ในป่าฝนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีสัตว์ชนิดหนึ่งที่หลายคนเห็นครั้งแรกมักสงสัยว่า มันคือ "หมี" หรือ "แมว" กันแน่ สัตว์ชนิดนั้นคือ บินตุรง หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ "หมีขอ"
แม้จะมีชื่อภาษาอังกฤษที่เรียกกันว่า Bearcat ซึ่งแปลตรงตัวว่า แมวหมี แต่จริง ๆ แล้ว หมีขอไม่ใช่ทั้งหมีและแมว มันคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์ชะมด (Viverridae) ที่มีรูปร่าง หน้าตา และพฤติกรรมเป็นเอกลักษณ์มากที่สุดชนิดหนึ่งของเอเชีย สิ่งที่ทำให้หมีขอโด่งดังไปทั่วโลก คือ กลิ่นตัวคล้ายพ็อปคอร์น ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
"หมีขอ" ชื่อนี้ได้แต่ใดมา?
หมีขอ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดกลาง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Arctictis Binturong พบได้ในหลายประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม รวมถึงบางพื้นที่ของอินเดียและจีนตอนใต้
ในประเทศไทย สามารถพบหมีขอได้ตามป่าดิบชื้นหลายแห่ง รวมถึงพื้นที่อนุรักษ์ทางภาคใต้ เช่น อุทยานแห่งชาติเขาสก โดยชื่อ หมีขอ มาจากลักษณะภายนอกของมัน คือ ตัวค่อนข้างใหญ่และขนฟูคล้ายหมี มีเล็บโค้งยาวคล้าย ขอ สำหรับเกาะต้นไม้ ขณะที่ชื่อ บินตุรง มาจากภาษาท้องถิ่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สัตว์ป่าที่มาพร้อมกลิ่น "พ็อปคอร์นทาเนย"
หนึ่งในเรื่องที่ทำให้หมีขอกลายเป็นสัตว์ไวรัลในโลกออนไลน์ คือ กลิ่นตัวของมัน โดยข้อมูลจาก สถาบันสมิธโซเนียน ระบุว่า ปัสสาวะของหมีขอมีกลิ่นคล้ายพ็อปคอร์นทาเนย สาเหตุเกิดจากสารประกอบเคมีชื่อ 2-AP (2-acetyl-1-pyrroline) ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกับที่ทำให้ข้าวโพดคั่วมีกลิ่นหอม ซึ่งหมีขอใช้กลิ่นนี้ในการสื่อสาร บอกอาณาเขต และส่งสัญญาณถึงตัวอื่น
จุดเด่นสำคัญมากของหมีขอคือ หาง หมีขอเป็นสัตว์ไม่กี่ชนิดในโลกเก่าที่มีหางจับกิ่งไม้ได้ หรือ prehensile tailหางของมันแข็งแรงมาก และช่วยในการทรงตัว ปีนต้นไม้ และเกาะกิ่งไม้ มีขนสีดำหยาบและหนา บางตัวอาจมีปลายขนสีเงินหรือเทา พวกมันมีหนวดยาวและดวงตากลมโต ซึ่งช่วยในการใช้ชีวิตกลางคืน
ข้อมูลทั่วไปของตัวเต็มวัย ได้แก่ ความยาวลำตัวประมาณ 60–95 เซนติเมตร ความยาวหางเกือบเท่าลำตัวน้ำหนักประมาณ 9–20 กิโลกรัม ตัวเมียมักมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้เล็กน้อย
ออกหากินเวลากลางคืน
หมีขอส่วนใหญ่ออกหากินในเวลากลางคืน ช่วงกลางวันมักพักอยู่บนต้นไม้สูงหรือในพื้นที่ร่ม พวกมันใช้เวลาส่วนใหญ่บนต้นไม้ และสามารถเคลื่อนที่ตามกิ่งไม้ได้คล่องแคล่ว แม้รูปร่างจะดูอุ้ยอ้าย แต่หมีขอสามารถปีนต้นไม้ได้ดีมาก โดยหมีขอมักใช้ชีวิตลำพัง ยกเว้นช่วงผสมพันธุ์หรือเลี้ยงลูกพวกมันสื่อสารกันด้วยกลิ่น เสียงร้อง และท่าทาง
แม้จะอยู่ในกลุ่มสัตว์กินเนื้อ แต่หมีขอเป็นสัตว์กินได้หลากหลายมาก อาหารของมัน ได้แก่ ผลไม้ มะเดื่อ ไข่นกแมลง นก สัตว์เล็ก และปลา โดยผลไม้ถือเป็นอาหารสำคัญมาก หมีขอมีบทบาทสำคัญในการกระจายเมล็ดพันธุ์ในป่าฝนโดยเฉพาะเมล็ดของต้นมะเดื่อ ซึ่งเป็นพืชสำคัญต่อระบบนิเวศป่าเขตร้อน
มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์
หมีขออาศัยอยู่ในป่าดิบชื้น ป่าฝนเขตร้อน ป่าภูเขา และพื้นที่ป่าที่มีต้นไม้หนาแน่น พวกมันต้องพึ่งพาป่าไม้ค่อนข้างมาก เพราะใช้ชีวิตบนต้นไม้เป็นหลัก ปัจจุบัน หมีขอถูกจัดให้อยู่ในสถานะ Vulnerable หรือ มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ โดยมีภัยคุกคามสำคัญ ได้แก่ การตัดไม้และขยายพื้นที่เกษตร ทำให้ถิ่นอาศัยลดลงต่อเนื่อง, บางพื้นที่มีการจับหมีขอไปขายเป็นสัตว์เลี้ยงหรือใช้ประโยชน์อื่น ขณะที่หมีขอบางส่วนเสียชีวิตจากกับดักหรือถูกรถชนในพื้นที่ใกล้ชุมชน
ที่มา: อุทยานแห่งชาติเขาสก / SMITHSONIAN'S NATIONAL ZOO & CONSERVATION BIOLOGY INSTITUTE / National Geographic