ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เฟซบุ๊กเพจ Drama-addict โพสต์ข้อความเตือนผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน LINE ว่าเกิดปัญหา “ล็อกอินซ้อน” จากต่างประเทศ โดยระบุว่า “ลูกเพจแจ้งมาหลายคนว่าคนที่ใช้ไลน์ จู่ๆเจอปัญหาคน login ซ้อนจากประเทศอื่นเข้ามาเยอะมาก ใครโดนให้รีบทำ 2FA”
โดยโพสต์ดังกล่าว มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นมากมาย พร้อมระบุว่าเจอปัญหาล็อกอินซ้อนเช่นเดียวกัน
LINE เผยเทรนด์การใช้งานสูงสุดปีนี้ ผ่านเครื่องมือ "LINE Ads"
เช่น “เราโดนแฮกเพจ เพิ่งเอาคืนมาได้เลย วันที่ 1 โดนล็อกอินไลน์จากเวียดนาม” “โดนจากเวียดนามเหมือนกัน” “ผมเจอล็อคอินที่เวียดนามครับ” และ “เราโดนจากอินเดีย” จะเห็นได้ว่ามีผู้ที่เข้ามาแสดงความเห็นว่าโดนล็อกอินซ้อนจากประเทศเวียดนามเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงประเทศอินเดีย
โดย 2FA หรือวิธีการยืนยันตัวตนแบบ 2 ขั้นตอน คือ วิธีการที่ยืนยันว่าตนเองว่าคือผู้ใช้บริการจริง โดยการแสดงว่าตนครอบครองสิ่งที่ใช้ยืนยันตัวตน (authenticators) ที่มีปัจจัยของการยืนยันตัวตน (authentication factor) จำนวน 2 ปัจจัยที่แตกต่างกัน โดยปัจจัยของการยืนยันตัวตนแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
- สิ่งที่คุณรู้ (something you know) คือ ข้อมูลที่ผู้ใช้บริการเท่านั้นที่ทราบ เช่น username-password หรือ PIN code
- สิ่งที่คุณมี (something you have) คือ สิ่งของที่ผู้ใช้บริการเท่านั้นครอบครอง เช่น Sim card โทรศัพท์ อุปกรณ์บรรจุกุญแจเข้ารหัส (cryptographic device) หรืออุปกรณ์เฉพาะที่ใช้ในการสร้าง one-time-password (OTP device)
- และสิ่งที่คุณเป็น (something you are) คือ ข้อมูลชีวมิติ (biometric data) ของผู้ใช้บริการ เช่น ใบหน้า และลายนิ้วมือ
อย่างไรก็ตาม มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นว่า แม้จะเปิดใช้งานการยืนยัน 2 ชั้น แต่ก็ไม่สามารถป้องกันได้ โดยระบุว่า “ของเราตั้ง 2FA ไว้ ก็ไม่รอด โดนจากอินเดีย เลยตั้งรหัสผ่านใหม่ไม่รู้ช่วยได้ไหม” จึงยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่า การยืนยันตัวตนแบบ 2FA จะสามารถป้องกันปัญหาดังกล่าวได้หรือไม่
เรียบเรียงจาก Drama-addict / สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
ภาพจาก Drama-addict / KAZUHIRO NOGI - AFP
"เศรษฐา" สั่ง "ปานปรีย์" ศึกษาความเหมาะสม ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ
เรอัล มาดริด แถลงการณ์โต้ข่าวลือดีล "เอ็มบัปเป้"
“ต้องเต” หวังรัฐจริงจังผลักดันภาพยนตร์ไทย รองเลขาฯ นายกแจง ไม่คิดเคลมความสำเร็จ “สัปเหร่อ”