หลังจากที่ อีลอน มัสก์ เจ้าของคนใหม่ของทวิตเตอร์เปลี่ยนนโยบายการมอบเครื่องหมายยืนยันตัวตนให้กับผู้ใช้ประเภทต่าง ๆ หลายคนคงจะสังเกตเห็นแล้วว่า เครื่องหมายยืนยันตัวตนข้างหลังชื่อบัญชีผู้ใช้บางบัญชี จะมีลักษณะเป็นเครื่องหมายติ๊กถูกสีทอง และได้รับคำระบุว่า “บัญชีนี้ได้รับการยืนยันเนื่องจากเป็นธุรกิจอย่างเป็นทางการบนทวิตเตอร์”
เครื่องหมายสีทองนี้เป็นสิ่งที่ทวิตเตอร์มอบให้กับแบรนด์ องค์กรสื่อ และบริษัทเอกชนที่มีความน่าเชื่อถือ “ฟรี ๆ”
“บลูมาร์ก” ทวิตเตอร์คัมแบ็ก ผู้ใช้ไอโฟนจ่าย “ค่ายืนยันตัวตน” แพงกว่า
แต่หลังจากนี้อาจไม่ใช่อย่างนั้นอีกแล้ว เมื่อล่าสุดมีรายงานออกมาว่า ทวิตเตอร์มีแผนที่จะเก็บเงินค่าเครื่องหมายยืนยันตัวตนสีทอง แบบเดียวกับเครื่องหมายยืนยันตัวตนสีฟ้า หรือบลูมาร์ก
เดิมทีทวิตเตอร์จะมอบบลูมาร์กให้กับผู้ที่มีชื่อเสียงในหมวดหมู่ที่เกี่ยวกับรัฐบาล ข่าว ความบันเทิง แต่หลังการเข้ามาของมัสก์ ก็ทำให้ผู้ใช้งานที่เป็นบุคคลทั่วไปสามารถมีเครื่องหมายยืนยันตัวตนหลังชื่อบัญชีของตัวเองได้ เพียงแค่ยอมจ่ายเงิน 8 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนสำหรับผู้ใช้งานบนเว็บไซต์ และ 11 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนสำหรับผู้ใช้อุปกรณ์ iOS
ล่าสุดเครื่องหมายติ๊กถูกสีทองก็มีแนวโน้มทว่าจะต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อมา หลัง แมตต์ นาวาร์รา ที่ปรึกษาด้านโซเชียลมีเดีย รายงานว่า ทวิตเตอร์ได้ส่งอีเมลแจ้งไปยังบางองค์กรว่า ธุรกิจที่ต้องการลงทะเบียนเป็น “องค์กรที่ได้รับการยืนยันตัวตนบนทวิตเตอร์” จะต้องจ่ายเงิน 1,000 ดอลลาร์ (ราว 33,000 บาท) ต่อเดือน เพื่อรักษาสถานะเครื่องหมายติ๊กถูกสีทองไว้
Twitter is reportedly emailing businesses offering gold check mark verification for $1000 PER MONTH!
— Matt Navarra (@MattNavarra) February 3, 2023
And affiliate account verification for $50 each per month pic.twitter.com/hohTPKLKdi
เขาเสริมว่า ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงจะมีผลเมื่อใด และธุรกิจที่ไม่ยอมจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวจะสูญเสียเครื่องหมายติ๊กถูกสีทองไปเมื่อใด
ปัจจุบัน ทวิตเตอร์ยังอนุญาตให้บริษัทแปะโลโก้เวอร์ชันไฮเปอร์ลิงก์ขนาดเล็กไว้ข้างเครื่องหมายยืนยันตัวตนสีทองของบัญชีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของตนได้ด้วย แต่ก็มีรายงานว่า ทวิตเตอร์มีแผนจะเก็บเงิน 50 ดอลลาร์ (ราว 1,600 บาท) ต่อเดือน ต่อแต่ละบัญชีที่อยู่ในเครือเดียวกัน
การเรียกเก็บเงินค่าเครื่องหมายยืนยันตัวตนสีทองนี้ อยู่ภายใต้นโยบายที่เรียกว่า Verified Organizations (องค์กรที่ได้รับการยืนยันตัวตน)
ทั้งนี้ หากองค์กรไหนยอมจ่ายเงินไม่ใช่ว่าจะได้แค่เครื่องหมายยืนยันตัวตน แต่จะได้สิทธิพิเศษบางอย่างด้วย เช่น “การทวีตจะเพิ่มการเข้าถึงและการเผยแพร่สำหรับองค์กรของคุณและบริษัทในเครือเมื่อใดก็ตามที่คุณทวีต”
เรียบเรียงจาก Business Insider
ภาพจาก Shutterstock