เมื่อพูดถึง “การก่อการร้าย” เรามักนึกถึงการวางระเบิด เหตุกราดยิง การปล่อยก๊าซพิษ รวมถึงการแฮกและปล่อยไวรัสคอมพิวเตอร์ ก็นับเป็นการก่อการร้ายในยุคสมัยใหม่ที่เราเคยผ่านหูผ่านตาบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งโทษทางกฎหมายของการก่อการร้ายนั้นมักรุนแรง เด็ดขาด เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับความมั่นคงของชาติ
แต่ล่าสุด สื่อต่างประเทศรายงานข่าวที่ทำให้เราต้องตั้งคำถามว่า “อย่างนี้ก็ได้เหรอ?”
มุมมองคนทำ "เทคโนโลยีเสมือนจริง" โอกาสและอนาคตในโลกใหม่ “เมตาเวิร์ส”
วัยรุ่นชาวรัสเซียวัย 16 ปีคนหนึ่งถูกตัดสินจำคุก 5 ปีในข้อหาวางแผนจะระเบิดอาคารสำนักงานของหน่วยความมั่นคงกลางรัสเซีย (FSB) ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองที่คอยรักษาความมั่นคงของรัสเซีย ต่อต้านการก่อการร้าย ขึ้นตรงกับประธานาธิบดีรัสเซีย
อ่านเผิน ๆ ทุกคนจะรู้สึกว่า โอ้โห เป็นเรื่องใหญ่มากที่เด็กวัยเพียง 16 ปีจะวางแผนก่อการร้ายกับหน่วยงานระดับชาติขนาดนี้ แต่เด็กคนนี้ไม่ได้วางแผนระเบิดอาคารที่เป็น “อาคารจริง ๆ” แต่เป็น “อาคารที่อยู่ในเกมไมน์คราฟต์ (Minecraft)” ต่างหาก
ไมน์คราฟต์คือวิดีโอเกมที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2009 และยังเปิดให้บริการจนถึงปัจจุบัน เป็นเกมแนวแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) หรือ “กระบะทรายของเด็ก” เป็นเกมที่มัก “เปิดกว้าง” “เล่นได้เรื่อย ๆ” และ “ไม่รู้จบ” จุดเด่นคือให้อิสระกับผู้เล่นสูง สามารถทำอะไรก็ได้ในโลกของเกมนี้
รถบัสพลิกคว่ำตกเหวในเปรู ดับ 20
เมื่อมีอะไรให้ทำหลากหลาย เกมนี้จึงมีหลายโหมด ทั้งโหมดเอาชีวิตรอด ที่ต้องเก็บของต่าง ๆ ในเกมมาสร้างเครื่องมือเอาชีวิตรอด โหมดฮาร์ดคอร์ ซึ่งจะคล้ายกันแต่มีระดับความยากสูง หรือโหมดสร้างสรรค์ ไว้สำหรับสร้างสิ่งปลูกสร้างและเมืองโดยเฉพาะ คล้ายกับเกมสร้างบ้าน รวมถึงยังมีโหมดผู้เล่นหลายคน ให้ผู้เล่นแต่ละคนสามารถไปเยือนโลกไมน์คราฟต์ของผู้เล่นคนอื่น ๆ ได้
ณ ปี 2021 มีผู้เล่นไมน์คราฟต์ที่มีความเคลื่อนไหวถึง 140 ล้านคนทั่วโลกต่อเดือน สะท้อนให้เป็นถึงความฮอตของเกมนี้ ที่แม้จะผ่านมา 10 กว่าปี แต่ก็ยังเป็นที่นิยมอยู่
เรื่องราวของคดีนี้เกิดขึ้นในปี 2020 เมื่อ นิกิตา อูวารอฟ และเพื่อนอีก 2 คนซึ่งไม่ทราบชื่อ จากเมืองคานสค์ (Kansk) ในไซบีเรีย ได้แจกใบปลิวสนับสนุนนักคณิตศาสตร์และนักเคลื่อนไหวซึ่งต่อต้านรัฐบาลรัสเซีย และนำใบปลิวไปแปะไว้ที่สำนักงานย่อยของ FSB จนถูกตำรวจจับกุมในข้อหาก่อกวนสร้างความไม่สงบ
ระหว่างดำเนินการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า วัยรุ่นทั้ง 3 คนได้จำลองอาคารของ FSB ขึ้นมาในเกมไมน์คราฟต์ และอ้างว่ากลุ่มวัยรุ่นวางแผนจะระเบิดอาคารในเกมทิ้ง
หลังจากพยายามรวบรวมหลักฐาน ล่าสุด ศาลทหารรัสเซียในไซบีเรีย ได้นัดพิจารณาคดี โดยไม่เปิดให้บุคคลภายนอกร่วมฟังการพิจารณาคดี และได้ตัดสินให้อูวารอฟมีความผิดในข้อหา “ฝึกฝนปฏิบัติการก่อการร้าย” ต้องโทษจำคุกเป็นเวลา 5 ปี
ปาเวล ชิคอฟ ทนายความ บอกว่า จำเลยอีก 2 คนที่เป็นเพื่อนของอูวารอฟพ้นผิดในข้อกล่าวหาทางอาญาและถูกพิพากษาให้รอลงอาญา เพราะให้ความร่วมมือกับการสอบสวน
ตามรายงานของคณะผู้สืบสวนระบุว่า ที่อูวารอฟถูกพิพากษาข้อหาฝึกฝนปฏิบัติการก่อการร้าย เพราะมีหลักฐานว่า วัยรุ่นกลุ่มนี้ได้เรียนวิธีทำอุปกรณ์ระเบิด และฝึกจุดชนวนระเบิดในอาคารร้าง แต่ทนายของทั้งสามปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง
สัตวแพทย์ ชี้การุณยฆาตสัตว์ ถือว่าช่วยสัตว์ป่วย ไม่ทรมาน
ในตอนแรก วัยรุ่นทั้ง 3 คนเกือบถูกตั้งข้อกล่าวหาว่า “มีส่วนร่วมในองค์กรก่อการร้าย” แต่ถูกปัดตกไปเนื่องจากขาดหลักฐาน
อูวารอฟเปิดเผยกับสื่อท้องถิ่นว่า ในระหว่างการสอบสวน เขาต้องเผชิญกับการสอบสวนด้วยความรุนแรงจากเจ้าหน้าที่ และปฏิเสธว่า ตนไม่ได้คิดวางแผนจะระเบิดอะไรทั้งนั้น
เขายืนยันว่าเขาไม่ได้ทำความผิดอะไร และกล่าวว่า หากเขาต้องถูกจำคุก เขาก็จะน้อมรับไว้ด้วยใจที่เปี่ยมมโนธรรมและมีศักดิ์ศรี
“สุดท้ายนี้ ผมอยากจะบอกว่า ผมเป็นเด็กคนหนึ่ง ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย” เขากล่าว
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนหนุ่มสาวชาวรัสเซียถูกตัดสินโทษจำคุกในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย
ในเดือน ส.ค. 2020 นักเคลื่อนไหว 3 คนซึ่งยังเป็นเยาวชน ถูกกล่าวหาว่าเป็นสมาชิกของกลุ่มอนาธิปไตยกลุ่มหนึ่ง ซึ่งวางแผนโค่นล้มรัฐบาลของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน จนถูกตัดสินโทษจำคุก
หรือในเดือน ก.พ. 2020 นักเคลื่อนไหวและกลุ่มต่อต้านฟาสซิสต์ที่เป้นผู้เยาว์จำนวน 7 คน ถูกตัดสินจำคุกระหว่าง 6-18 ปีในข้อหาก่อการร้าย
ความโปร่งใสของการพิจารณาคดีของอูวารอฟถูกตั้งข้อสงสัย เพราะไม่มีการแจกแจงหลักฐานว่าวัยรุ่นกลุ่มนี้ลักลอบเรียนรู้วิธีการทำระเบิดและนำไปทดสอบในสถานที่จริงจริงหรือไม่ และหากท้ายที่สุดอูวารอฟต้องถูกตัดสินจำคุกถึง 5 ปีเพียงเพราะสร้างตึกจำลองในเกมขึ้นมาและจะทำลายทิ้ง ก็ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของรัฐบาลรัสเซีย (และเป็นการตีวัวกระทบคราดมาถึงรัฐบาลบางประเทศ) ที่หวาดกลัวพลังของคนตัวเล็ก ๆ อย่างเด็กวัยรุ่นไม่กี่คน
เรียบเรียงจาก The Guardian
ภาพจาก Getty Image