นาง ผ่องศรี วรนุช เกิดเมื่อ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2482 ถือเป็นนักร้องหญิงเพลงไทยประเภท เพลงลูกทุ่ง ได้รับสมญานามว่า ราชินีลูกทุ่ง (คนแรก) ซึ่งเส้นทางความเป็นศิลปินเริ่มนต้นเมื่ออายุ 15 ปี เริ่มทำงานกับละครเร่คณะคุณหนู โดยเป็นเด็กรับใช้ ก่อนจะได้ร้องเพลงสลับฉากจนได้เป็นนางเอกของคณะ และเริ่มอาชีพนักร้องได้บันทึกแผ่นเสียงเพลงแรกในชีวิต "หัวใจไม่มีใครครอง" เมื่อปี พ.ศ. 2498
จนโด่งดังในฐานะนักร้องหลังจากการที่ได้มาร่วมงานกับวงดนตรีสุรพล สมบัติเจริญ ประสบความสำเร็จสูงสุดในอาชีพการทำงานในช่วงปี พ.ศ. 2502 ถึงราวปี พ.ศ. 2525
จากนั้น ผ่องศรี วรนุช มีผลงานเพลงเป็นที่ปรากฏการณ์ต่อวัฒนธรรมเพลงลูกทุ่งเป็นจำนวนมาก ด้วยน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ เสียงโทนสูง เช่น "ด่วนพิศวาส", "กอดหมอนนอนหนาว", "วิมานในฝัน", "ไหนว่าไม่ลืม", "น้ำตาเมียหลวง", "ฝนหนาวสาวครวญ", "คืนนี้พี่นอนกับใคร", "สาวเหนือเบื่อรัก", "ข้าวคอยเคียว", "คนสุดท้าย", "น้องเป็นคนรักที่เท่าไหร่", "น้อยใจรัก", "รักลาอย่าเศร้า", "ฝากดิน", "ภูเก็ต", "บาร์หัวใจ" เป็นต้น และยังถือเป็นศิลปินต้นแบบของนักร้องหญิงเพลงลูกทุ่งจำนวนมาก อาทิ บุปผา สายชล, พุ่มพวง ดวงจันทร์, สุนารี ราชสีมา, ศิรินทรา นิยากร ฯลฯ
และได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยลูกทุ่ง - ขับร้อง) ประจำปี พ.ศ. 2535
บั้นปลายของชีวิตนั้น ผ่องศรี วรนุช ได้ช่วยกิจกรรมงานการกุศลและสาธารณประโยชน์ และสร้าง พิพิธภัณฑ์ ผ่องศรี วรนุช เพื่อจัดแสดงประวัติความเป็นมา และรางวัลทรงเกียรติยศที่ได้จากการเป็นนักร้อง โดยเปิดให้ผู้ที่สนใจศึกษาเรื่องราวในอดีตได้เข้าชมฟรีย่านพุทธมณฑล สาย 5
นาง ผ่องศรี วรนุช มีอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งปอดและเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล โดยขณะนั้นร่างกายซูบผอมจนเหลือน้ำหนักไม่ถึง 20 กิโลกรัม หลังจากอาการดีขึ้นแล้ว เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2568 จึงกลับมาพักฟื้นที่บ้านอีกประมาณ 1 เดือนเศษ[ และถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2568 สิริอายุ 85 ปี
ผลงานแสดงภาพยนตร์
- ศึกเสือไทย (2508)
- จำปาทอง (2514)
- น้องนางบ้านนา (2514)
- ลมรักทะเลใต้ (2514)
- หาดทรายแก้ว (2515)
- ไอ้แดง (2516)
- มนต์เพลงลูกทุ่ง เอฟ.เอ็ม. (2545)
รางวัลที่ได้รับ
- รางวัลพระราชทานแผ่นเสียงทองคำ 2 ครั้ง เมื่อ พ.ศ. 2509 จากเพลง "กลับบ้านเถิดพี่" และ พ.ศ. 2522 จากเพลง "โธ่ผู้ชาย" รับจากพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
- รางวัลเสาอากาศทองคำ 3 ปีซ้อน เมื่อ พ.ศ. 2518 จากเพลง "กินข้าวกับน้ำพริก" พ.ศ. 2519 จากเพลง "เขามาทุกวัน" และ พ.ศ. 2520 จากเพลง "จันทร์อ้อน"
- รางวัลพระราชทานพิเศษจากพระหัตถ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะนักร้องลูกทุ่งหญิงเกียรตินิยมยอดเยี่ยม ชนะเลิศเสาอากาศทองคำ 3 ปีซ้อน เมื่อ พ.ศ. 2521 ได้รับรางวัลในปีนี้แต่ละสิทธิ์ จากเพลง "สาริกาคืนถิ่น" กึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย ครั้งที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2532 ได้รับพระราชทานรางวัลจากเพลง "ไหนว่าไม่ลืม", "ฝากดิน" และครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2534 จากเพลง "ด่วนพิศวาส" รับจากพระหัตถ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประกาศเกียรติคุณพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะนักร้องผู้ขับร้องเพลงใช้ภาษาไทยได้ถูกต้อง และ ชัดเจน เมื่อ พ.ศ. 2534
- รางวัลพระราชทาน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยลูกทุ่ง) ประจำปี พ.ศ. 2535 จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม รับจากพระหัตถ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
- รางวัลบุคคลทรงคุณค่าวงการบันเทิง สาขาดนตรี จากงานสยามดารา สตาร์ส อวอร์ดส์ 2015
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
พ.ศ. 2556 – เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นที่ 4 จตุตถดิเรกคุณาภรณ์ (จ.ภ.)