Google ต้องเผชิญกับวิกฤตด้านคดีความอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2020 รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ยื่นฟ้องกล่าวหาว่า “Google” ผูกขาดตลาดด้านเสิร์ชเอนจินอย่างผิดกฎหมาย และต่อมาได้เรียกร้องให้มีการผ่อนปรนโครงสร้าง หรือเรียกได้ว่าให้แตกไลน์บริษัทออกมา
ล่าสุด วันที่ 21 พ.ย. 67 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ขอให้ผู้พิพากษาของรัฐบาลกลาง บีบให้ Alphabet บริษัทแม่ของเจ้าของเสิร์ชเอนจิน Google ขายเบราเซอร์ Google Chrome ออกไป
วิธีกินแอปเปิลให้ได้ประโยชน์สูงสุด สารพฤกษเคมี ช่วยต้านอนุมูลอิสระด้วย
หาก Google Chrome ถูกขายออกจาก Google ซีเอ็นเอ็นมองว่า จะเป็นการปฏิวัติและปรับโครงสร้างตลาดเสิร์ชเอนจินระดับใหญ่ของชาวอเมริกันและอีกหลายล้านคนทั่วโลก รวมถึงผู้ให้การสนับสนุนของ Google หลายรายอาจถอนตัวออกมาได้
รายงานระบุต่อว่า Google มีความตั้งใจจะยื่นอุทธรณ์ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ หลังจากการกดดันของรัฐบาลสหรัฐฯ ในครั้งนี้
ซึ่งสิ่งที่เป็นประเด็นหลักของทางการสหรัฐฯ ที่ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้คือ คำถามตัวโต ๆ ที่ว่า การทุ่มลงทุนให้ Google กลายเป็นแพลตฟอร์มค้นหาทั้งบน Chrome บนอุปกรณ์ iOS และ Android เป็นการผูกขาด จนทำให้ตลาดเสิร์ชเอนจินไม่เกิดการแข่งขันหรือไม่ เนื่องจากเป็นการปิดกั้นเสิร์ชเอนจินเจ้าเล็ก ๆ ออกจากตลาดแทบจะสมบูรณ์
โดยในเอกสารที่เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมยื่นต่อผู้พิพากษาฯ ระบุว่า การแยก Chrome ซึ่งถูกใช้ในอุปกรณ์หลายพันล้านเครื่องทั่วโลก ออกมาจาก Google อาจช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการผูกขาดที่ผิดกฎหมายเช่นนี้ขึ้นอีก
ด้านทนายความของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า สนามแข่งขันของตลาดเสิร์ชเอนจิน เกิดความไม่เท่าเทียมกันเพราะการกระทำของ Google และคุณภาพของ Google สะท้อนให้เห็นถึงการได้มาซึ่งผลประโยชน์และความได้เปรียบโดยมิชอบ แนวทางแก้ไขคือ จะต้องปิดช่องว่างนี้และลดผลประโยชน์เหล่านี้ของ Google
ที่มา: CNN