แนวทางรับมือน้ำท่วมช่วงฤดูฝน ลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

น้ำท่วมไม่ใช่เรื่องไกลตัว! รวมวิธีรับมือน้ำท่วมทั้งช่วงก่อน ระหว่าง และหลังเกิดเหตุ พร้อมเช็กลิสต์สิ่งของจำเป็นและแนวทางลดความเสียหายให้บ้านของคุณ

วิธีรับมือน้ำท่วมช่วงฤดูฝน เตรียมพร้อมอย่างไรเพื่อลดความเสียหายให้บ้านและทรัพย์สิน 

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่ทันตั้งตัว ไม่ว่าจะเป็นน้ำรอการระบาย น้ำป่าไหลหลาก หรือฝนตกหนักต่อเนื่อง ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อบ้าน รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และการใช้ชีวิตประจำวัน การเตรียมพร้อมรับมือกับน้ำท่วมตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดความเสียหายและเพิ่มความอุ่นใจได้มากขึ้น

แม้จะไม่สามารถควบคุมสภาพอากาศได้ แต่การวางแผนและรู้วิธีป้องกันอย่างเหมาะสมสามารถช่วยให้รับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้ PPTV ได้รวบรวมวิธีรับมือช่วงฤดูฝนที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง เพื่อช่วยให้ผ่านช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ฤดูฝนปี 2569 เสี่ยงน้ำท่วมมากแค่ไหน? 

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศให้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 แม้ว่าภาพรวมปริมาณฝนทั้งปีมีแนวโน้มต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติประมาณร้อยละ 10 และน้อยกว่าปี 2568 แต่ในบางช่วงยังคงมีโอกาสเกิดฝนตกหนัก โดยเฉพาะในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ 

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้เปิดศูนย์ติดตามฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน เพื่อเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จากอิทธิพลของมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำที่อาจส่งผลให้เกิดฝนตกหนักเป็นระยะ จึงแนะนำให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงจากน้ำท่วมได้อย่างเหมาะสม

วิธีรับมือ 3 ช่วงเวลาสำคัญเมื่อเกิดน้ำท่วม

การเตรียมตัวอย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลาจะช่วยลดความเสียหายและเพิ่มความปลอดภัยให้กับคนในครอบครัวได้มากขึ้น ซึ่งวิธีรับมือน้ำท่วมมีดังนี้

ก่อนน้ำท่วม

การวางแผนล่วงหน้าและจัดเตรียมสิ่งจำเป็นให้พร้อมก่อนเกิดน้ำท่วม จะช่วยให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งที่ควรทำมีดังนี้

  • ติดตามพยากรณ์อากาศและข่าวสารจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถืออย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
  • รวบรวมเอกสารสำคัญ เช่น ทะเบียนบ้าน, สมุดบัญชี และเอกสารประจำตัว เก็บไว้ในภาชนะหรือถุงกันน้ำที่หยิบใช้งานได้สะดวก
  • ย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ และสิ่งของจำเป็นขึ้นที่สูงทันทีเมื่อมีการประกาศเฝ้าระวัง
  • เตรียมแนวป้องกันน้ำเข้าบ้าน เช่น กระสอบทราย หรืออุดช่องระบายน้ำในจุดที่มีความเสี่ยง
  • วางแผนอพยพและจดบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้ล่วงหน้า

ขณะที่น้ำท่วม

เมื่อเกิดน้ำท่วม ควรตั้งสติและปฏิบัติตามแผนที่เตรียมไว้ พร้อมเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินความปลอดภัยอยู่เสมอ

  • ปิดสวิตช์ไฟ ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้า และปิดวาล์วแก๊สเพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรและอุบัติเหตุ
  • ในช่วงที่เกิดน้ำท่วม สัตว์และแมลงต่าง ๆ อาจอพยพเข้ามาภายในบ้านมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงู ตะขาบ หรือ มด ที่มักอพยพหนีน้ำเข้ามาหาแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัย 
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสปลั๊กไฟ สวิตช์ไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปียกน้ำ
  • หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำท่วม ควรสวมรองเท้าหุ้มส้นเพื่อป้องกันเศษแก้ว ของมีคม และเชื้อโรค
  • ตรวจสอบเส้นทางก่อนเดินทาง และหลีกเลี่ยงการขับรถผ่านบริเวณที่มีระดับน้ำสูงหรือกระแสน้ำไหลแรง

หลังน้ำท่วม

หลังระดับน้ำลดลง ควรตรวจสอบความปลอดภัยของบ้านและทำความสะอาดพื้นที่อย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันความเสียหายและปัญหาสุขอนามัยในระยะยาว

  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบก่อนกลับมาใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าตามปกติ
  • บันทึกภาพความเสียหายของบ้านและทรัพย์สิน เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงหรือหลักฐานในกรณีที่มีประกันภัย
  • ทำความสะอาดคราบโคลนและสิ่งปนเปื้อน พร้อมฆ่าเชื้อในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 
  • ระมัดระวังเชื้อโรค กลิ่นอับ และสิ่งตกค้างที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของคนในบ้าน
  • ตรวจสอบความเสียหายโดยรอบและวางแผนซ่อมแซมบ้าน เช่น ท่อตัน กระเบื้องเสียหาย เพื่อให้กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง
  • ตรวจสอบร่องรอยของปลวก หลังเกิดน้ำท่วมเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงอาจเอื้อต่อการแพร่กระจายของแมลงชนิดนี้ 

น้ำท่วมบ้าน มีเกณฑ์ในการช่วยเหลืออย่างไรบ้าง?

ภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนตามหลักเกณฑ์ที่ปรับปรุงใหม่ในปี 2569 ซึ่งการช่วยเหลือจะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และสามารถจ่ายผ่านระบบ e-Payment เพื่อให้เข้าถึงผู้ประสบภัยได้รวดเร็ว

  • ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัย: เจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหายสามารถขอรับความช่วยเหลือค่าวัสดุซ่อมแซมตามจริง หลังละไม่เกิน 88,600 บาท (ไม่รวมบ้านเช่า)
  • ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพเบื้องต้น: กรณีบ้านได้รับความเสียหายทั้งหลัง สามารถขอรับความช่วยเหลือตามจริง ครอบครัวละไม่เกิน 4,900 บาท
  • ค่าเช่าที่พักชั่วคราวสำหรับผู้เช่าบ้าน: หากบ้านเช่าได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ สามารถขอรับค่าเช่าบ้านไม่เกินเดือนละ 2,500 บาท เป็นระยะเวลาไม่เกิน 2 เดือน
  • ค่าถุงยังชีพสำหรับผู้ประสบภัย: ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบมีสิทธิ์ได้รับถุงยังชีพมูลค่าไม่เกิน 1,000 บาทต่อครอบครัว 
  • ค่าช่วยเหลือกรณีบาดเจ็บหรือพิการจากภัยพิบัติ: ผู้บาดเจ็บสาหัสที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป มีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 5,000 บาท ส่วนผู้ที่พิการจนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ สามารถรับความช่วยเหลือสูงสุด 16,600 บาท
  • เงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิต: ไม่เกิน 35,700 บาท และหากผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือผู้หารายได้หลัก อาจได้รับเงินสงเคราะห์ครอบครัวเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์
  • ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพและเงินทุนเบื้องต้น: สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และสูญเสียเครื่องมือทำมาหากิน สามารถขอรับความช่วยเหลือตามจริง ครอบครัวละไม่เกิน 13,500 บาท
  • การช่วยเหลือด้านสาธารณสุขและการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม: มีการสนับสนุนวัสดุและอุปกรณ์สำหรับทำความสะอาด กำจัดเชื้อรา และฟื้นฟูสุขอนามัยภายในบ้าน 

ทั้งนี้ รายละเอียดการช่วยเหลืออาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติมตามประเภทความเสียหายและการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรติดตามประกาศจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

รับมือกับน้ำท่วมอย่างรู้เท่าทัน ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ

แม้ว่าน้ำท่วมจะเป็นภัยธรรมชาติที่ยากต่อการคาดการณ์ แต่การเตรียมพร้อมและรู้วิธีรับมือในแต่ละช่วงเวลา ทั้งก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังน้ำลด จะช่วยลดความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และการดำรงชีวิตได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ การทำความเข้าใจสิทธิ์การช่วยเหลือจากภาครัฐยังช่วยให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงการเยียวยาได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที

สิ่งสำคัญคือการติดตามข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเฝ้าระวังสภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถปรับตัวและวางแผนรับมือกับน้ำท่วมได้อย่างรู้เท่าทัน ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการติดตามข่าวสาร พยากรณ์อากาศ และสถานการณ์บ้านเมือง สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ PPTV HD 36 เพื่ออัปเดตสถานการณ์สำคัญได้อย่างต่อเนื่องและทันต่อเหตุการณ์อยู่เสมอ

คำถามที่พบบ่อย

ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าน้ำจะท่วมใน 24 ชั่วโมง ควรทำอะไรก่อนเป็นอันดับแรก?

ควรติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมย้ายเอกสารสำคัญ เครื่องใช้ไฟฟ้า และทรัพย์สินมีค่าขึ้นที่สูง รวมถึงเตรียมแผนอพยพสำหรับคนในครอบครัว

ควรเตรียมชุดยังชีพอะไรบ้างสำหรับการอยู่บ้านช่วงน้ำท่วม?

ชุดยังชีพในช่วงน้ำท่วมควรประกอบด้วยอาหารแห้ง น้ำดื่ม ยาประจำตัว ชุดปฐมพยาบาล ไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง และเอกสารสำคัญที่บรรจุในถุงกันน้ำ

การก่อกำแพงกระสอบทรายสูง ๆ ช่วยป้องกันน้ำได้เสมอหรือไม่?

กระสอบทรายสามารถช่วยชะลอหรือเบี่ยงทิศทางน้ำได้ในบางกรณี แต่ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับระดับน้ำ ความเร็วของกระแสน้ำ และสภาพพื้นที่โดยรอบ จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคู่กันไป

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ