ทีมนิวมีเดีย พีพีทีวี เปิดบทความใหม่ ขอเชิญชวนผู้อ่านวิเคราะห์เรื่องราวเกี่ยวกับเศรษฐกิจช่วงรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฮิต เรื่องฮอต แค่ไหนเราก็จะนำมาคุยกันแบบเข้าใจง่าย ๆ ให้ผู้อ่านเข้าถึงได้มากที่สุด
และครั้งนี้ จะขอกล่าวถึงควันหลงการเปิดตัวการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดงาน เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ถือเป็นการตีฆ้องประกาศศึกกับการกวาดล้างหนี้นอกระบบที่สะสมมาเป็นเวลายาวนานของประเทศให้หมดสิ้น
เนื่องจากการดำเนินงานครั้งนี้ รัฐบาลหมายมั่นปั้นมือกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ เรียกได้ว่าเป็นการถอนรากถอนโคนก็คงไม่แปลก เพราะนายกรัฐมนตรีประกาศนโยบายแก้หนี้นอกระบบครบวงจร สั่งเดินหน้ากวาดล้างเจ้าหนี้ 200,000 ราย ให้หมดไปภายใน 2 ปี
หลังจากนี้คงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ว่าจะทำได้ตามที่หวังได้หรือไม่ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากปัญหาหนี้นอกระบบเป็นปัญหาสำคัญต่อสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นจำนวนมาก ล้วนเกิดจากการคิดดอกโหดสูงเกินจริง รวมถึงการทวงหนี้แบบไม่เกรงใจหน้าไหน
แม้ที่ผ่านมา กฎหมายห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 จะมีผลบังคับใช้ ที่ห้ามคิดดอกเบี้ยเกิดกว่ากฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 15% ต่อปี และเพิ่มโทษหนักต่อเจ้าหนี้เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินเป็นจำคุกไม่เกิน 2 ปี จากเดิม 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากไม่เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง สุดท้ายปัญหาก็ย้อนกลับมาตามเดิม
แต่อย่างน้อยก็อุ่นใจได้ส่วนหนึ่ง เพราะนายกรัฐมนตรียังกำชับต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ แบบคาดโทษรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ หากไปเป็นเจ้าหนี้นอกระบบหรือรับจ้างทวงหนี้นอกระบบเสียเอง ไม่เพียงจะถูกดำเนินการจับแล้ว ยังถูกปลดออกจากราชการแบบไม่มีข้อยกเว้น
ขณะเดียวกัน คงต้องติดตามการมอบหมายให้ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้เป็นหัวเรือหลักในการปล่อยสินเชื่อฉุกเฉิน หรือการนำไปจ่ายหนี้นอกระบบที่มีอยู่ รายละไม่เกิน 50,000 บาท วงเงินรวมกว่า 10,000 ล้านบาท หรือแบ่งธนาคารละ 5,000 ล้านบาท ที่ต้องยอมรับว่าการพิจารณาขอให้รอบครอบ เพราะหากปล่อยสินเชื่อไปแล้ว แต่ผู้ที่ได้รับไม่สามารถชำระหนี้คืนได้ อาจกลายเป็นหนี้เสียก้อนโต รอวันระเบิดในอนาคตอย่างแน่นอน
สุดท้ายไม่ว่าจะมีโครงการ หรือมาตรการใด ๆ ออกมาสารพัด หากยังใช้เงินเกินตัว ไม่รู้จักการพอเพียง การเป็นหนี้ก็จะวนเวียนกลับมาแบบไม่มีวันจบสิ้น ดังนั้น หากทุกคนรู้จักที่จะพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ คำว่า “หนี้” ก็คงไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน