หลังจากที่แผนสร้างรายได้ให้กับทวิตเตอร์ของ อีลอน มัสก์ ด้วยการเก็บ “ค่ายืนยันตัวตน” หรือ “ค่าบลูมาร์ก” ถูกระงับไปชั่วคราว 1 เดือนเต็ม เพราะพบบัญชีปลอมของคนดังทั่วโลกระบาดหนัก ล่าสุด ทวิตเตอร์ประกาศว่าฟีเจอร์ดังกล่าวกลับมาอีกครั้งแล้ว
การจ่ายค่าบลูมาร์กนี้ ผู้ใช้จะจ่ายเงินแลกกับเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้าข้างชื่อเพื่อแสดงความน่าเชื่อถือ และรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ จากเดิมที่จะมอบให้กับคนดัง บุคคลสาธารณะ องค์กรสื่อ แบรนด์ต่าง ๆ เท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแอบอ้าง
ทวิตเตอร์ เริ่มเก็บค่า "บลูมาร์ก" ยืนยันตัวตน
แต่แผนการใหม่ของ อีลอน มัสก์ ทำให้ใครก็ตามที่มีโทรศัพท์ บัตรเครดิต และเงิน สามารถมีสถานะได้รับการยืนยันตัวตนได้อย่างง่ายดาย
การกลับมาครั้งนี้ของบลูมาร์กยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า มีการแก้ไขปัญหาบัญชีปลอมระบาดอย่างไรบ้าง โดยทวิตเตอร์บอกเพียงว่า “เราจะเปิดตัว ทวิตเตอร์ บลู อีกครั้งในวันจันทร์ (12 ธ.ค.) สมัครบนเว็บในราคา 8 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 279 บาทไทย) ต่อเดือน หรือบนอุปกรณ์ iOS ราคา 11 ดอลลาร์สหรัฐ (380 บาท) ต่อเดือน เพื่อเข้าถึงฟีเจอร์สำหรับสมาชิกเท่านั้น รวมถึงเครื่องหมายติ๊กถูกสีน้ำเงิน”
ปัจจุบันเครื่องหมายติ๊กถูกสีน้ำเงินหลังชื่อบัญชีทวิตเตอร์มีอยู่ 2 ประเภท คือบัญชีที่ได้รับการยืนยันโดยทวิตเตอร์ก่อนหน้าที่อีลอน มัสก์ จะซื้อกิจการ ที่หากกดเข้าไปดูจะเขียนว่า “บัญชีนี้ได้รับการยืนยันเนื่องจากเป็นบัญชีที่มีชื่อเสียงในหมวดหมู่ที่เกี่ยวกับรัฐบาล ข่าว ความบันเทิง หรืออื่นๆ” ส่วนอีกประเภทจะเขียนว่า “บัญชีนี้สมัครใช้ฟีเจอร์ทวิตเตอร์บลู”
“ทวิตเตอร์บลู (Twitter Blue)” หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “บลู” ซึ่งเป็นระบบ Subscription (ระบบสมาชิก) ของทวิตเตอร์ เก็บเงินผู้ใช้แลกกับฟีเจอร์พิเศษ เช่น ฟีเจอร์เซฟข้อความทวีตพร้อมแยกหมวดหมู่ หรือฟีเจอร์ Undo ข้อความที่ทวีตไป เป็นต้น
อีลอน มัสก์ ยังมีแผนจะมอบสถานะ “บัญชีทางการ (Official)” ให้กับบัญชีที่น่าเชื่อถือซึ่งไม่จำเป็นต้องซื้อบริการทวิตเตอร์บลู โดยหน่วยงานรัฐจะเป็นเครื่องหมายสีเทา ส่วนองค์กรหรือบริษัทอื่น ๆ จะเป็นสีทอง แต่ขณะนี้ยังไม่มีการใช้งานจริง
ทวิตเตอร์ระบุว่า ผู้ใช้บนเว็บไซต์ที่ยินดีจ่ายเงิน 8 ดอลลาร์ต่อเดือนบนเว็บไซต์หรือ 11 ดอลลาร์ต่อเดือนผ่าน App Store ของแอปเปิล จะมีความโดดเด่นบนแพลตฟอร์มมากกว่าผู้ที่ไม่ชำระเงิน
ทั้งนี้ ระบบการจ่ายเงินแลกบลูมาร์กนี้ “ขณะนี้มีให้บริการบน iOS เฉพาะในสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสหราชอาณาจักร โดยมีแผนจะขยายพื้นที่ในอนาคต”
อย่างไรก็ตาม ทวิตเตอร์ไม่ได้อธิบายว่า เหตุใดผู้ใช้แอปเปิลจึงถูกเรียกเก็บเงินมากกว่าผู้ใช้บนเว็บไซต์ แต่ก่อนหน้านี้ อีลอน มัสก์ มีข้อขัดแย้งกับบริษัทแอปเปิล หลังถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจาก App Store เพิ่มขึ้น ทำให้ยอดขายลดลงถึง 30%
มัสก์ยังกล่าวหาว่า แอปเปิลได้ขู่แบนทวิตเตอร์จาก App Store ด้วย และยังบอกด้วยว่าแอปเปิลได้หยุดการโฆษณาบนทวิตเตอร์แล้วด้วย แต่ ทิม คุก ผู้บริหารระดับสูงของแอปเปิล บอกว่า ข่าวว่าจะมีการลบทวิตเตอร์ออกจาก App Store นั้นเป็นเรื่องเข้าใจผิด และได้รับการแก้ไขแล้ว
เรียบเรียงจาก The Guardian
ภาพจาก AFP