เป็นเรื่องเป็นข่าว

จับชีพจร! แก้รัฐธรรมนูญ?

เป็นเรื่องเป็นข่าว

จับชีพจร! แก้รัฐธรรมนูญ?
เป็นเรื่องเป็นข่าว

วีดีโอถัดไป

สัญญาณเตือน! โรคซึมเศร้า?

เป็นเรื่องเป็นข่าว

เผยแพร่ ปรับปรุงล่าสุด

“เป็นเรื่อง เป็นข่าว” – นายไพบูลย์ นิติตะวัน (ส.ส. บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ) กล่าวว่า เมื่อฝ่ายค้านยื่นเสนอ 4 ญัตติมาแล้ว ส่วนตัวก็ได้ตรวจสอบก็เห็นว่ามีปัญหาทางกฏหมาย และก็เห็นต่างจากทางเจ้าหน้าที่ของสภาเรื่องนี้เข้าลักษณะเดียวกันกับศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำสั่งที่ 5/2563 กรณี ส.ส.77 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ตราขึ้นไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ประเด็นที่ขอให้ศาลวินิจฉัยเป็นประเด็นเดียวกับเรื่องพิจารณาที่ 3/2563 ซึ่งมีรายชื่อ ส.ส.ซ้ำกัน 30 คน ทำให้ จำนวน ส.ส.ที่เข้าชื่อตามคำร้องนี้ไม่ครบตามเกณฑ์ ถ้าดูตามคำวินิจฉัยนี้หมายความว่า ส.ส.จะลงชื่อได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น จะลงชื่อซ้ำในทำนองเดียวกันไม่ได้ ดังนั้นลายมือชื่อของ ส.ส. ผู้เสนอญัตติทั้ง 4 ซ้ำกันกับญัตติอื่น คือ ญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ที่ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ซึ่งจะกระทำมิได้เพราะจะทำให้จำนวน ส.ส. ที่เข้าชื่อเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 ญัตติ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ มาตรา 251 (1) ที่จะต้องมี ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวน ส.ส. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร.
.
ทางด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (ส.ส.น่าน ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย) กล่าวว่า เรื่องของหลักการที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมสรุปแล้วเสนอทั้งหมด ร่างที่หนึ่ง เป็นร่างว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 ให้มีการจัดตั้ง ส.ส.ร. ร่างที่สอง เป็นร่างที่ฝ่ายค้านโดยพรรคก้าวไกลเสนอและมีพรรคร่วมรัฐบาลมาเข้าชื่อร่วมแก้ไข มาตรา 272 ร่างที่สาม เป็นร่างที่ทางพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอล่าสุด ประกอบด้วย 
1. การแก้ไขมาตรา 272 และ 159 ว่าด้วยการให้ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรี 
2. มาตรา 270 และ 271 ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ 
3. มาตรา 279 ว่าด้วยการรับรองคำสั่งและประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 
4. การแก้ไขระบบเลือกตั้ง ส.ส. 
สำหรับในส่วนระบบเลือกตั้ง พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอให้นำระบบเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2540 มาบังคับใช้ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนด ส.ส.จำนวน 500 คน แบ่งเป็นระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 คน และบัญชีรายชื่อ 100 คน โดยการเลือก ส.ส.ในระบบแบ่งเขตเลือกตั้งจะใช้รูปแบบเขตเดียว เบอร์เดียว อีกทั้งการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อจะใช้ระบบการกัน 5 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าพรรคการเมืองใดที่จะมี ส.ส.บัญชีรายชื่อได้นั้นจะต้องมีจำนวนคะแนนเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์จากจำนวนคะแนนเลือกตั้งทั้งหมด คิดว่าการมีระบบการกัน 5 เปอร์เซ็นต์เอาไว้นั้นจะไม่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมืองใหญ่ หรือทำลายพรรคการเมืองเล็ก แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การเมืองมีเสถียรภาพตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2540 อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอเหล่านี้ยังไม่เป็นที่ยุติ เพราะอาจมีการอภิปราย และแก้ไขในชั้นของคณะกรรมาธิการวิสามัญของรัฐสภา.

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร Add friend ได้ที่ @PPTVOnline