แม้สมาร์ตโฟน จะเป็นแกดเจ็ตหนึ่ง ที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้สะดวกสบายขึ้น และตอบสนองความต้องการในหลากหลายด้าน ทั้งการติดต่อสื่อสาร ไปจนถึงการมอบความบันเทิง เสมือนเป็นปัจจัยที่ 5 ของชีวิต
แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า แกดเจ็ตประเภทอื่นก็มีส่วนในการขับเคลื่อนชีวิตเราได้ไม่แพ้กัน ตั้งแต่อุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ ไปจนถึงโน้ตบุ๊ก หรือคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
โดยในปี 2566 เทรนด์แกดเจ็ตเริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากการมาถึงของปัญญาประดิษฐ์ หรือ “AI”
เห็นได้จากหลากหลายแกดเจ็ตที่เปิดตัวในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นเข็มกลัด AI จากบริษัท Humane ที่สั่งการด้วยเสียงและการขยับมือ เซ็นเซอร์ AI ช่วยตรวจจับไฟป่าของบริษัท Dryad Networks จากเยอรมนี รวมถึง Gemini โมเดล AI รุ่นใหม่จาก Google ที่นำมาใช้บน Gadget ของ Google และมีความสามารถแซงหน้า GPT-4 ของ OpenAI
จากการสัมภาษณ์นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SiS และนายพฐนนฐ์ อมรประดิษฐ์กุล ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของแบรนด์สมาร์ตโฟน Oppo ทำให้เห็นว่าในปี 2567 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เป็นปีที่เทรนด์แกดเจ็ตอาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากปี 2566 มากนัก แต่เราจะได้เห็นบทบาทของ AI เพิ่มขึ้นในแกดเจ็ตต่าง ๆ แน่นอน
เริ่มจากนายสมชัย ที่กล่าวว่า เทรนด์แกดเจ็ต AI ในปีหน้าอาจแบ่งได้ 2 ประเภท คือประเภทของสินค้า ซึ่งมีคุณสมบัติหลักเป็นการยกระดับความสามารถของมนุษย์ เช่น หูฟังที่ช่วยตัดเสียงรบกวน ทำให้ได้ยินชัดขึ้นหรือได้ยินได้ไกลขึ้น และเฮดเซ็ตหรือแว่นต่าง ๆ ที่ช่วยทำให้มองเห็นได้ดีขึ้น ชัดเจนขึ้น
อีกประเภทหนึ่งคือ แกดเจ็ตที่กำลังพัฒนาต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่ในเหนือระดับยิ่งขึ้น จากการนำ AI เข้ามาช่วย ผ่าน Cloud (ระบบการบริการที่เป็นตัวกลางไว้ควบคุมระบบอื่น ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต) ในระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งยังคงคิดค้นกันอยู่ว่าจะนำ AI เข้ามาผสานกับตัวแกดเจ็ตอย่างไร ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น มีความเป็น Automatic มากขึ้น แก้ปัญหาต่าง ๆ ได้เอง เช่น แกดเจ็ตที่อาศัยการสั่งการหรือการถามคำถามด้วยเสียง อย่าง Alexa และ Google Assistant เป็นต้น
ในส่วนของแกดเจ็ตประเภทสมาร์ตโฮม นายสมชัยกล่าวว่า เดี๋ยวนี้คนเริ่มนำ AI มาพัฒนาใช้ในกล้องมากขึ้น การจับภาพ วัตถุในภาพ และวิดีโอ มีความฉลาดขึ้น เช่นเมื่อกล้องสามารถจับภาพสุนัขได้ สามารถบอกได้ว่าสุนัขตัวดังกล่าวเป็นพันธุ์อะไร มีอายุเท่าไรแล้ว ซึ่งถือว่าเก่งกว่ามนุษย์มาก
นอกจากกล้องทั่วไปแล้ว กล้องวงจรปิดเองก็น่าสนใจ ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัจจุบัน กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพใบหน้าคน สัตว์ หรือวัตถุต่าง ๆ ได้แล้ว ไม่แน่ว่าเราอาจได้เห็นกล้องวงจรปิดที่ได้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วย
เช่น ความสามารถในการจับใบหน้าของโจร เนื่องจากกล้องจดจำข้อมูลใบหน้าของสมาชิกในบ้านอยู่แล้ว ทำให้ยกระดับในการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น แตกต่างจากการแจ้งเตือนของกล้องสมัยก่อนที่ใช้การตีเส้นกั้นบริเวณบ้าน ซึ่งไม่ว่าใครที่รุกล้ำเข้ามาในขอบเขตการตรวจจับจะแจ้งเตือนทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่คนในบ้าน
นอกจากนี้ นายสมชัยระบุว่า หลัง ๆ AI เริ่มเข้าใจภาษาหรือสิ่งที่มนุษย์พูดได้ดีขึ้น เช่น Chat-GPT ซึ่งปี 2567 อาจมีการออกแบบแกดเจ็ตที่สามารถตอบสนอง และสื่อสารกับมนุษย์ได้ฉลาดขึ้น
นายสมชัยกล่าวปิดท้ายว่า แกดเจ็ตที่มีการเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ต จะสามารถพัฒนาไปได้ไกลกว่า ซึ่งจะดึงความสามารถมาจากระบบ Cloud และ AI ลงมาใช้งานได้ดีกว่าแกดเจ็ตที่ไม่เชื่อมต่อกับระบบดังกล่าว
ด้านนายพฐนนท์ กล่าวว่า ในปี 2567 นอกจากเราจะได้เห็นสมาร์ตโฟนแล้ว ยังมีแกดเจ็ตอื่น ๆ เช่น ลำโพง หูฟัง หรือของเล่นที่มีความล้ำสมัย เช่น แว่น AR (Augmented Reality หรือ เทคโนโลยีที่นำข้อมูลเสมือนมาผสมผสานกับโลกความเป็นจริง) ที่จะถูกพัฒนาให้มีความฉลาดขึ้น โดยแว่น AR อาจถูกพัฒนาให้มีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ ฟังก์ชันที่มีในสมาร์ตโฟนอาจเข้ามาอยู่ในแว่น AR มากขึ้น
นอกจากแว่น AR แล้ว อาจจะมีชุดหูฟังที่มีการพัฒนารุ่นไฮเอนด์ ที่ทำให้เสียงมีความคมชัดขึ้น ซึ่งต้องมีการแข่งขันในแต่ละแบรนด์เป็นปกติ
นายพฐนนท์คาดว่า AI อาจเข้ามาช่วยในเรื่องของการพัฒนาสมองกลของแอปพลิเคชันหรือฟังก์ชันบนแกดเจ็ตต่าง ๆ ให้มีความฉลาดขึ้น มีความเป็น Automatic มากขึ้น คือ สามารถดำเนินการต่าง ๆ ตามที่ต้องการได้โดยอัตโนมัติ ในหลากหลายฟังก์ชัน
ตัวอย่างเช่น ในปัจจุบัน การกรอกข้อมูลลงสู่ระบบออนไลน์หรือการยืนยันตัวตนผ่านระบบต่าง ๆ อาจจะมีความซับซ้อนยุ่งยาก ซึ่งต่อไปจะมีความเป็น Automatic มากขึ้น เมื่อ AI เข้ามาช่วยจัดการในเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ AI ยังเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมไอที ทำให้ได้เห็นการปรับตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมแกดเจ็ตและเทคโนโลยีมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตสมาร์ตโฟน เช่น ได้เห็นการออกแบบกราฟฟิก ออกแบบการแสดงผล และออกแบบหน้าจอ
รวมถึงขุมพลังภายในตัวเครื่อง เพื่อให้รองรับกับระบบต่าง ๆ เช่น ระบบเข้ารหัส-ถอดสัญญาณด้วยเสียง ระบบ Vision ต่าง ๆ รวมถึงต้องพัฒนาแกดเจ็ตหรือสมาร์ตโฟนให้สามารถแสดงผลได้เร็วแรงขึ้น เพื่อรองรับการใช้งานแอปพลิเคชันที่จะนำ AI เข้ามาเป็นตัวช่วยในอนาคต
ในด้านธุรกิจก็ไม่แพ้กัน ที่ AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ เช่น เรื่องของการตอบคำถามด้วยความช่วยเหลือจากแชตบอต (ChatBot) หรืออินเทอร์เน็ตบอต ทำหน้าที่เป็นโปรแกรมอัตโนมัติ หรือในเรื่องของการสร้างภาพสร้างกราฟฟิกต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันเราสามารถสร้างรูปที่มาจาก AI ได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งคนที่เรียนกราฟิกมา
เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว สิ่งที่เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง หากมีแอปพลิเคชันที่นำ AI เข้ามาเป็นตัวช่วยมากขึ้น คือ ตัวแกดเจ็ตหรือสมาร์ตโฟนที่จะสามารถรองรับการประมวลผลที่หนักขึ้น และอาจได้เห็นตัวแกดเจ็ตต่าง ๆ ที่มีขนาดเล็กลง กะทัดรัดมากขึ้น แต่ฟังก์ชันครบเครื่องขึ้น ราคาย่อมเยามากขึ้น และจะทำให้คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
จะเห็นได้ว่า เทรนด์แกดเจ็ตปี 2567 มีแนวโน้มว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นหูฟังหรือแว่นตา ที่จะยกระดับความสามารถในการได้ยิน การตัดเสียงรบกวน หรือการมองเห็นที่ชัดขึ้น ไกลขึ้น และของเล่นใกล้ตัวต่าง ๆ ที่จะถูกยกระดับด้วย “AI” ให้แสดงผลและตอบสนองได้รวดเร็วและแรงขึ้น เพื่อแข่งขันกันในภาคธุรกิจ
ไม่แน่ว่า ในปี 2567 อาจมีแกดเจ็ตเปิดตัวใหม่ ที่เป็นไปตามการคาดการณ์ หรืออาจเหนือกว่าการคาดการณ์ในครั้งนี้ ตามศักยภาพการพัฒนาเทคโนโลยีที่ถือว่าก้าวกระโดดขึ้นเรื่อย ๆ ก็เป็นได้
โตโยต้า เตรียมหยุดขาย-เรียกคืนรถยนต์ 2 รุ่น ในไทยหลังพบความผิดปกติใหม่
พม.เสนอครม.เคาะ 4 แพ็กเกจของขวัญปีใหม่คนพิการ-ผู้สูงอายุ
กางปฏิทินจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ค่าจ้างลูกจ้างประจำ บำนาญ ปี 2566