั้งพบใกล้พื้นที่มนุษย์อาศัยด้วย

แทสเมเนียนเดวิล

"โรค DFTD" ทำปีศาจตัวน้อยใกล้สูญพันธุ์

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้แทสเมเนียนเดวิลกลายเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ คือ โรคที่เรียกว่า Devil Facial Tumour Disease (DFTD) โรคนี้เป็นมะเร็งชนิดติดต่อได้ ซึ่งทำให้เกิดก้อนเนื้อบริเวณใบหน้าและปาก เมื่อโรคลุกลาม สัตว์จะกินอาหารไม่ได้และตายในที่สุด สิ่งน่ากลัวคือ โรคนี้แพร่จากตัวหนึ่งสู่อีกตัวผ่านการกัดกัน ซึ่งเป็นพฤติกรรมปกติของแทสเมเนียนเดวิล

ข้อมูลจาก National Geographic ระบุว่า โรคนี้ทำให้ประชากรแทสเมเนียนเดวิลบางพื้นที่ลดลงอย่างรุนแรง โดยปัจจุบัน แทสเมเนียนเดวิลถูกจัดอยู่ในสถานะ Endangered หรือ ใกล้สูญพันธุ์ แม้ยังไม่ถึงระดับ Critically Endangered แต่หลายฝ่ายยังคงกังวล เพราะโรค DFTD ยังคงเป็นภัยคุกคามสำคัญ หน่วยงานอนุรักษ์หลายแห่งจึงพยายามเพาะขยายพันธุ์ สร้างประชากรสำรอง วิจัยภูมิคุ้มกันโรค และฟื้นฟูประชากรในธรรมชาติ

ที่มา: National Geographic / Tasmanian Government / WWF / iNaturalist

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ