20 ก.พ. 68 เวลา 18.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ณ ประเทศสิงคโปร์ OPPO แบรนด์สมาร์ตโฟนแดนมังกร เปิดตัวมือถือจอพับรุ่นใหม่ในระดับ Global เป็นที่เรียบร้อย กับ “OPPO Find N5” ที่นำเสนอว่าเป็นมือถือจอพับแบบ Fold ที่บางที่สุดในโลก หลังจากที่เปิดตัวมือถือจอพับตัวล่าสุดอย่าง OPPO Find N3 เมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคม ปี 2023 รวมถึงยังเปิดตัวสมาร์ตวอตช์เรือธงใหม่อย่าง “OPPO Watch X2” ในงานนี้ด้วย
OPPO Find N5
สำหรับ OPPO Find N5 มาพร้อมความบางขณะพับอยู่ที่ 8.93 มม. บางกว่ามือถือคู่แข่ง Z Fold6 ที่หนา 12.1 มม. และขณะกางอยู่ที่ 4.21 มม. บางกว่า iPad Pro รุ่นล่าสุดที่หนา 5.1 มม. น้ำหนักเบาเพียง 229 กรัม และถึงแม้ว่าจะบางและเบา แต่ก็มาพร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IPX8/IPX9 อยู่ในน้ำลึก 1.5 เมตรได้นาน 30 นาที
ตัวเครื่อง OPPO Find N5 มาพร้อม 2 สีให้เลือกด้วยกัน คือ สีดำ Cosmic Black และสี Misty White ฝาหลังมีขอบกล้องดีไซน์แบบวงแหวน Cosmos Ring ใช้แกนพับไทเทเนียมอัลลอยด์เกรด 5 แบบเดียวกับยานสำรวจดาวอังคาร ทนทานการหักงอได้มากกว่า 50 กก.
จอแสดงผล OPPO Find N5 เป็นแบบ LTPO OLED Dual Shielded Flexible Screen กว้าง 6.62 นิ้วเมื่อพับ และ 8.12 นิ้วเมื่อกางออก เกือบเท่ากับ iPad mini ที่กว้าง 8.3 นิ้ว ป้องกันการกระแทกดีกว่ารุ่นก่อน 70% อัตรารีเฟรช 120Hz ความสว่างสูงสุด 2,100 นิต เมื่อกางออก และ 2,450 นิตขณะพับ ความละเอียด 2248 x 2480 พิกเซล รองรับการใช้งานปากกาสไตลัส Dolby Vision และ HDR+
ในส่วนของแบตเตอรี่ OPPO Find N5 เป็นแบบ ซิลิคอน-คาร์บอน ความจุ 5,600 mAh ขนาดบางพอกับบัตรเครดิต มีความจุมากกว่ารุ่นคู่แข่ง Z Fold6 ที่ให้มา 4,400 mAh รองรับชาร์จแบบมีสายสูงสุด 80W SUPERVOOC และชาร์จแบบไร้สาย 50W AIRVOOC ชาร์จเต็ม 100% ได้ภายใน 50 นาที สามารถสตรีมวิดีโอต่อเนื่อง 25 ชม. ใช้งาน Zoom ได้ต่อเนื่อง 8.6 ชม. และเล่นเกมต่อเนื่องได้นานถึง 7 ชม.
ด้านขุมพลัง OPPO Find N5 เป็นมือถือจอพับรุ่นแรกที่ได้ใช้งานชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite ให้ประสิทธิภาพที่เหนือกว่ารุ่นก่อนทั้ง CPU ประมวลผลดีกว่า 45% GPU ประมวลผลกราฟิกเร็วกว่า 40% ใช้พลังงานน้อยกว่ารุ่นก่อนกว่า 44% และอื่น ๆ ทำงานบนระบบ ColorOS 15 รองรับการใช้งาน 2 แอปฯ พร้อมกัน รวมถึงยังสามารถเชื่อมต่อกับ Mac ผ่านแอปฯ O+ ได้ด้วย
นอกจากนี้ OPPO Find N5 ยังได้ฟีเจอร์ AI มาให้ใช้งาน เช่น
- OPPO AI ผู้ช่วยอัจฉริยะจาก OPPO
- AI Search การค้นหาเชิงลึกพร้อมแหล่งข้อมูล
- AI Call Summary สรุปข้อมูลการคุยโทรศัพท์
- AI Translate แปลภาษาได้แบบเรียลไทม์
- Gemini Live แชตบอตจาก Google
- Circle to Search วงหรือระบายเพื่อค้นหาสิ่งที่ต้องการบน Google
มาถึงเรื่องกล้อง OPPO Find N5 ได้กล้องจากความร่วมมือกับ Hasselblad เช่นเดิม มีกล้อง Periscope Telephoto ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เลนส์ 70 มม. เซ็นเซอร์ 1/2.75 นิ้ว รองรับกันสั่น OIS ซูมแบบเก็บรายละเอียดได้ชัดเจนในระยะซูม 30 เท่า มีการถ่าย Tele-macro 70 มม. และ Lightning Snap สามารถกดค้างเพื่อถ่าย 7 รูปใน 1 วินาที เพื่อเลือกรูปที่ดีที่สุดของเรา ส่วนกล้องอื่น ๆ จะมีกล้องหลัก 5 ล้านพิกเซล กล้อง Ultrawide 8 ล้านพิกเซล และกล้องเซลฟี่ 2 ตัว ตัวละ 8 ล้านพิกเซล
สำหรับฟีเจอร์ AI ในการถ่ายรูปก็มีมาให้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น
- AI Reflection Remover ตัวช่วยลบเงาสะท้อน
- AI Eraser ลบวัตถุในรูป
- AI Clarity Enhancer ตัวช่วยเพิ่มความคมชัด
- AI Unblur ตัวช่วยลบการเบลอภาพออก
สำหรับการวางจำหน่าย OPPO Find N5 จะวางจำหน่ายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป ในรุ่นความจุ 16GB + 512GB ราคา 2,499 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 63,000 บาท
OPPO Watch X2
งานนี้ OPPO ยังเปิดตัวสมาร์ตวอตช์เรือธงใหม่อย่าง OPPO Watch X2 มาพร้อมขอบแบบ Titanium Alloy วัสดุเดียวกันกับขอบและแกนพับ OPPO Find N5 ตัวเคส Stainless Steel หน้าปัดแสดงผลขนาด 1.5 นิ้วแบบ OLED อัตรารีเฟรชสูงสุด 60Hz ความสว่างสูงสุด 2,200 นิต กินพลังงานต่ำกว่ารุ่นก่อน 30%
OPPO Watch X2 กันน้ำกันฝุ่นในระดับ IP68 5ATM มาพร้อม 2 สีด้วยกัน ได้แก่ สีดำ Lava Black สายยาง และ สีฟ้า Summit Blue สายหนัง
OPPO Watch X2 ใช้แบตเตอรี่แบบ Silicon-Carbon มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ 5 วันต่อการชาร์จ 1 ครั้ง พร้อมเคลมว่าเป็นสมาร์ตวอตช์ที่มีอายุแบตฯ ยาวนานที่สุด รวมถึงใช้งานในโหมดประหยัดพลังงานได้ถึง 16 วัน
นอกจากนี้ ยังใช้ชิป Snapdragon W5 Gen1 ช่วยประมวลผลได้เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อน 100% และ NPU เหนือกว่า 300% มีชิป GPS ขนาด 7 นาโนเมตร ระบุตำแหน่งแม่นยำขึ้น 50% พร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจ ตรวจวัดอุณหภูมิ ความดันโลหิต และคลื่นไฟฟ้าของหัวใจ พร้อมโหมดออกกำลังกายมากกว่า 100 ประเภท
สำหรับการวางจำหน่าย OPPO Watch X2 จะวางจำหน่ายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์เป็นต้นไปเช่นเดียวกัน โดยสี Lava Black ราคา 499 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 13,000 บาท และสี Summit Blue ราคา 549 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 14,000 บาท