ครั้งหนึ่งในชีวิต ทุกคนคงเคยทานกล้วยแขก
กล้วยแขกหรือกล้วยทอดเป็นขนมกินเล่นตั้งแต่วัยเด็ก ขนมไทยชนิดอื่นอาจจะหายสาบสูญไป แต่กล้วยแขกไม่เคยตาย จากรสชาติกรอบนอก หอมหวานมันภายใน
กล้วยแขกคงไม่ใช่ถือกำเนิดในไทย น่าจะดัดแปลงจากอาหารประเทศอื่น เพราะอาหารไทยโดยดั้งเดิม มักจะปิ้ง ย่าง เป็นหลัก การทอดไม่ใช่วัฒนธรรมการทำอาหารไทย ส่วนจะมาจากประเทศแขกหรือไม่ ใครรู้ช่วยตอบที
เมื่อสิบปีก่อน แถวที่ทำงานของนิตยสาร สารคดี มีกล้วยแขกชื่อดังร้านหนึ่งชื่อแม่กิมล้ง อยู่ย่านนางเลิ้ง ใกล้สี่แยกจักรพรรดิพงษ์ ผมยอมรับว่าอร่อยมาก เวลาขับรถผ่านแถวนั้นและติดไฟแดงมักจะตะโกนเรียกคนขายทันที
ใครผ่านไปแถวนั้นจะทราบดีว่า มีกล้วยแขกอร่อยทอดขาย
กล้วยแขกที่ทำได้อร่อยนั้น ต้องใช้กล้วยนางพญาของภาคใต้ หรือกล้วยน้ำว้า ที่ไม่สุกหรือดิบเกินไป นำมาฝานและชุบแป้งข้าวเจ้า ที่ผสมด้วยมะพร้าวขูด งาคั่ว น้ำตาล เกลือ น้ำปูนใส แล้วนำไปทอดน้ำมันร้อน ๆ พอสุกเป็นสีเหลืองทอง ก็นำออกมาสะเด็ดน้ำมัน
ร้านแม่กิมล้งใช้สูตรใด เจ้าของร้านคงไม่ยอมบอก แต่ความอร่อยของกล้วยแขกร้านนี้ มีส่วนผสมลงตัวของความกรอบด้วยแป้ง หวานจากกล้วยและมันจากมะพร้าวและงา มานานหลายปีแล้ว
ยิ่งกินยิ่งติด
แต่หลายปีที่ผ่านมา ใครผ่านไปแถวนั้นและสี่แยกใกล้เคียง คงต้องแปลกใจกับคนขายกล้วยแขกนับร้อยคน มีผ้ากันเปื้อนบอกยี่ห้อแม่ต่าง ๆ ถือถุงพลาสติกตะโกนแย่งกันขายสินค้ากลางถนน
ราคาก็พุ่งพรวดขึ้นมาเกือบเท่าตัว จากราคาถุงละสิบบาท ขึ้นมาเป็นถุงละยี่สิบบาท ส่วนจำนวนกล้วยแขกแทบจะนับชิ้นได้
บริเวณนั้นมีร้านขายกล้วยแขกเกิดใหม่อย่างรวดเร็วเกือบยี่สิบร้าน เพราะมีพ่อค้าแม่ค้าหัวไวแห่กันมาเปิดเต็มไปหมด เพราะรู้ดีว่าคนมาซื้อเชื่อว่าแถวนี้มีกล้วยแขกอร่อย แต่ละร้านมีคำว่าเจ้าเก่าต่อท้าย ทำให้ผู้ซื้อไม่อาจแยกได้ชัดเจนว่า ร้านไหนทอดกล้วยแขกได้เอร็ดอร่อย
ร้านแม่กิมล้งดั้งเดิม ที่ทำกล้วยแขกอร่อยเป็นรายแรกมาช้านาน ก็ค่อย ๆ ถูกกลืนหายไป ยิ่งนานวันเข้า ไม่มีใครรู้ว่า เป็นร้านเจ้าเก่า ตัวจริง
บางร้านยังมักง่าย ไปรับซื้อน้ำมันทอดที่ใช้แล้วตามร้านอาหารใหญ่ ๆ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง มาทอดกล้วยแขกขายต่อ เพื่อลดต้นทุน
เพื่อนที่ทำงานคนหนึ่ง เคยซื้อกล้วยแขกแถวนี้ไปกิน และทิ้งไว้ในรถเกือบอาทิตย์ พอเอามากินใหม่ กล้วยยังกรอบอยู่เลย จนต้องปาทิ้ง เพราะไม่แน่ใจว่าใส่สารเคมีอะไรทำให้กรอบได้นานขนาดนี้
ทุกวันนี้ยอดขายกล้วยแขกตามสี่แยกแถวนั้นที่เคยเฟื่องฟู ได้ค่อย ๆ ลดลงอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพราะเทศกิจคอยขัดขวาง หรือเป็นเพราะคนขายทำให้จราจรติดขัด แถมบางคนยังไปทุบกระจกรถให้คนซื้ออีกต่างหาก
แต่เป็นเพราะผู้บริโภคค่อย ๆ ทราบแล้วว่า กล้วยแขกแถวนางเลิ้ง ไม่ได้เอร็ดอร่อยอย่างที่คิด
เรื่องของกล้วยแขกนางเลิ้งเป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนนิสัยคนไทยได้เป็นอย่างดีว่า ไม่คิดจะสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ด้วยมันสมองของตัวเอง คอยดูว่าจะลอกเลียนแบบใครได้มั่ง ใครทำอะไรประสบความสำเร็จ ได้เงินเยอะ ก็มักจะตามแห่กัน
ลอกเลียนกันทุกระดับ
ธุรกิจระดับล่างก็ลอกกล้วยแขก ธุรกิจระดับร้อยล้านก็เคยลอกชาเขียว
นิสัยลอกเลียนแบบดูจะเป็นดัชนีชี้ความเป็นคนไทยได้ประการหนึ่ง