Apple ส่งการแจ้งเตือนภัยไซเบอร์รอบใหม่ไปยังผู้ใช้ใน 99 ประเทศ หลังตรวจพบว่าบุคคลบางรายอาจตกเป็นเป้าหมายของ "สปายแวร์รับจ้าง" หรือ Mercenary Spyware ซึ่งเป็นเครื่องมือโจมตีไซเบอร์ขั้นสูงที่มักใช้ทรัพยากรจำนวนมากเพื่อเจาะอุปกรณ์ของเป้าหมายเฉพาะราย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับที่ทางการเยอรมนีกำลังตรวจสอบรายงานว่า สมาชิกสภานิติบัญญัติและเจ้าหน้าที่รัฐบาลบางรายอาจถูกโจมตีผ่าน iPhone
ตามรายงานที่อ้างถึง Apple เริ่มส่งคำเตือนให้นักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐบาลเยอรมนีตั้งแต่วันพฤหัสบดี ก่อนที่ สำนักงานความมั่นคงสารสนเทศแห่งชาติของเยอรมนี จะออกคำเตือนเร่งด่วนในช่วงสุดสัปดาห์ โดยหน่วยงานดังกล่าวแนะนำผู้ได้รับแจ้งให้ถือว่าอุปกรณ์ของตนไม่ปลอดภัยอีกต่อไป
รัฐบาลเยอรมนีระบุว่า กำลังให้ความสำคัญกับเหตุการณ์และคำเตือนดังกล่าวอย่างจริงจัง พร้อมเร่งตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดของเหตุการณ์
โจมตีแบบ Zero-click แค่รู้เบอร์โทรก็อาจเพียงพอ
รายงานระบุว่า การโจมตีที่กำลังถูกตรวจสอบอาจใช้ช่องโหว่แบบ "Zero-click" การโจมตีประเภทนี้มีความอันตรายเป็นพิเศษ เพราะผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องกดลิงก์ เปิดไฟล์ หรือดำเนินการใด ๆ ผู้โจมตีก็อาจสามารถเจาะอุปกรณ์ได้
ตามข้อมูลในรายงาน ผู้โจมตีอาจต้องการเพียง หมายเลขโทรศัพท์ของเป้าหมาย เพื่อดำเนินการโจมตี อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ หรือรัฐบาลประเทศใดอาจอยู่เบื้องหลังการโจมตีระลอกล่าสุด ขณะที่โฆษกรัฐบาลเยอรมนี สเตฟาน คอเนเลียส ยังปฏิเสธที่จะระบุว่า นายกรัฐมนตรี เฟรเดริก เมอร์ตซ์ อยู่ในกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือไม่
ไม่ได้เกิดเฉพาะในเยอรมนี
คำเตือนรอบล่าสุดไม่ได้ถูกส่งเฉพาะให้ผู้ใช้ในเยอรมนี มีรายงานว่า ผู้ใช้นอกประเทศก็ได้รับการแจ้งเตือนเช่นกัน รวมถึง รัดวาน มอร์ตาดา ผู้สร้างภาพยนตร์ซึ่งพำนักอยู่ในกรุงเบรุต โดยมอร์ตาดาเผยข้อความแจ้งเตือนที่ได้รับผ่าน X และระบุว่า Apple แจ้งว่า คำเตือนระลอกล่าสุดถูกส่งไปยังผู้ใช้ใน 99 ประเทศ
เขายังระบุด้วยว่า เคยตกเป็นเป้าหมายของสปายแวร์ "เพกาซัส" มาแล้วในปี 2017 และ 2021 แต่ไม่ทราบว่าใครอยู่เบื้องหลังความพยายามล่าสุด หรือเกี่ยวข้องกับสารคดีเชิงสืบสวนที่เขากำกับหรือไม่
"อาจตกเป็นเป้าหมาย" ไม่ได้ยืนยันว่าถูกแฮ็กแล้ว
Apple อธิบายว่า ระบบ Apple Threat Notifications ถูกออกแบบมาเพื่อแจ้งเตือนและช่วยเหลือผู้ใช้ที่บริษัทเชื่อว่าอาจถูกเลือกเป็นเป้าหมายเฉพาะรายของสปายแวร์รับจ้าง
บริษัทระบุว่า การแจ้งเตือนดังกล่าวเป็นคำเตือนที่มี ความเชื่อมั่นสูง ว่าผู้ใช้รายนั้นตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีแต่ Apple ไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้โจมตี และไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าบริษัทตรวจพบภัยได้อย่างไร เพราะเกรงว่าข้อมูลดังกล่าวอาจช่วยให้ผู้พัฒนาสปายแวร์ปรับเปลี่ยนวิธีโจมตีเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับในอนาคต
ดังนั้น การได้รับการแจ้งเตือนจึง ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่า iPhone ถูกเจาะสำเร็จแล้ว แต่ Apple แนะนำให้ผู้ได้รับคำเตือนดำเนินการอย่างจริงจังและขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ
สปายแวร์รับจ้าง VS การแฮ็กทั่วไป
Apple ระบุว่า การโจมตีด้วยสปายแวร์รับจ้างมีความซับซ้อนสูงกว่าการโจมตีจากอาชญากรไซเบอร์ทั่วไปอย่างมาก ผู้โจมตีใช้ทรัพยากรระดับสูงและมุ่งเป้าเพียงบุคคลจำนวนไม่มาก โดยค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและดำเนินการอาจสูงถึงหลายล้านดอลลาร์ เครื่องมือเหล่านี้ยังมีอายุการใช้งานค่อนข้างสั้น เพราะเมื่อช่องโหว่ถูกค้นพบและแก้ไขแล้ว ผู้โจมตีก็ต้องพัฒนาวิธีใหม่ขึ้นมา
Apple ระบุว่า จากรายงานสาธารณะและงานวิจัยที่ผ่านมา การโจมตีประเภทนี้มักถูกเชื่อมโยงกับ หน่วยงานของรัฐหรือบริษัทเอกชนที่พัฒนาสปายแวร์ให้กับรัฐ
หนึ่งในตัวอย่างที่ Apple กล่าวถึงคือ เพกาซัสของ NSO Group กลุ่มเป้าหมายที่พบได้บ่อย ได้แก่ นักข่าว นักเคลื่อนไหว นักการเมือง และนักการทูต อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ Apple ส่วนใหญ่จะไม่มีวันตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีประเภทนี้
Apple เตือนผู้ใช้มาแล้วกว่า 150 ประเทศตั้งแต่ปี 2021
Apple ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2021 บริษัทส่ง Threat Notifications ให้ผู้ใช้หลายครั้งต่อปี เมื่อระบบตรวจพบความเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับการโจมตีด้วยสปายแวร์รับจ้าง จนถึงปัจจุบัน มีผู้ใช้ใน มากกว่า 150 ประเทศ ที่เคยได้รับคำเตือนในลักษณะดังกล่าว
Apple ระบุว่า ความซับซ้อน ค่าใช้จ่ายที่สูง และลักษณะการโจมตีที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้สปายแวร์รับจ้างถือเป็นหนึ่งในภัยคุกคามทางดิจิทัลที่ซับซ้อนที่สุดในปัจจุบัน
การแจ้งเตือน Apple
หาก Apple ตรวจพบพฤติกรรมที่สอดคล้องกับการโจมตีด้วยสปายแวร์รับจ้าง บริษัทจะส่งคำเตือนให้ผู้ใช้ผ่านหลายช่องทาง ได้แก่ แจ้งเตือนบน หน้าจอล็อกและใน Settings ของ iPhone ส่งอีเมลไปยังที่อยู่อีเมลที่เชื่อมกับ Apple Account แสดงแบนเนอร์เตือนที่ด้านบนของหน้า Apple Account เมื่อเข้าสู่ระบบ
ในปี 2026 Apple ระบุว่า ยังส่งอีเมลแจ้งเตือนผ่านที่อยู่ Apple Threat Notifications โดยรูปแบบการแจ้งเตือนอาจแตกต่างกันตามรุ่นอุปกรณ์และเวอร์ชันซอฟต์แวร์
ควรทำอย่างไรหลังได้รับแจ้งเตือน?
Apple แนะนำให้ผู้ได้รับคำเตือนเปิดใช้ Lockdown Mode ซึ่งเป็นโหมดความปลอดภัยขั้นสูงที่ออกแบบมาเพื่อลดพื้นผิวการโจมตีของอุปกรณ์ พร้อมแนะนำให้ผู้ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น บริการช่วยเหลือด้านความปลอดภัยดิจิทัลฉุกเฉินขององค์กรไม่แสวงหากำไร Access Now
Apple ยังย้ำว่า การแจ้งเตือนของแท้จะ ไม่ขอให้ผู้ใช้กดลิงก์ เปิดไฟล์แนบ ติดตั้งแอปหรือโปรไฟล์ เปิดเผยรหัสผ่าน Apple Account และแจ้งรหัสยืนยันผ่านอีเมลหรือโทรศัพท์ หากต้องการตรวจสอบว่าคำเตือนเป็นของจริงหรือไม่ ผู้ใช้สามารถเข้าสู่หน้า Apple Account โดยตรง หาก Apple ส่ง Threat Notification จริง จะมีข้อความเตือนแสดงอยู่ด้านบนของหน้า
วิธีป้องกันตัว
แม้คนส่วนใหญ่จะไม่ตกเป็นเป้าหมายของสปายแวร์รับจ้าง แต่ Apple แนะนำให้ผู้ใช้ทุกคนรักษาความปลอดภัยพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่
- อัปเดตอุปกรณ์เป็นซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุด
- ตั้งรหัสผ่านอุปกรณ์ และใช้ Touch ID หรือ Face ID
- เปิดการยืนยันตัวตนแบบ 2 ปัจจัยสำหรับ Apple Account
- เปิดใช้ Stolen Device Protection
- ดาวน์โหลดแอปจาก App Store
- ใช้รหัสผ่านที่แข็งแรงและไม่ซ้ำกัน รวมถึง Passkeys หากรองรับ
- ไม่เปิดลิงก์หรือไฟล์แนบจากผู้ส่งที่ไม่รู้จัก
สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับ Threat Notification แต่มีเหตุผลให้เชื่อว่าตนเองอาจตกเป็นเป้าหมายเฉพาะของสปายแวร์รับจ้าง Apple แนะนำว่าสามารถเปิด Lockdown Mode เพิ่มเติมเพื่อยกระดับการป้องกันได้