โลกเปลี่ยนขั้ว ไทย-ฟินแลนด์มองทางรอด รับมือความเสี่ยงอย่างไร?
โลกเปลี่ยนขั้ว ไทย-ฟินแลนด์มองทางรอดเศรษฐกิจ จะรับมือความเสี่ยงและคว้าโอกาสอย่างไร?
ในการเสวนาหัวข้อ “Building Resilience in a Fragmented World” หรือการสร้างภูมิคุ้มกันในโลกที่แตกแยกและแบ่งขั้ว ในการประชุมประจำปี IMF-World Bank 2026 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โลกกำลังเปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพเป็นอันดับแรก ไปสู่การให้ความสำคัญกับความมั่นคงมากขึ้น ทั้งในด้านการค้า การเงิน และการลงทุน โดยประเทศและบริษัทต่างๆ พยายามกระจายความเสี่ยงเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน
ไทยปรับแหล่งนำเข้า รับมือโลกแตกแยก
นายเอกนิติกล่าวว่า ผลกระทบจากความแตกแยกของโลกส่งผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การค้า การเงิน และการลงทุน
ด้านการค้าประเทศต่างๆ ต้องหาเส้นทางและตลาดใหม่เมื่อเผชิญข้อจำกัด โดยไทยซึ่งเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิและนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางประมาณ 50% ได้ปรับไปนำเข้าจากแอฟริกาตะวันตกและลาตินอเมริกาในช่วง 7-8 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนว่าแม้มีการสร้างกำแพงทางการค้า แต่ประเทศต่างๆ ยังสามารถสร้างสะพานเชื่อมโยงกันได้
ด้านการเงิน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น โดยในช่วง 7-8 เดือนที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นประมาณ 60 basis points เทียบกับสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น 120 basis points ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคและวินัยทางการคลังในการสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาด
ด้านการลงทุน นักลงทุนหันมากระจายตลาดเพื่อลดความเสี่ยง ส่งผลให้ไทยได้รับประโยชน์ โดยคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ในช่วงครึ่งแรกของปีเพิ่มขึ้น 47% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนเติบโตมากกว่า 10% ติดต่อกัน 2 ไตรมาส อย่างไรก็ตาม ไทยต้องเร่งลดขั้นตอนและอุปสรรค เพื่อเปลี่ยนคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนให้เป็นการลงทุนจริง
มุ่งเป็นตัวกลาง เชื่อมประเทศใหญ่-เล็ก
นายเอกนิติระบุว่า ผลกระทบจากความแตกแยกของโลกมีลักษณะคล้ายรูปตัว K โดยประเทศและบริษัทขนาดใหญ่บางส่วนได้รับประโยชน์ ขณะที่ประเทศขนาดเล็ก ธุรกิจเอสเอ็มอี และประชาชนทั่วไปเผชิญความยากลำบากในการปรับตัว
ไทยจึงมีโอกาสทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่ได้รับความไว้วางใจ เชื่อมโยงประเทศขนาดใหญ่และขนาดเล็ก โดยยึดมั่นในระบบระหว่างประเทศที่มีกฎเกณฑ์ และใช้ความร่วมมือในภูมิภาคสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ
ตัวอย่างคือความร่วมมือด้านพลังงานในอาเซียน แม้ไทยได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันสูง เนื่องจากนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลาง แต่ลาวมีพลังงานไฟฟ้าพลังน้ำจำนวนมาก ขณะที่สิงคโปร์มีความต้องการพลังงานสูง ไทยและมาเลเซียจึงสามารถเป็นสะพานเชื่อมแหล่งพลังงานจากลาวไปยังสิงคโปร์ได้
เร่งเปลี่ยน FDI เป็นทักษะและโอกาสของคนไทย
นายเอกนิติย้ำว่า การสร้างความเชื่อมั่นในระดับโลกต้องควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นในประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการเชื่อมโยงเศรษฐกิจโลก
แม้ไทยจะเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรม AI และการส่งออกที่เกี่ยวข้องเติบโต 40% ในช่วงครึ่งแรกของปี แต่ไทยต้องเปลี่ยนเงินลงทุนให้เป็นขีดความสามารถของประเทศ ผ่านการเชื่อมโยงธุรกิจไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทานโลก และพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจใหม่
หนึ่งในแนวทางคือโครงการ Skill Bridge ที่เชื่อมความต้องการแรงงานของนักลงทุนต่างชาติกับมหาวิทยาลัยในประเทศ ขณะเดียวกัน ยังมีการกำหนดเงื่อนไขให้การลงทุนใหม่ถ่ายทอดเทคโนโลยีและร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเพื่อฝึกอบรมแรงงานไทย
สำหรับการประชุม IMF-World Bank ครั้งนี้ ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพเป็นครั้งที่ 2 หลังจากปี 1991 นายเอกนิติกล่าวว่า ไทยยังเปิดโอกาสให้ชุมชนประมาณ 36-37 ชุมชนจากทั่วประเทศมีส่วนร่วม ผ่านการผลิตผ้าทอสำหรับตกแต่งห้องประชุม เพื่อให้ประชาชนเป็นส่วนหนึ่งของงานระดับนานาชาติ และได้รับประโยชน์จากการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกในระยะยาว
ฟินแลนด์ชี้ ประเทศเล็กไม่จำเป็นต้องเป็นเหยื่อของโลกแตกแยก
ด้าน รีกกะ เพอร์รา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฟินแลนด์ กล่าวว่า ฟินแลนด์เป็นประเทศเศรษฐกิจเปิดขนาดเล็กที่เติบโตจากการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกและห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ แต่เมื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจมีความสำคัญมากขึ้น การพึ่งพากันระหว่างประเทศก็กลายเป็นประเด็นทางการเมืองและเพิ่มความท้าทายให้เศรษฐกิจขนาดเล็ก
ฟินแลนด์อ่อนไหวต่อต้นทุนทั่วโลกที่สูงขึ้นและการหยุดชะงักของอุปทาน โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับรัสเซียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านทางตะวันออก อย่างไรก็ตาม เธอไม่เห็นด้วยว่าประเทศเล็กต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบเสมอไป หากสามารถพัฒนาความสามารถของตนเองและลดจุดคอขวดที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางการค้า ก็สามารถสร้างความสมดุลได้
เธอยังเตือนว่า การขยายการใช้เงินอุดหนุนและนโยบายอุตสาหกรรมในสหภาพยุโรปอาจทำให้ประเทศเล็กเสียเปรียบ เพราะมีงบประมาณน้อยกว่าประเทศขนาดใหญ่ โดยการแข่งขันดังกล่าวอาจบิดเบือนตลาดและบั่นทอนความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ลดความเสี่ยงอย่างเจาะจง ไม่ใช่ปิดประเทศพึ่งตัวเอง
รีกกะกล่าวว่า ประเทศต่างๆ ต้องหาสมดุลระหว่างความมั่นคงกับการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ โดยควรลดความเสี่ยงเฉพาะจุดที่สำคัญ เพื่อลดโอกาสถูกใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจและป้องกันการหยุดชะงัก ไม่ใช่พยายามพึ่งพาตนเองทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากและไม่มีประสิทธิภาพ
ฟินแลนด์ใช้จุดแข็งของประเทศสร้างความยืดหยุ่น ทั้งความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ รวมถึงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยไฟฟ้าประมาณ 95% มาจากแหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำหรือไม่มีการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งช่วยให้ฟินแลนด์มีราคาไฟฟ้าถูกที่สุดในยุโรป
นอกจากนี้ ฟินแลนด์ยังลงทุนในสาขาที่มีความได้เปรียบ เช่น ความเชี่ยวชาญด้านอาร์กติกและเรือตัดน้ำแข็ง โทรคมนาคม แร่สำคัญ การทำเหมืองและแปรรูปแร่ เทคโนโลยีอวกาศ คอมพิวเตอร์ควอนตัม และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
พร้อมมองว่า ประเทศขนาดเล็กควรสร้างความสำคัญให้กับตนเองในด้านที่ประเทศอื่นต้องการ ทั้งการกระจายห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาโลจิสติกส์ การสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าที่เชื่อถือได้ และการจัดหาแหล่งนำเข้าสำรองสำหรับสินค้าสำคัญ
นอกจากนี้ ประสบการณ์จากรัสเซียยังทำให้ฟินแลนด์ตระหนักถึงความจำเป็นในการคาดการณ์ภัยคุกคามและเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว โดยใช้ความมั่นคงแบบองค์รวมและความร่วมมือกับพันธมิตรที่เชื่อถือได้ เพื่อสร้างความยืดหยุ่นท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB