"ช้างอินเดีย" ช้างเอเชียสายพันธุ์ที่พบในไทย ที่กำลังใกล้สูญพันธุ์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"ช้างอินเดีย" สายพันธุ์ย่อยช้างเอเชียที่พบได้ในไทย ที่กำลังใกล้สูญพันธุ์ ตัวผู้เต็มวัยมักแยกตัวจากฝูง ตั้งท้องนาน 18–22 เดือน พร้อมรู้จักอาการ "ตกมัน"

เมื่อพูดถึง "ช้าง" สำหรับคนไทย ภาพของสัตว์ตัวใหญ่ที่มีงวงยาว ใบหูกว้าง และเดินอยู่ตามผืนป่า อาจเป็นหนึ่งในภาพสัตว์ป่าที่คุ้นเคยมากที่สุด แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ ช้างป่าที่พบในประเทศไทยอยู่ในกลุ่มของ ช้างอินเดีย (Indian Elephant) และเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ย่อยของช้างเอเชีย

ชื่อ "อินเดีย" แต่ไม่ได้พบแค่ในอินเดีย

ช้างอินเดียไม่ได้พบเฉพาะในประเทศอินเดียตามชื่อ แต่มีถิ่นกระจายพันธุ์ครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ของเอเชียแผ่นดินใหญ่ ตั้งแต่เชิงเขาหิมาลัยลงมาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย

สัตว์ขนาดมหึมาชนิดนี้สามารถกินพืชได้มากกว่า 100 กิโลกรัมต่อวัน เดินทางเป็นระยะทางไกลเพื่อหาอาหารและน้ำ และมีบทบาทถึงขั้นเปลี่ยนแปลงสภาพของผืนป่าที่มันอาศัยอยู่ แต่ในอีกด้านหนึ่ง การสูญเสียป่า เส้นทางอพยพที่ถูกตัดขาด การล่า และความขัดแย้งกับมนุษย์ กำลังทำให้อนาคตของช้างอินเดียเผชิญความไม่แน่นอน

ปัจจุบัน ช้างเอเชียซึ่งรวมช้างอินเดียอยู่ด้วย ถูกจัดอยู่ในสถานะ ใกล้สูญพันธุ์ หรือ Endangered (EN) และเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ของเอเชียที่ต้องได้รับการอนุรักษ์อย่างจริงจัง

ช้างอินเดีย

ช้างอินเดียมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Elephas maximus indicus เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอันดับ Proboscidea วงศ์ Elephantidae และเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ย่อยของช้างเอเชีย หรือ Asian Elephant ตามการจำแนกที่ใช้กันมายาวนาน ช้างเอเชียมีสายพันธุ์ย่อยที่ได้รับการยอมรับหลัก ได้แก่

  • ช้างอินเดีย (Elephas maximus indicus)
  • ช้างศรีลังกา (Elephas maximus maximus)
  • ช้างสุมาตรา (Elephas maximus sumatranus)

ช้างอินเดียมีเขตกระจายพันธุ์กว้างที่สุดในกลุ่มนี้ และเป็นช้างเอเชียสายพันธุ์ย่อยที่พบตามแผ่นดินใหญ่ของทวีปเอเชีย

แม้มีคำว่า "อินเดีย" อยู่ในชื่อ แต่สามารถพบได้ในหลายประเทศ เช่น อินเดีย เนปาล ภูฏาน บังกลาเทศ เมียนมา ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย และมีประชากรขนาดเล็กในจีนตอนใต้

ช้างในประเทศไทยคือช้างอินเดียหรือไม่?

ช้างป่าที่พบในประเทศไทยจัดอยู่ในชนิด ช้างเอเชีย (Elephas maximus) และตามการจำแนกสายพันธุ์ย่อยแบบดั้งเดิม ประชากรบนแผ่นดินใหญ่ของเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม ช้างอินเดีย (Elephas maximus indicus)

ดังนั้น แม้ชื่อ "ช้างอินเดีย" อาจทำให้เข้าใจว่าเป็นสัตว์เฉพาะถิ่นของอินเดีย แต่ประเทศไทยก็เป็นส่วนหนึ่งของเขตกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติของช้างกลุ่มนี้เช่นกัน

พื้นที่สำคัญที่พบช้างป่าในประเทศไทยกระจายอยู่ตามผืนป่าหลายแห่ง เช่น กลุ่มป่าตะวันตก กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ กลุ่มป่าแก่งกระจาน และพื้นที่ป่าในภาคตะวันออกและภาคใต้

ตัวใหญ่ แต่ยังเล็กกว่าช้างแอฟริกา

ช้างอินเดียเป็นหนึ่งในสัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แต่โดยทั่วไปยังมีขนาดเล็กกว่าช้างแอฟริกา ข้อมูลโดยทั่วไปของตัวเต็มวัยระบุว่า ตัวผู้สูงระดับไหล่เฉลี่ยประมาณ 3.2 เมตร ตัวเมียสูงประมาณ 2.5 เมตร ตัวผู้อาจหนักได้ประมาณ 5,400 กิโลกรัม ตัวเมียอาจหนักได้มากกว่า 4,000 กิโลกรัม ความยาวตั้งแต่ส่วนหัวรวมงวงถึงลำตัวอาจอยู่ราว 5.5–6.5 เมตร

อย่างไรก็ตาม ขนาดแตกต่างกันได้ตามเพศ อายุ ภูมิภาค และความอุดมสมบูรณ์ของอาหาร ตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมียอย่างชัดเจน ถือเป็นตัวอย่างของความแตกต่างทางกายภาพระหว่างเพศ หรือ Sexual Dimorphism

ช้างอินเดีย

ความแตกต่างช้างเอเชีย-ช้างแอฟริกา

แม้ทั้งสองจะถูกเรียกว่าช้างเหมือนกัน แต่สามารถสังเกตความแตกต่างได้หลายจุด ช้างอินเดียและช้างเอเชียโดยทั่วไปมีใบหูเล็กกว่าช้างแอฟริกาหลังโค้งหรือค่อนข้างนูน จุดสูงที่สุดของร่างกายอยู่บริเวณศีรษะ หน้าผากมีลักษณะนูนเป็นสองปุ่ม ปลายงวงมีติ่งคล้ายนิ้วเพียง 1 อัน

ขณะที่ช้างแอฟริกามีใบหูใหญ่กว่า และปลายงวงมีส่วนคล้ายนิ้ว 2 อัน ลักษณะเหล่านี้ช่วยให้จำแนกช้างทั้งสองกลุ่มได้แม้ไม่ได้อยู่ใกล้กัน

ช้างอินเดียกินอะไร?

ช้างอินเดียเป็นสัตว์กินพืชขนาดใหญ่ หรือ Megaherbivore อาหารประกอบด้วยหญ้า ใบไม้ กิ่งอ่อน เปลือกไม้ รากไม้ ผลไม้ ดอกไม้ หน่อไม้และพืชชนิดต่าง ๆ ปริมาณอาหารในแต่ละวันอาจสูงถึงประมาณ 136–150 กิโลกรัมเนื่องจากระบบย่อยอาหารของช้างไม่ได้ดึงสารอาหารออกจากพืชได้ทั้งหมด พวกมันจึงต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันในการกิน

ในบางพื้นที่ ช้างสามารถใช้เวลาหาและกินอาหารได้มากถึงประมาณ 19 ชั่วโมงต่อวัน ความต้องการอาหารมหาศาลนี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ช้างต้องเดินทางอยู่เสมอ และต้องอาศัยพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อถึงกัน

นอกจากอาหารจำนวนมากแล้ว ช้างยังต้องการน้ำเป็นประจำ โดยทั่วไปช้างต้องเข้าถึงแหล่งน้ำจืดอย่างน้อยวันละครั้ง จึงมักเคลื่อนที่ตามเส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ พื้นที่พัก และพื้นที่ตามฤดูกาล

เส้นทางเหล่านี้อาจถูกใช้งานต่อเนื่องกันหลายชั่วอายุของช้าง จนกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า Elephant Corridors หรือทางเชื่อมผืนป่าสำหรับช้าง เมื่อถนน เมือง หรือพื้นที่เกษตรสร้างขวางเส้นทางเหล่านี้ ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างจึงสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น

ตัวผู้โตแล้วมักแยกออกจากฝูง

สังคมของช้างมีโครงสร้างที่ซับซ้อน ตัวเมียและลูกมักอยู่รวมกันเป็นฝูงครอบครัว โดยมีตัวเมียอายุมากและมีประสบการณ์สูงทำหน้าที่เป็นผู้นำฝูง หรือ Matriarchสมาชิกในครอบครัวอาจประกอบด้วย แม่ช้าง ลูก พี่น้อง ลูกสาวโตเต็มวัย ญาติสายตัวเมีย

ผู้นำฝูงมีบทบาทสำคัญในการจดจำเส้นทางหาอาหาร แหล่งน้ำ และวิธีรับมือกับอันตรายต่าง ๆ ความรู้เหล่านี้สามารถส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งผ่านการใช้ชีวิตร่วมกัน

ลูกช้างตัวผู้จะอาศัยอยู่กับครอบครัวในช่วงแรกของชีวิต เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นหรือโตเต็มวัย จะค่อย ๆ แยกออกจากฝูงตัวเมีย และอาจใช้ชีวิตเพียงลำพังหรือรวมกลุ่มหลวม ๆ กับตัวผู้ตัวอื่น ตัวผู้จะกลับมาใกล้ฝูงตัวเมียเมื่อถึงช่วงผสมพันธุ์

ช้างตัวผู้โตเต็มวัยสามารถเข้าสู่ช่วงที่เรียกว่า Musth หรือที่คนไทยรู้จักว่า ตกมัน ในช่วงนี้ ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก และมีของเหลวไหลออกจากต่อมบริเวณขมับ พฤติกรรมของตัวผู้อาจเปลี่ยนไป เช่น เดินทางมากขึ้น สนใจตัวเมียมากขึ้น แข่งขันกับตัวผู้ตัวอื่นมากขึ้น แสดงความก้าวร้าวมากกว่าช่วงปกติ

Musth เป็นกระบวนการทางชีววิทยาตามธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันและการสืบพันธุ์ของช้างตัวผู้

ถิ่นอาศัยของช้างอินเดีย

ช้างอินเดียสามารถอาศัยอยู่ได้ในระบบนิเวศหลายประเภท เช่น ทุ่งหญ้า ป่าเต็งรังและป่าผลัดใบแห้ง ป่าผลัดใบชื้นป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่ากึ่งดิบชื้น ป่าทุติยภูมิบางแห่ง ปัจจัยสำคัญคือ พื้นที่จะต้องมีอาหารและน้ำเพียงพอ รวมถึงมีพื้นที่กว้างให้เคลื่อนที่

ช้างจึงไม่ใช่สัตว์ที่สามารถอนุรักษ์ด้วยป่าผืนเล็กเพียงแห่งเดียวได้ง่าย ๆ เพราะตลอดหนึ่งปี แต่ละฝูงอาจต้องใช้พื้นที่หลายร้อยตารางกิโลเมตร

ช้างอินเดีย

การสืบพันธุ์ของช้างอินเดีย

ช้างเอเชียมีระยะตั้งท้องประมาณ 18–22 เดือน ซึ่งเป็นหนึ่งในระยะตั้งท้องที่ยาวนานที่สุดในบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยทั่วไปออกลูกครั้งละ 1 ตัว ลูกแรกเกิดหนักประมาณหลักร้อยกิโลกรัม ลูกต้องพึ่งพานมและการดูแลจากแม่เป็นเวลานาน สมาชิกตัวเมียอื่นในฝูงสามารถช่วยดูแลลูกได้

การเติบโตและเข้าสู่วัยสืบพันธุ์ใช้เวลาหลายปี ทำให้เมื่อประชากรช้างลดลงจากการล่าหรือสูญเสียถิ่นอาศัย การฟื้นตัวจึงเกิดขึ้นได้ช้ามาก

ช้างอินเดียมีจำนวนเหลือเท่าไร?

องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ประเมินประชากรช้างอินเดียไว้ประมาณ 20,000–25,000 ตัว ประชากรส่วนใหญ่ของสายพันธุ์ย่อยนี้อยู่ในประเทศอินเดีย ขณะที่ประชากรส่วนที่เหลือกระจายเป็นกลุ่มตามประเทศต่าง ๆ ของเอเชียแผ่นดินใหญ่

การกระจายเป็นประชากรย่อยที่ถูกตัดขาดจากกันเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญ เพราะลดโอกาสที่ช้างจากฝูงต่าง ๆ จะเคลื่อนที่และแลกเปลี่ยนพันธุกรรมระหว่างกัน

ปัจจุบัน ช้างเอเชียซึ่งรวมถึงช้างอินเดียถูกจัดอยู่ในสถานะ Endangered (EN) หรือ ใกล้สูญพันธุ์ ประชากรช้างเอเชียในธรรมชาติลดลงอย่างมากในช่วงหลายชั่วอายุที่ผ่านมา

ที่มา:  WWF / Thai National Parks / IFAW

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ