ลิโอเนล สกาโลนี่ พาทีมอาร์เจนตินา ชนะ อรุกวัย 1-0 ในเกมล่าสุด โดยนัดนี้มีการปรับทัพหลายตำแหน่ง เกอร์มัน เปซเซลล่า,นิโคลัส ทาเกลียฟิโก้ มีชื่อในแผงหลัง ขณะที่ กีโด้ โรดริเกซ ที่ทำประตูในเกมกับอุรุกวัย มีชื่อแดนกลางเช่นเดิม เกมรุก เซร์คิโอ อเกวโร่ และ อังเคล ดิ มาเรีย ได้ออกสตาร์ตร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี่ กัปตันทีม
ทางฝั่งกุนซือ เอดูอาร์โด้ เบริซโซ่ พาปารากวัย ชนะ โบลิเวีย 3-1 ในเกมล่าสุดเกมนี้จัดทัพใช้ อาเลฮานโดร โรเมโร่, มิเกล อัลมิร่อน และ อังเคล โรเมโร่ คอยซับพอร์ต กาเบรียล อาวาลอส หน้าเป้า
นาทีที่ 7 กองหลังปารากวัยไปชนกันเอง บอลมาเข้าทาง อเกวโร่ หมุนตัวยิงแต่วางเท้าไม่ดีบอลหลุดกรอบออกไป
อีก 3 นาทีต่อมา อังเคล ดิ มาเรีย มาจ่ายให้ ตัดเข้าในให้ อเลฮานโดร โกเมซ ยิงข้ามตัว แอนโธนี่ ซิลวา เข้าไปให้ อาร์เจนตินา นำ 1-0
นาทีที่ 18 อาร์เจนตินา ยังไม่ได้ประตูที่ 2 เมื่อลูกฟรีคิกบนเส้น 18 หลา ของ เมสซี่ ที่ยิงด้วยซ้ายหลุดเสาไปแบบได้ลุ้น
เกมผ่านเข้าสู่ช่วง 5 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก แนวรุกของ ปารากวัย แทบจะนับจังหวะเข้าทำได้เลย โดยส่วนใหญ่จะไม่ผ่านแนวรับทีม "้ฟ้าขาว"
ช่วงทดเจ็บแม้จูเนียร์ อลอนโซ่ กองหลังปารากวัย จะทำเข้าประตูตัวเอง แต่เมื่อเช็ค VAR ปารากวัยรอดการเสียประตู เนื่องจากมีผู้เล่นอาร์เจนตินา อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า จบ 45 นาทีแรก อาร์เจนตินา นำอยู่ 1-0
เกมกลับลงมาครึ่งหลังสปีดบอลของ ปารากวัย ดีขึ้นกว่าครึ่งแรก แต่ผ่านเข้าสู่หนึ่งชั่วโมงของเกม กฺ็ยังไม่สามารถส่งบอลผ่านมือ เอมิเลียโน่ มาร์ตินเนซ ไปได้
ผ่านมาถึงนาที 80 โอกาสของอาร์เจนตินา ในจังหวะสุดท้าย ยังไม่สามารถเจาะปารากวัยเข้าไปได้ รวมถึง ลิโอเนล เมสซี่ นั้นถูกบีบให้เล่นยาก
ช่วงท้ายครึ่งหลัง อาร์เจนตินา มาเร่งเกมอีกครั้งเพื่อหวังประตูย้ำชัยชนะแต่ไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม อาร์เจนตินา เฉือนชนะ 1-0 มีเพิ่มเป็น 7 แต้มจากการลงเตะ 3 นัด พร้อมขึ้นมาเป็นจ่าฝูงกลุ่ม เอ และการันตีเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ส่วน ปารากวัย ที่เพิ่งเตะไป 2 นัดมี 3 แต้มเท่าเดิม