ลิโอเนล สกาโลนี่ กุนซืออาร์เจนตินา พาทีมไร้พ่ายมา 13 เกมติดต่อกัน นัดล่าสุด โคลอมเบีย เสมอ 2-2 เกมนี้มีการเปลี่ยนไลน์อัพจากนัดล่าสุุด คือ นิโคลัส ทาเกลียฟิโก้ ได้ยืนแบ็คซ้ายแทน มาร์กอส อคุนญ่า ส่วน ลิโอเนล เมสซี่ นำทัพแดนหน้า
มาร์ติน ลาซาร์เต้ บอสของทีมชิลี นัดล่าสุดเปิดบ้านเสมอ โบลิเวีย 1-1 เกมคัดบอลโลก นัดนี้ไม่มี อเล็กซิส ซานเชซ ที่ได้รับบาดเจ็บที่เท้าระหว่างการซ้อมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อาร์ตูโร่ วิดัล หายโควิดกลับมามีชื่อในแดนกลาง เกมรุกใช้ เอดูอาร์โด้ วาร์กาส กับ ฌ็อง เมเนเซส เป็นตัวปิดสกอร์
เกมผ่านมาถึงนาทีที่ 16 นิโคลาส กอนซาเลซ ได้กดแบบเน้นๆ เล่นเอา เคลาดิโอ บราโว่ ต้องปัดออกมา อาร์เจนติน่า ได้แค่เตะมุมเท่านั้น
นาทีต่อมา กอนซาเลซ มีโอกาสที่จะทำให้ อาร์เจนติน่า นำอีกครั้ง แต่ก็บิงไปตรงตัว บราโว่
นาที 33 อาร์เจนตินา มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากลูกยิงฟรีคิกสุดสวย ระยะประมาณ 20 หลาหน้าปากประตูของ ลิโอเนล เมสซี่ และถือเป็นประตูที่ 73 ในนามทีมชาติ
หลังจากเป็นฝ่ายตามหลัง ชิลี เริ่มเล่นเกมหนักและพยายามบุกเพื่อเรียกสกอร์ตีเสมอ แต่ทำไม่ได้ จบ 45 นาทีแรก อาร์เจนตินา นำ 1-0
ช่วง 10 นาทีสุดท้าย บวกด้วยช่วงทดเจ็บยาว 7 นาที ขุนพล " ฟ้าขาว" พยายามลุยใส่อย่างหนักเพื่อหวังเก็บ 3 แต้มเพื่อเรียกความมั่นใจในเกมเปิดสนามแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จบ 90 นาทีเสมอกันไป 1-1
กลับมาครึ่งหลังนาทีที่ 53 ชิลี น่าจะได้ประตูตีเสมอ แต่ อาร์ตูโร่ วิดัล ยิงไปติดเซฟ มาร์ติเนซ ที่ออกมาปิดมุมได้ดี
หลังจากนั้น นิโคลัส ทาเกลียฟิโก้ ไปทำฟาวล์ อาร์ตูโร่ วิดัล ในเขตโทษ ผู้ตัดสินเช็ค VAR และให้เป็นจุดโทษ โดย วิดัล เป็นคนยิงเอง แต่ยิงไปถูก มาร์ติเนซ ไปชนเสาและบอลไปเข้าทาง เอดูอาร์โด้ วาร์กัส ตามโหม่งซ้ำเข้าไปในนาทีที่ 58 ชิลี ตีเสมอ 1-1
หลังจากถูกตามตีเสมอ อาร์เจนตินา ส่ง อังเคล ดิ มาเรีย และ เซร์คิโอ อเกวโร่ ลงไปเพิ่มมิติในเกมรุกเพื่อหวังประตูนำอีกครั้ง