"บาบ๋า" ก็คือ ลูกผสมที่เกิดจากพ่อเป็นชาวจีนที่เราเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “จีนโพ้นทะเล” กับแม่ที่เป็นคนท้องถิ่น ก่อนลงหลักปักฐานอยู่ในบริเวณคาบสมุทรมลายู เช่นในประเทศมาเลเซีย และประเทศไทย โดยเริ่มต้นนั้น ครอบครัวชาวบาบ๋า นั้นประกอบอาชีพเหมืองแร่ดีบุก เรื่อยมาจนธุรกิจค้าขาย พร้อมสร้างเมืองภูเก็ตให้รุ่งเรืองและกลายเป็นวัฒนธรรมของคนท้องถิ่น ตั้งแต่สถาปัตยกรรม อาหาร ประเพณี ไปจนถึงเครื่องแต่งกายในปัจจุบันเลย
ความรุ่งเรืองของเกาะภูเก็ตที่เราเห็นในทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งล้วนมาจากการเข้ามาของชาวจีนในอดีต เพราะเริ่มแรกนั้นภูเก็ตเป็นเพียงหนึ่งในเกาะที่นักเดินเรือใช้เป็นแหล่งหลบพายุในช่วงมรสสุมเท่านั้น แต่หลังจากการค้นพบแร่ดีบุกในช่วงคริสศตวรรษที่ 19 เมื่อมีการค้นพบว่าดีบุกเมื่อเคลือบเหล็กจะสามารถป้องกันสนิมได้ ที่ดีบุกจำนวนมากนั้นอยู่ที่เอเชีย โดยเฉพาะบริเวณแหลมมลายู โฉมหน้าของเกาะภูเก็ตก็เริ่มเปลี่ยนไป มีการตั้งบริษัท British East India ในเกาะปีนังเป็นศูนย์กลางในการทำการค้าและรับซื้อแร่ดีบุกในเอเชีย และรัฐบาลในยุคนั้นได้อนุญาตให้ประชาชนสามารถขุดขายแร่ได้อย่างอิสระ นับแต่นั้นจึงเกิดการหลั่งไหลของชาวจีนมายังเกาะนี้อย่างมากมาย ส่วนใหญ่มักเป็นชาวจีนที่อยู่ทางภาคใต้ของประเทศจีนที่ติดกับทะเล เช่น ชาวจีนจากมณฑลฮกเกี้ยน กวางตุ้ง ไหหลำ ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่ชาวจีนต้องประสบกับความทุกข์ยากในประเทศ
นับแต่นั้น เกาะภูเก็ตจึงเติบโตด้วยเหมืองแร่ และชาวจีนที่เข้ามาตั้งรกรากจากกรรมกรแบกหาม ก่อร้างสร้างตัวจนกลายเป็นเจ้าของกิจการ และกลายเป็นกลุ่มคนผู้พัฒนาเมืองภูเก็ตให้รุ่งเรืองจนถึงปัจจุบัน และมีการสืบทอดประเพณีเรื่อยมา เช่นเทศกาลถือศีลกินเจที่เราคุ้นกันดี จุดเริ่มต้นก็เริ่มจากที่นี่ จากกลุ่มชาวจีนฮกเกี้ยนที่เกาะภูเก็ตนั่นเอง นอกจากความเจริญรุ่งเรืองด้านการค้าขาย วัฒนธรรมก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมภูเก็ตเข้มแข็ง การแต่งกายของชาวบ๋าที่เป็นเอกลักษณ์ เพราะได้ผสมเอาชุดท้องถิ่นแบบมลายู กับเครื่องประดับแบบจีนได้อย่างลงตัว อีกทั้งสถาปัตยกรรมแบบ ชิโน – โปรตุกีส ที่ได้รับอิทธิพลจากเกาะปีนัง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญของผู้คนแถบนี้ในอดีต มาสร้างในย่านเมืองเก่าของภูเก็ต จนทำให้ทุกวันนี้ ตึกที่รวมเอาวัฒนธรรมแบบจีน(ชิโน) – และวัฒนธรรมตะวันตก(โปรตุกีส) กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาเยือน
นอกจากเครื่องแต่งกาย ประเพณี และสถาปัตยกรรมแล้ว อาหารของชาวบาบ๋าถือเป็นอีกหนึ่งที่สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการเรียนรู้ เมนูแบบบาบ๋านั้นมีส่วนประกอบหลักเป็นวัตถุดิบตามรูปแบบของบรรพบุรุษชาวจีน เช่น หมู ซีอิ๊ว เต้าหู้ยี้ ผสมกับพริกแกงและเครื่องผัดแบบท้องถิ่น ชาวบาบ๋าไม่ใช่มุสลิม อาหารส่วนใหญ่จึงมีหมูเป็นส่วนประกอบ และรสชาติจะไม่จัดจ้านเหมือนอาหารภาคใต้ทั่วไป ส่วนเรื่องของหน้าตาอาหารหากมองจริงๆก็คล้ายกันกับอาหารจีนเลย ที่สำคัญชื่อเรียกเมนูต่างๆก็ยังเป็นภาษาจีนอีกด้วย ถือเป็นกฏสำคัญ ว่าหากคุณมาที่นี่แล้ว ต้องมาชิมอาหารของชาบาบ๋าให้ได้ในรูปแบบดั้งเดิมเช่น หมูฮ้อง หรือหมูสามชั้นเคี่ยวกับเครื่องพะโล้ ผ่านฝีมือลูกหลานชาวบาบ๋าของแท้ๆ และอีกหลากหลายเมนูมากมาย เช่น โอต้าว โอ้เอ๋ว หรือหมี่ฮกเกี้ยน ที่ชื่อก็บอกแล้วว่า เมนูนี้มาจากแดนไกลแน่นอน
ยังมีเรื่องราวอีกมากที่เกี่ยวกับเรื่องราวของบาบ๋า ณ เกาะภูเก็ต ที่เรากล้าบอกเลยว่า หากคุณมีโอกาสมาที่นี่แล้ว การมาเพื่อสัมผัสหาดสวย หรือสีสันยามค่ำคืนนั้นไม่พอจริงๆ วัฒนธรรมของชาวบาบ๋านี่แหละ คืออีกหนึ่งสิ่ง ที่ต้องมาสัมผัสให้ได้ ยังมีเรื่องราวอีกมากในอาเซียนให้เราได้สัมผัส
กสิรัฐ พลมณี : เรื่อง
นิวัติ โหยหวล : ภาพ