เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เกิดเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2529 เป็นลูกชายคนที่ 2 ของนายพรเทพ เตชะไพบูลย์ กับนางศรีสกุล พร้อมพันธุ์ ภริยาคนปัจจุบันของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีพี่ชายชื่อนายสิทธิพัฒน์ เตชะไพบูลย์ และน้องสาวคือ น.ส.ธีราภา พร้อมพันธุ์
สำเร็จการศึกษา ชั้นประถมศึกษา โรงเรียนเซนต์คาเบรียล กรุงเทพมหานคร มัธยมศึกษา โรงเรียนชาร์เตอร์เฮาส์ (นักเรียนทุนอันดับที่หนึ่ง) , โกดอลมิง เทศมณฑลเซอร์รีย์ สหราชอาณาจักร
และปริญญาตรี ควบปริญญาโทใน 2 สาขา EEM (Engineering, Economics and Management)จาก มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (University of Oxford) สหราชอาณาจักร
เอกนัฏ เข้าสู่แวดวงการเมืองด้วยการเป็นเลขานุการส่วนตัวของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งเป็นบิดาบุญธรรม โดยในเหตุการณ์การก่อความไม่สงบของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2552 เอกนัฏ ได้อยู่ในเหตุการณ์และเคียงข้างนายสุเทพตลอด โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้บุกเข้าไปในโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช ที่พัทยา
ในการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 เอกนัฏได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรุงเทพมหานคร เขต 29 เขตทวีวัฒนา เขตหนองแขม เฉพาะแขวงหนองค้างพลู สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นเขตเดียวกันกับ นายวัชระ เพชรทอง สส. เดิมของพรรค ที่ต้องเปลี่ยนไปลงแบบระบบบัญชีรายชื่อแทน และได้รับเลือกตั้งไปด้วยคะแนน 37,932 คะแนน โดยถือเป็น ส.ส.ที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับเลือกตั้งมาในครั้งนี้ด้วย ด้วยอายุเพียง 25 ปี
ในช่วงเหตุการณ์มหาอุทกภัยในปี พ.ศ. 2554 ได้ลงพื้นที่ดูเรื่องน้ำท่วมในเขตหนองแขม และพื้นที่ใกล้เคียงอย่างใกล้ชิดในฐานะที่เป็น ส.ส. พื้นที่ อีกทั้งยังได้ช่วยเหลือประชาชนในด้านต่างๆ ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่อย่างแข็งขัน จนได้รับคำชื่นชมอย่างมาก
กระทั่งวันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2565 เอกนัฏได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์โดยให้มีผลทันที โดยมีกระแสข่าวว่า เอกนัฏเตรียมย้ายไปสังกัด พรรครวมไทยสร้างชาติ
ในการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1/2565 ของพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2565 เอกนัฏได้รับเลือกตั้งให้เป็นเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยมีพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นหัวหน้าพรรค
ในช่วงวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ.2556–2557 เอกนัฏ เป็นหนึ่งใน 9 สส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคและกรรมการบริหารพรรค และเข้าเป็นหนึ่งในแกนนำ กปปส. ถือว่าเป็นแกนนำที่มีอายุน้อยที่สุด โดยมีบทบาทเป็นโฆษกของการชุมนุมชี้แจงข่าวสารและทำความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ต่อสื่อมวลชนเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
ในวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 จากการชุมนุมในครั้งนี้ ศาลอาญาอนุมัติหมายจับแกนนำ กปปส. รวม 43 คน ผู้ต้องหาคดีกบฏ และความผิดอื่น รวม 8 ข้อหา เพื่อติดตามตัวมาดำเนินกระบวนการตามกฎหมาย โดยเอกนัฏเป็นผู้ต้องหาหมายเลขที่ 9
หลังเหตุการณ์ครั้งนี้ นายเอกนัฏ ได้เข้าอุปสมบทที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์ และเข้าจำพรรษาที่วัดป่าอัมพวัน จังหวัดชลบุรี เช่นเดียวกับแกนนำและแนวร่วมคนอื่น ๆ ด้วย
และในวันที่ 4 ก.ย.2567 โปรดเกล้า ครม.แพทองธาร ซึ่ง "เอกนัฏ พร้อมพันธุ์" นั่งเก้าอี้ตำแหน่งรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
โดยในการจัดตั้งรัฐบาลรอบล่าสุด เอกนัฏ มีชื่อติดโผคณะรัฐมนตรีอนุทิน 2 ในตำแหน่งรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน