"หมอตี๋" ยันรัฐบาลไม่ปิดทางเอกชนจัดหาวัคซีน
เป็นเรื่องเป็นข่าว
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยผ่านรายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ย้ำรัฐบาล-สาธารณสุข มากถูกทางจัดหาวัคซีน ไม่ปิดกั้นเอกชนจัดหาเอง แต่ต้องเข้าใจว่าตอนนี้มีเงินอย่างเดียวซื้อวัคซีนไม่ได้ วอนฟังเหตุผล
นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข บอกว่า เข้าใจได้กับความคิด ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกรณีเพื่อนบ้านไทยฉีดวัคซีนโควิดไปแล้ว แต่ถ้าฟังเหตุผลให้ดีจะเห็นว่าแต่ละประเทศมีเหตุผลพิเศษแตกต่างกัน เช่น อินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อมาก ชิโนแวคเข้าไปร่วมกับอินโดนีเซียที่จะทดลองฉีดกับประชาชนก่อน เป็นต้น
"รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขมั่นใจว่ามาถูกทางแล้ว 2 ล้านโดสเราฉีดตั้งแต่ ก.พ. ถึง พ.ค. ส่วน มิ.ย. วัคซีนล็อตใหญ่ของแอสตราเซเนกาจะมาก็จะฉีดถึงปลายปี"
นายสาธิต บอกว่า สรุป 2 ล้านโดส ชิโนแวค จะเร่งในเฉพาะจุดเสี่ยงสำคัญคือ สมุทรสาคร กรุงเทพฯ ตาก และพื้นที่ติดกับมาเลเซีย ซึ่งมาเลเซียยังไม่ได้ฉีดวัคซีน
ในความเห็น นายสาธิต การฉีดวัคซีนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน ต้องจัดการหลายอย่าง ซึ่งจะยุ่งมากถ้ามีหลายยี่ห้อ ดังนั้นช่วง 2 ล้านโดสแรก เดือน ก.พ. ถึง พ.ค. ฉีดให้เสร็จ จากนั้นฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกา กำหนดไว้เดือนละ 5 ล้านโดส แต่จะเร่งให้ได้ 10 ล้านโดส เพื่อให้ครบ 60 ล้านโดส ภายใน 6 เดือน แต่ดูแล้วก็ยังเหนื่อยเพราะตรวจพื้นที่แต่ละโรงพยาบาล ถ้าเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ วันละ 600 คน โรงพยาบาลชุมชนวันละ 300 คน ต้องนัดฉีดไม่ให้คนแออัด และคนที่ฉีดแล้วต้องพักรอดูอาการ รวมทั้งการขนส่งควบคุมอุณหภูมิวัคซีนให้มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เอามาเยอะ ๆ แล้วจัดการไม่ได้
"ตอนนี้มีเงินอย่างเดียวซื้อวัคซีนไม่ได้ ต้องใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว และเงื่อนไขพิเศษ เพราะว่าบริษัทผลิตวัคซีนได้ 4-5 บริษัทที่ประกาศในระยะที่ 3 และขอใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินมีไม่มาก แต่ในอนาคตจะมีหลายบริษัทที่ผลิตแล้วผ่านการทดลองที่มีประสิทธิภาพน่าเชื่อถือก็จะมีบริษัทให้เป็นทางเลือกมาขึ้น เมื่อถึงตรงนั้นอำนาจจะเป็นของผู้ซื้อไม่ใช่ของผู้ขาย"
ส่วนเอกชนหรือโรงพยาบาลเอกชน นายสาธิต ย้ำว่า สามารถจัดหาวัคซีนเองได้ถ้ามีเงินไปซื้อ แต่บังเอิญวัคซีนมันไม่ใช่สินค้าแบบนั้น ต้องเข้าใจว่า ชีวิตไม่ได้ง่าย มีเงินแล้วไปซื้อของจากร้านสะดวกซื้อได้ เพราะวัคซีนต้องได้รับการรับรอง ถ้าเอกชนเอาไปฉีดแล้วมีคนตายใครรับผิดชอบ
ส่วนข้อเสนอภาคธุรกิจท่องเที่ยวก็โยนข้อเสนอเข้าคณะกรรมการกระจายวัคซีนแล้วแต่ก็มีนักวิชาการติงว่า จังหวัดที่ไม่มีการแพร่ระบาดไปฉีดก็ไม่มีประโยชน์อะไรจึงควรฉีดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดให้มากที่สุด แต่ถ้าเรามีวัคซีนมากพอก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งซึ่งต้องนำไปพิจารณากัน