"MicMac" (มิค เสฏฐนันท์พรวรวาณิช และ แมค-สุภณัฐ พรวรวาณิช) ดูโอ้ฝาแฝดจากค่าย WhiteFox ในเครือ GMM Music แม้จะเป็นชื่อใหม่สำหรับใครหลายคน แต่เชื่อว่าหลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตา "มิค แมค" กันมาบ้าง เพราะพวกเขาไม่ใช่น้องใหม่ในเส้นทางดนตรี แต่เป็นศิลปินที่สั่งสมประสบการณ์ในวงการมาอย่างยาวนาน หลังจากเคยเดบิวต์มาแล้วในปี 2018 และยังผ่านบทบาทต่าง ๆ ในวงการดนตรีมาตลอดหลายปี
วันนี้ "MicMac" ได้กลับมายืนบนเวทีอีกครั้งในฐานะศิลปินดูโอ้อย่างเต็มตัว และในบทความนี้ เราจะพาทุกคนไปรู้จักตัวตนและเส้นทางของพวกเขาให้มากขึ้น เพราะกว่าที่จะมาถึงวันนี้ เส้นทางที่ทั้งคู่เดินทางมานั้นไม่เคยง่ายเลย
- ประวัติส่วนตัว
มิค
ชื่อจริง : เสฏฐนันท์ พรวรวาณิช
วันเกิด : 6 กันยายน 2002
การศึกษา : จบการศึกษาจาก หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ต้นสังกัด : whitefox
Instagram : @micsethanun
แมค
ชื่อจริง : สุภณัฐ พรวรวาณิช
วันเกิด : 6 กันยายน 2002
การศึกษา : จบการศึกษาจาก คณะนิเทศศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ต้นสังกัด : whitefox
Instagram : @mac_supanut
- จุดเริ่มต้นบนเส้นทางดนตรี
มิคแมคเริ่มเล่นดนตรีตั้งแต่ช่วงชั้นประถมศึกษา โดยทั้งคู่เคยเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันในรายการ Asia’s Got Talent ร่วมกับเพื่อนร่วมชั้นในโรงเรียน ในรูปแบบวงดนตรี ซึ่งมิค รับบทบาทมือกีตาร์ และแมค รับบทบาทมือกลอง นอกจากนี้พวกเขายังสามารถผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของรายการ Thailand’s Got Talent Season 4 อีกด้วย
- ก้าวแรกในฐานะศิลปิน
มิคแมคเริ่มก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างจริงจังในปี 2018 โดยทั้งคู่เคยเป็นเทรนนีและเข้าร่วมรายการ ROAD TO IDOL ซึ่งผลิตโดย OGME Entertainment ค่ายเพลงและบริษัทบันเทิงที่ก่อตั้งโดยนักร้องและนักแต่งเพลงชื่อดัง แกงส้ม ธนทัต ชัยอรรถ (KS) หลังจบรายการ พวกเขาได้เดบิวต์อย่างเป็นทางการพร้อมปล่อยซิงเกิล “ท่าไม้ตาย (OOH YEAH)” โดยใช้เวลาในการฝึกฝนเพียง 5 เดือนเท่านั้น
- เส้นทางกับ Fool Step และ Genie Records
หลังจากเดบิวต์ในฐานะศิลปิน มิคแมคได้รวมตัวกับเพื่อนและรุ่นพี่ในโรงเรียนเพื่อก่อตั้งวง Fool Step และเข้าร่วมการแข่งขัน Hotwave Music Awards 2018 ร่วมกับสมาชิกอีก 3 คน ได้แก่ มาร์ค ศิวปีติ์ (ร้องนำ), ฟร้อนท์ สิทธวีร์ (กีตาร์) และ ดัง ไชยกร (เบส) โดยมิค ยังคงรับหน้าที่มือกีตาร์ ส่วนแมค รับหน้าที่มือกลองเช่นเดิม
Fool Step สามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 (อันดับ 3) ของการแข่งขัน และได้รับโอกาสก้าวเข้าสู่การเป็นศิลปินในสังกัด genie records อย่างไรก็ตาม ในเดือนธันวาคม ปี 2023 ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญขึ้น เมื่อสมาชิก 3 คน ได้แก่ ฟร้อนท์ มิค และแมค ตัดสินใจแยกตัวออกจากวง เพื่อให้เวลากับการเรียนและการใช้ชีวิตส่วนตัวมากขึ้น
- การกลับมาในฐานะ MicMac
ในปี 2026 หลังจากมีการส่งสัญญาณและบอกใบ้ถึงการเดบิวต์ครั้งใหม่มาเป็นระยะ ในที่สุดสองพี่น้องฝาแฝดมากความสามารถก็ได้กลับมาอีกครั้งในฐานะศิลปิน T-pop ภายใต้ชื่อ MicMac ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี ทั้งคู่ได้ผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มข้นภายใต้การดูแลของทีม BLKGEM ทั้งด้านการร้องและการเต้น พร้อมกับพัฒนาศักยภาพในฐานะศิลปินรอบด้าน โดยยังคงรักษาความเป็นนักดนตรีที่อยู่ในตัวพวกเขามาตลอด ผ่านซิงเกิลเดบิวต์ “WORKING U”
- WORKING U จุดเริ่มต้นบทใหม่ของสองพี่น้อง
เพลง WORKING U ได้โปรดิวเซอร์มากฝีมืออย่าง โฟร์ ประทีป สิริอิสสระนันท์ มารับหน้าที่ดูแลการผลิต โดยได้รับแรงบันดาลใจจากประโยคชื่อดังในภาพยนตร์ Notting Hill ก่อนนำมาตีความใหม่เป็นเรื่องราวความรักของคนธรรมดาที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง แต่ยังคงกล้าที่จะเอ่ยคำว่า “ขอให้รักได้ไหม”
นอกจากนี้ ภายในเพลงยังมีการซ่อนกิมมิกที่สะท้อนความเป็นฝาแฝดของทั้งคู่ผ่านเนื้อร้องอย่าง “ให้เธอเป็น Number One ฉันจะคอยเป็น Number Two” รวมถึงงานภาพในมิวสิกวิดีโอที่สอดแทรกสัญลักษณ์ทางดนตรีไว้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ฉากการร่วมกันนำตัวโน้ตขึ้นสู่บรรทัดห้าเส้น ไปจนถึงการแสดงบนเวทีดนตรีเคลื่อนที่กลางเมือง ควบคู่กับการนำเสนอเครื่องดนตรีหลากหลายชนิด เพื่อสะท้อนตัวตนของมิคและแมคในฐานะนักดนตรี และตอกย้ำว่าดนตรียังคงเป็นส่วนสำคัญในเส้นทางการเติบโตของทั้งคู่เสมอมา
ถึงแม้ว่า WORKING U จะเป็นเหมือนการเดบิวต์อีกครั้งหลังจากห่างหายจากการเป็นศิลปินไปหลายปี แต่ประสบการณ์และความรักในเสียงดนตรีที่สั่งสมมาตลอดเส้นทาง ทำให้การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเริ่มต้นใหม่ หากเป็นการก้าวต่อจากความฝันเดิมที่ยังคงชัดเจนไม่เคยเปลี่ยน
เส้นทางของทั้งคู่ไม่ใช่เรื่องราวของการเดบิวต์เพียงครั้งเดียว แต่คือเรื่องราวของการไม่ยอมทิ้งความฝัน แม้จะมีช่วงเวลาที่ต้องหยุดพักเพื่อเติบโตในแบบของตัวเอง และในปี 2026 พวกเขาก็ได้พิสูจน์อีกครั้งว่า เมื่อความรักในเสียงดนตรียังคงอยู่ เวทีก็ยังคงรอพวกเขาเสมอ เพราะบางครั้งจุดหมายของความฝันไม่ใช่การไปถึงให้เร็วที่สุด แต่คือการได้กลับมายืนอยู่บนเวทีอีกครั้ง ในวันที่พร้อมที่สุดที่จะเปล่งประกาย