ปีใหม่เริ่มต้นด้วยความไม่แน่ นอนทั้งในระดับภูมิภาคและเวที การเมืองระหว่างประเทศ สาเหตุหลักคือประธานาธิบดีสหรั ฐอเมริกาคนนที่ ๔๕ ชื่อนายโดนัล ทรัมป์นั้นเอง ตั้งแต่ชนะการเลือกตั้งในวันที่ ๘ พ.ย.ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้แสดงความคิดเห็นแบบสุ ดโต่งในทุกๆเรื่องแทบทุกวันผ่ านทวิตเตอร์เกี่ยวกับการเมื องภายในและระหว่ างประเทศโดยเฉพาะเกี่ยวกั บมหาอำนาจทั้งหลาย สร้างความปั่นป่วนให้กับวงการทู ต
ต้องรอดูว่าหลังจากที่ทรัมป์ได้ รับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็ นทางการในวันที่ ๒๐ ม.ค.แล้ว ผู้นำคนนี้ยังจะแสดงความคิดเห็ นอย่างสุดโต่งแบบนี้หรือเปล่า ถ้ายังเป็นอยู่เช่นนั้นเหมื อนเดิม สถานการณ์การมืองโลกปีนี้จะวุ่ นวายมากขึ้น
ถือว่าเป็นครั้งแรกผู้นำสหรั ฐอเมริกาไม่ได้มาจากการการไต่ เต้าจากนักการเมือง แต่ครั้งนี้เป็นนักธุรกิจค้ าที่ดินและเป็นนักจัดรายการทีวี ตัวยง ฉะนั้นทรัมป์จึงมีความคิ ดในการปกครองบ้านเมืองต่างออกไป พูดจาสามห้าวโดยไม่ เกรงใจประเทศใดๆทั้งสิ้น
ประเด็นแรกที่จะถูกระทบกระเทื อนคือสัมพันธ์ทั่วๆ ไปกับพันธมิ ตรเก่าแก่ของสหรัฐอเมริกา เช่น ยุโรป จีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ส่วนประเทศอื่นๆ ไม่ได้อยู่ในอั นดับต้น ที่จะเป็นข่าว
ทรัมป์เห็นว่าสหรัฐอเมริกาต้ องแบกภาระมากรักษาความมั่ นคงในยุโรปและภูมิภาคเอเชีย ฉะนั้นอยากจะให้ประเทศในภาคี สนธิสัญญานาโต้ (North Atlantic Treaty Organization) ออกเงินช่วยเหลือมากขึ้น ประเด็นนี้นับว่ าโดนใจบรรดาประเทศสมาชิกนาโต้ มันเท่ากับว่าตั้งแต่นี้ต่ อไปความร่วมมือทางด้านความมั่ นคงและคุณภาพของมันในยุโรปจะขึ้ นอยู่กับจำนวนเงินที่ลงขันกัน ขณะนี้ต้องยอมรับว่าชาติในยุ โรปกำลังเฝ้ารอว่า ทรัมป์จะมาไม้ไหนกันแน่
ส่วนเอเชียก็เผชิญปัญหาเกี่ยวข้องกัน คือ ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีต้ องออกเงินช่วยเหลือทางด้ านกองกำลังบำรุงให้กับทหารอเมริ กันประจำการในสองประเทศนี้ ตามความเป็นจริง ทั้งคู่ได้สนับสนุนทางด้ านการเงินและบริการอื่นๆ ซึ่งคิ ดเป็นจำนวนเงินตกปีละหลายพันล้ านดอลล่าร์ ที่ร้ายที่สุดคือ ทรัมป์ถึงกับเอ่ยปากว่าทั้ งสองประเทศนี้ควรจะติดอาวุธนิ วเคลียร์ จะได้ป้องกันตัวเอง
ประเด็นที่สองเป็นด้านการค้า ทรัมป์ย้ำเสมอว่า หลังจากเขาเป็นประธานาธิบดีแล้ว นโยบายแรกที่จะทำคือยกเลิกข้ อตกลงการค้าเสรีในเอเชีย-แปซิฟิ กหรือทีพีพี (Trans Pacific Partnership) ซึ่งสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ นำมาตลอด ขณะนี้บรรดาสมาชิกทีพีพีกำลั งหาทางออกว่าจะทำอย่างไรดี ถ้าสหรัฐอเมริกาไม่ได้เข้ามาเป็ นภาคี
ในอนาคตการค้ากับสหรัฐอเมริ กาจะเป็นไปในลักษณะการต่ อรองแบบทวิภาคี ทรัมป์ไม่ชอบการค้าแบบพหุภาคีนิ ยม พยายามที่จะยกเลิกกรอบการค้ าเสรีที่ได้ทำไว้กับประเทศเพื่ อนบ้านเช่นกรอบการค้าเสรีอเมริ กาเหนือ (North America Free Trade Agreement)
ประเด็นที่สามคือ การที่ทรัมป์พยายามผลักดั นผลประโยชน์สหรัฐอเมริกาก่อนหรื อ America First อาจจะทำให้เกิดกระแสคลั่งชาติ ในเอเชียขึ้นมาต่อต้านสหรั ฐอเมริกาในระยะยาวซึ่งอาจนำไปสู่ Asian First ได้ ในอดีตมีความพยายามของชาติต่ างๆ ในเอเชียในการรวมตัวกันทางด้ านเศรษฐกิจ เช่น มาเลเซียในต้นปี๑๙๙๐ที่พยายามดึ งเอาชาติในเอเชียเข้ามาตั้ งวงการค้าเสรีเฉพาะชาติในเอเชียที่มีจีน ญี่ป่น เกาหลีใต้ อินเดีย แต่ได้รับการคัดค้านจากสหรั ฐอเมริกา
ประเด็นสุดท้ายคือท่าทีทรัมป์ต่ ออาเซียนไม่มีความชัดเจน ไม่มีใครเดาได้ว่าผู้นำอเมริกั นคนนี้จะมาประชุมสุดยอดอาเซี ยนหรือเปล่าในปีหน้าเดือนพฤศจิ กายน ประธานาธิบดีบารัค โอบามาชอบอาเซียนและส่งเสริมสั มพันธ์อาเซียน-สหรัฐอเมริกาจนมี ความใกล้ชิด จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
GABRIEL BOUYS / AFP