หนึ่งชีวิตแม่ ที่ทุ่มเทให้กับลูก (คลิป)

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ทุกเช้าก่อนเข้าเรียน หน้าโรงเรียนต่างเต็มไปด้วยเหล่าบรรดาๆ แม่ๆ ที่ต่างพาลูกของตัวเองมาส่ง ด้วยวิธีการที่แตกต่างกันไป ทั้งขับรถยนต์ส่ง นั่งรถประจำทาง ขับวินมอเตอร์ไซค์ หรือจับมือพร้อมเดินมาส่ง นี่คือสิ่งที่เราเห็นกันเป็นประจำทุกๆเช้า

 

 

แต่วิธีเหล่านั้น อาจไม่ใช่กับ “แม่” คนนี้   “ติ๋ม” รัสมี นาสมยนต์ วัย 39 ปี ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เธอต้องตื่นแต่ตี 4 เพื่อพาลูกของเธอไปโรงเรียน ทั้งที่ระยะทางจากบ้านเช่าที่เธออาศัยอยู่นานนับ 10 ปีนั้น จะห่างกันเพียงแค่ 1 กิโลเมตร เท่านั้น

เหตุที่เธอต้องใช้เวลาไปกับการตื่นแต่เช้าตรู่ เพราะเธอต้องดูแลเด็กทั้ง 2 คน ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ คนหนึ่งเป็นลูกชายของเธอเอง "โซดา" วัย 14 ขวบ ที่ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หลังจากเธอลื่นล้มในห้องน้ำ และทำให้ต้องคลอดก่อนกำหนด ก่อนจะพบว่าลูกชายของเธอ เป็นโรคนี้เมื่ออายุได้เพียง 1 ขวบ และอีกคนเป็นเด็กที่เธอรับจ้างเลี้ยง ที่การช่วยเหลือตัวเองแทบจะไม่ได้ ไม่ต่างจากลูกชายของเธอเท่าใดนัก แต่การรับจ้างเลี้ยงเธอ กลายเป็นรายได้หลักของเธอและลูก

ด้วยการที่เธอต้องดูแลเด็กทั้งสองคน ทำให้ต้องใช้เวลามากเป็นทวีคูณ ในการอาบน้ำ ทำกับข้าว ที่ในช่วงเช้าเธอเน้นพวกทานง่าย เช่น ข้าวเหนียวหมูปิ้ง โจ๊กสำเร็จรูป เมื่อทำเสร็จก็ต้อง มานั่งป้อนข้าว ซึ่งต้องระวังไม่ให้เขานั้นสำลัก ก่อนจะแต่งตัว ให้เด็กๆทั้งสองคนไปโรงเรียนที่อยู่ไม่ไกลนัก

ถึงแม้ว่าภาพผู้ปกครองเข็นรถเข็นพาลูกที่มีความพิการเดินไปโรงเรียน อาจจะเป็นภาพที่ชินตาของใครหลายคน แต่ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปี “พี่ติ๋ม” จะต้องเข็นรถเข็นสองคัน ไปตามทางเพื่อไปโรงเรียน ต้องเปลี่ยนงานที่เคยทำจากอาชีพค้าขาย ก็ต้องมาดูแลน้องโซดาเต็มตัว ตลอด 24 ชั่วโมง จนเธอไม่สามารถไปทำงานอื่นได้ เพราะในช่วงเปลี่ยนคาบเรียน ทำกายภาพ รับประทานอาหาร ผู้ปกครองจะเป็นคนที่รับผิดชอบเกือบทั้งหมดในการดูแลเด็กๆ

คุณแม่รายนี้ บอกกับเราว่า อุปสรรคที่เราเจอในการเข็นรถสองคันนั้น เรื่องแรกคือการต้องเข็นหลบรถที่สวนไปมา เรื่องที่สอง คือ เรื่องสภาพดินฟ้าอากาศ ถ้าฝนตก เราจะไม่สามารถเข็นได้ จะต้องรอให้ฝนหยุดก่อน เพราะเด็กทั้งสองนี้ไม่สามารถจับร่มได้  ถามว่าลำบากไหม มันก็ลำบากแต่เราบอกว่าไม่ไหวไม่ได้ มันต้องทำ เราทำจนชิน หลายๆคนก็มองว่า มีความสามารถเข็นได้สองคัน บางคนก็มองแบบ งงๆ บางคนก็ชิน


 

“เวลาเราเห็นพ่อแม่คนอื่นไปส่ง แต่เราต้องเข็นรถไป เราก็ไม่ได้ท้อใจ เพราะว่า เราไม่ได้มองแบบนั้น เราจะโฟกัสอยู่ที่ลูกเรา เราก็แค่มองว่า ก็ดีนะ เค้าก็มีลูก แต่เราก็อยู่กับความเป็นจริง ตอนนี้น้องเขาดีขึ้นมาก เมื่อก่อนจะชันคอ ทรงตัวนั่งรถเข็น ไม่ได้ แต่ตอนนี้ เขาสามารถทำได้”

 

 

ถึงแม้ว่าสภาพแวดล้อมทางด้านร่างกายของโซดาจะมีทิศทางไปในทางที่ดีขึ้น ทั้งการนั่งทรงตัวเองได้บนรถเข็น การเริ่มเปล่งเสียง เรียกคำว่า “แม่” ถึงแม้ว่าจะยังฟังไม่ชัดเหมือนเด็กคนอื่นๆ ที่ส่งเสียงเรียกแม่ แต่แค่เพียงคำนี้ก็ทำให้เธอดีใจไม่น้อย สำหรับคนเป็นแม่อย่างเธอ

“เรารักกันทุกวัน ไม่ใช่เฉพาะวันแม่ แต่จะให้เขามาหอมเราบอกรักเรา เหมือนคนอื่นก็ไม่ได้ เพราะเขาพูดไม่ได้ แต่เขาก็มีวิธีการแสดงออก เวลาเราถามว่า รักแม่ไหม เขาก็บอกว่า รักโดยการพยักหน้า และชี้ไปบนฟ้า คือรักเท่าฟ้า ถามว่ารักแม่เท่าไหน แค่นี้ก็เป็นการแสดงออก ก็ดีใจแล้ว ก็ชื่นใจ หอมเขาทุกวัน ไม่จำเป็นต้องกอดกันทุกวันแม่ เรากอดกันได้เช้าเย็น เพราะเราก็เป็นทั้งพ่อทั้งแม่ เราก็ให้ความรู้สึกว่าเขาไม่ขาดแบบคนอื่นที่พ่อแม่ทิ้ง”

 

พี่ติ๋ม เอ่ยกับเราว่า ถามว่าเหนื่อยมันก็เหนื่อย แต่มันท้อไม่ได้ หยุดไม่ได้ บางทีเราคิดทุกวันมันก็เครียด เครียดไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ส่วนใหญ่เราจะหยอกล้อกัน แกล้งกันมากกว่า และเติมความรักให้กันมากกว่า เราจะแหย่เขามากกว่า ให้เขารู้สึกว่าเขาไม่เหงา มีความสุขได้ โดยที่ไม่มีใครเลย

 
“คำที่เราบอกเขาทุกวันคือ แม่รักโซดานะ เขาก็พยักหน้า เราดีใจ การบอกรักเราบอกจนเป็นความเคยชินอยู่แล้ว เราก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง เราจะดูแลจนตายจากกัน เราไม่รู้ว่าเราจะไปก่อน หรือเขาจะไปก่อน ก็เลี้ยงให้ดีที่สุดความสามารถของเราที่มี” รัสมี บอกถึง ความสุขของเธอ

 

 

 

content : พัฐอร พิจารณ์โสภณ

PPTV Photo : ทวีชัย จันทะวงค์ / อำพล ทองเมืองหลวง 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ