วันก่อนคุณครู 4 คน นำโดยครูบัวลอย คล่องดี จากร.ร.บึงของหลงวิทยา จ.บึงกาฬ มาคุยในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวบอกว่าพวกเธอคือ “แพะ” ต้องเข้าคุก 1 ปี 10 เดือน กับอีก 1 วัน เพื่อชดใช้ความผิดที่ไม่ได้ก่อ
ผมฟังแล้วรู้สึกว่าถ้ากรณีนี้เป็น “แพะ” จริง มันคือโศกนาฎกรรมของกระบวนการยุติธรรมชัดๆ
เหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตครูทั้งสี่ เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล เกิดขึ้นวันที่ 3 มี.ค. 2552 พวกเธอเห็นเหตุการณ์มีคนไปยิงครูเพทาย เสียชีวิต ครูก็ไปให้การว่าเห็นคนมายิงครูเพทาย แล้วก็หายไป แต่ตำรวจปักใจเชื่อว่าคนที่ยิงไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก แต่เป็นครูชูศักดิ์ ผ.อ.โรงเรียน ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุนั่นแหล่ะที่ยิง ครูชูศักดิ์ จึงกลายเป็นผู้ต้องหา “ฆ่าคนตาย” ก็สู้คดีกันไปจนสามศาล สุดท้ายศาลยกฟ้อง เท่ากับว่าครูชูศักดิ์ เป็นผู้บริสุทธิ์
ทุกอย่างก็น่าจะจบ เพราะศาลไม่เชื่อว่าครูชูศักดิ์ เป็นคนยิงครูเพทาย ซึ่งก็สอดคล้องกับคำให้การของพยานก็คือครูทั้งสี่ที่ยืนยันว่าครูชูศักดิ์ ไม่ได้ยิง แต่มีคนอื่นมายิงแล้วหนีไป แต่เรื่องไม่จบ ตำรวจหันมาเล่นงานครูทั้งสี่คน ในความผิดฐาน “ให้การเท็จและปิดบังซ้อนเร้นวัตถุพยาน” ครูก็งง เพราะก็ให้การไปตามที่เห็น และศาลก็ตัดสินแล้วว่าครูชูศักดิ์ไม่ได้ยิง ครูก็ให้การตรงกับศาลว่าครูชูศักดิ์ไม่ได้ยิง แล้วมันกลายเป็นให้การเท็จ หรือปิดบังซ่อนเร้นได้ยังไง
แต่สุดท้ายครูทั้งสี่ ถูกตัดสินจำคุก 4 ปี ต่อมาได้รับการลดโทษติดจริง 1 ปี 10 เดือนกับอีก 1 วัน ครูคนหนึ่งเล่าว่าก่อนศาลพิพากษาคิดเสมอว่าความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย และความจริงจะปกป้องเรา ไม่เคยคิดว่าสุดท้ายจะติดคุก เป็นคดีที่แปลกมากคดีหนึ่ง ถ้าพิสูจน์ความจริงออกมาได้ก็จะสั่นสะเทือนวงการยุติธรรมไม่แพ้กรณี “ครูจอมทรัพย์” ทีเดียว