หลายปีก่อน ในกิจกรรมศิลปะบำบัดที่ผมเป็นผู้นำกระบวนการ มีผู้เข้าร่วมคนหนึ่งเป็นผู้บริหารระดับกลางขององค์กรขนาดใหญ่
หากมองจากภายนอก เขาคือคนที่หลายคนอาจอิจฉา
มีตำแหน่งงานที่มั่นคง มีรายได้ดี มีครอบครัว มีบ้าน มีรถ และมีชีวิตที่ดูประสบความสำเร็จ
แต่เมื่อกิจกรรมเริ่มต้นขึ้น เขากลับพูดประโยคหนึ่งที่ทำให้ผมหยุดคิด
"ทำไมวันหนึ่งของผมมีแต่เวลาทำงานกับนอน”
วันนั้นเราไม่ได้เริ่มต้นด้วยการพูดคุย แต่เริ่มจากการสำรวจตนเองผ่านสี เส้น และสัญลักษณ์
เมื่อกิจกรรมจบลง เขานั่งมองผลงานของตัวเองอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพูดขึ้นมาอีกครั้ง
"ผมเพิ่งรู้ว่าผมไม่ได้ทำอะไรสนุก ๆ เพื่อตัวเองมาหลายปีแล้ว"
วันนั้นกิจกรรมที่ผมให้ทุกคนทำ รวมถึงผู้บริหารท่านนี้ เป็นกิจกรรมที่ผมผสมผสานการวาดภาพง่าย ๆ กับแนวคิดเกี่ยวกับระบบประสาทวิทยาศาสตร์ที่เรียบง่าย แต่ทรงพลังอย่างยิ่ง มีชื่อว่า Healthy Mind Platter หรือที่ผมชอบเรียกว่า "จานอาหารของสมอง"
ย้อนกลับไปเมื่อกว่าสิบปีก่อน ขณะที่สหรัฐอเมริกากำลังรณรงค์เรื่อง My Plate หรือ "จานอาหารสุขภาพ" สำหรับประชาชน นักประสาทวิทยา Daniel J. Siegel และ David Rock ได้ตั้งคำถามที่น่าสนใจว่า "หากร่างกายต้องการอาหารที่สมดุล แล้วสมองล่ะ...ควรได้รับอะไรจึงจะทำงานได้ดีที่สุด?"
คำถามนี้นำไปสู่การพัฒนาแนวคิด Healthy Mind Platter ซึ่งเผยแพร่ใน NeuroLeadership Journal โดยเสนอว่า สมองของมนุษย์ไม่ได้ต้องการเพียงการเรียนรู้หรือการทำงานหนัก แต่ต้องการ "กิจกรรม" หลายรูปแบบที่ช่วยหล่อเลี้ยงการทำงานของสมองและจิตใจให้สมดุล แม้จะไม่ใช่ตำราที่กำหนดว่าต้องใช้เวลากี่นาทีในแต่ละกิจกรรม แต่แนวคิดนี้ช่วยให้เรามองเห็นว่า ชีวิตที่สมดุลไม่ได้เกิดจากการทำงานเก่งเพียงอย่างเดียว หากเกิดจากการดูแลสมองในหลายมิติพร้อมกัน
7 กิจกรรม จานอาหารของสมอง มีอะไรบ้าง
Sleep Time — เวลาของการนอนหลับ
แม้จะดูธรรมดา แต่การนอนหลับคือหนึ่งในอาหารที่สำคัญที่สุดของสมอง ระหว่างที่เราหลับ สมองกำลังจัดเก็บความทรงจำ ซ่อมแซมระบบต่าง ๆ และเตรียมพร้อมสำหรับวันใหม่ การอดนอนเรื้อรังจึงไม่ต่างจากการพยายามใช้งานโทรศัพท์ทั้งวัน ทั้งที่แบตเตอรี่เหลือเพียง 5%
Connecting Time — เวลาของความสัมพันธ์
มนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้ชีวิตเพียงลำพัง การพูดคุย รับฟัง หัวเราะ หรือใช้เวลากับคนที่มีความหมาย ล้วนเป็นอาหารสำคัญของสมองและหัวใจ ในยุคที่เราส่งข้อความหากันได้ตลอดเวลา สิ่งที่หลายคนขาดอาจไม่ใช่การสื่อสาร แต่คือ การเชื่อมโยง กันอย่างแท้จริง
ทุกครั้งที่ร่างกายเคลื่อนไหว สมองก็ได้รับประโยชน์ไปพร้อมกัน การเดิน วิ่ง ว่ายน้ำ เต้น หรือเล่นโยคะ ไม่ได้ดูแลเพียงกล้ามเนื้อ แต่ยังช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ลดความเครียด และเสริมสร้างการเรียนรู้ บางครั้ง การลุกขึ้นเดินเพียงสิบห้านาที อาจช่วยให้คิดงานออกมากกว่าการนั่งจ้องหน้าจอทั้งชั่วโมง
Down Time — เวลาที่สมองได้พัก
สำหรับคนยุคนี้ นี่อาจเป็นกิจกรรมที่ยากที่สุด ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง เรามักหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ แต่สมองต้องการ "พื้นที่ว่าง" ไม่ต่างจากผืนดินที่ต้องพักก่อนเริ่มเพาะปลูกรอบใหม่ Down Time คือช่วงเวลาที่สมองได้จัดระเบียบข้อมูล ฟื้นฟูพลังงาน และเชื่อมโยงประสบการณ์ต่าง ๆ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องพยายามทำอะไรเลย
เมื่อมองย้อนกลับไปที่มานดาล่าวงนั้น ผมเริ่มเข้าใจว่า ผู้บริหารท่านนี้ไม่ได้ขาดความรับผิดชอบ ตรงกันข้าม เขาอาจมีมากเสียด้วยซ้ำ
ทุกวันของเขาเต็มไปด้วยการประชุม การตัดสินใจ การวางแผน และการแก้ปัญหา สิ่งเหล่านี้คือ Focus Time ช่วงเวลาที่สมองใช้พลังงานกับการคิด วิเคราะห์ และสร้างผลงาน เปรียบเหมือนการเข้าฟิตเนสของสมอง ยิ่งฝึกอย่างมีคุณภาพ สมองก็ยิ่งแข็งแรง แต่หากออกกำลังกายหนักทุกวันโดยไม่พัก กล้ามเนื้อก็ย่อมอ่อนล้า สมองก็เช่นเดียวกัน
Time In — เวลาของการกลับมาอยู่กับตัวเอง
ในงานศิลปะบำบัด หลายคนค้นพบว่า สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่การวาดภาพ แต่คือการหยุด แล้วฟังเสียงของตัวเอง Time In คือช่วงเวลาที่เราได้สำรวจว่า วันนี้เรากำลังรู้สึกอะไร กำลังกังวลอะไร และกำลังต้องการอะไร การทำสมาธิ การเขียนบันทึก การวาดมานดาล่า หรือการนั่งเงียบ ๆ กับตัวเอง ล้วนเป็นรูปแบบของการกลับมาพบตัวเองอีกครั้ง
Play Time — เวลาของความสนุกและความสร้างสรรค์
เมื่อผมถามเขาว่า "ช่วงปีที่ผ่านมา คุณทำอะไรสนุก ๆ เพื่อตัวเองบ้าง?" เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ความเงียบนั้นเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
เขาไม่ได้ขาดงาน ไม่ได้ขาดเป้าหมาย แต่กำลังขาด Play Time การเล่นไม่ได้หมายถึงการเสียเวลา การวาดภาพ เล่นดนตรี ทำสวน ถ่ายภาพ หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ ล้วนเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้สมองสร้างการเชื่อมโยงใหม่ ๆ หลายครั้ง ความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้เกิดขึ้นระหว่างการประชุม แต่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เราปล่อยให้ตัวเองได้ "เล่น"
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมพบว่า คนส่วนใหญ่ไม่ได้มีปัญหาเพราะขาดความสามารถ ไม่ได้มีปัญหาเพราะไม่ขยัน และไม่ได้มีปัญหาเพราะไม่มีเป้าหมาย แต่กำลังใช้ชีวิตด้วย "จานอาหารของสมองที่ไม่สมดุล" บางคนมี Focus Time เต็มจาน แต่ไม่มี Play Time บางคนดูแลทุกคน แต่ไม่เคยดูแลตัวเอง บางคนทำงานเพื่ออนาคต จนลืมใช้เวลากับคนที่รัก และหลายคนใช้ชีวิตเพื่อความสำเร็จ จนลืมกลับมาถามหัวใจของตัวเองว่า "วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง"
Healthy Mind Platter ไม่ใช่สูตรสำเร็จของชีวิต
แต่มันเป็นเหมือนกระจกบานหนึ่ง ที่ชวนให้เราหยุดมองชีวิตของตัวเองอย่างซื่อสัตย์ หากวันนี้คุณรู้สึกเหนื่อยล้า หมดไฟ หรือเหมือนชีวิตกำลังขาดบางอย่างไป บางทีคำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่การพยายามให้มากขึ้น แต่อยู่ที่การหันกลับมาสำรวจว่า "ในจานอาหารของสมอง วันนี้เราขาดอะไรอยู่บ้าง?" เพราะบางครั้ง การเยียวยาที่สำคัญที่สุด ไม่ได้เริ่มจากการเติมสิ่งใหม่เข้ามาในชีวิต แต่อาจเริ่มจากการกลับไปดูแลสิ่งธรรมดา ๆ ที่เราหลงลืมไปนานแล้ว
....................................................................................................................................
เขียนโดย: โค้ชเจมส์ (Coach James) Professional Coach, HR & OD Consultant, Art Therapist
ภาพประกอบ: ChatGPT
....................................................................................................................................
เอกสารอ้างอิง
- Engel, G. L. (1977). The Need for a New Medical Model: A Challenge for Biomedicine.
- McEwen, B. S. (1998). Stress, Adaptation, and Disease: Allostasis and Allostatic Load.
- Moseley, G. L., & Butler, D. (2017). Explain Pain Supercharged.
- Nummenmaa, L. et al. (2014). Bodily Maps of Emotions. Proceedings of the National Academy of Sciences.
- International Association for the Study of Pain (IASP).
- World Health Organization (WHO).