โดยเส้นทางการคว้าเหรียญทองแดง ประเภท เอเป้ หญิง คลาส B รอบแรกซึ่งแข่งแบบพบกันหมด สายสุนีย์ แข่ง 6 แมตช์ ชนะ 4 แพ้ 2 แมตช์ ผ่านเข้าสู่รอบ 16 คนสุดท้าย และจากการที่ สายสุนีย์ ทำผลงานดีได้ดีในรอบแรกทำให้ได้บายในรอบ 16 คน ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย ซึ่ง สายสุนีย์ ยังโชว์ฟอร์มได้ดี ชนะ อเลสเซีย มาคริซสกาย่า วัย 35 ปีจากเบลารุส 15-5 คะแนน ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ไปพบกับ เทียน ซู เหม่ย คู่ปรับเก่าจากจีนที่สายสุนีย์แพ้มาในรอบแบ่งกลุ่มเช้าวันเดียวกัน รวมถึงแพ้มาในประเภทเซเบอร์ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา
ปรากฏว่า สายสุนีย์ พยายามสู้เพื่อหวังล้างแค้นให้ได้ แต่ทำไม่สำเร็จ โดนสาวแดนมังกรย้ำแค้นเอาชนะไปอีก 15-9 ทำให้สายสุนีย์ ได้แค่ไปชิงเหรียญทองแดง พบกับ โจว จิ้งจิ้ง นักดาบสาวจีนอีกรายวัย 34 ปี ซึ่งผลปรากฏว่า สายสุนีย์ อาศัยประสบการณ์ที่เหนือกว่าเอาชนะไป 15-8 คะแนน คว้าเหรียญทองแดงให้กับทีมวีลแชร์ฟันดาบไทย และเป็นเหรียญแรกให้กับทัพนักกีฬาไทยในศึกพาราลิมปิกเกมส์ 2020
สำหรับ สายสุนีย์ วัย 47 ปี ดีกรีเคยคว้าเหรียญทองพาราลิมปิก 2004 และ 2012 ขณะในพาราลิมปิกเกมส์ 2016 ที่ประเทศบราซิล สายสุนีย์ คว้าเหรียญเงิน ในประเภทนี้มาครองเช่นกัน
ทั้งนี้ สายสุนีย์ จ๊ะนะ ได้รับเงินรางวัลอัดฉีดจากรัฐบาลไทยผ่านกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ กกท. โดย สายสุนีย์ มีสิทธิ์เลือกรับเงินรางวัล 2 เงื่อนไขประกาศ เงื่อนไขแรก เหรียญทองแดง ได้ 3,000,000 บาท โดยเงื่อนไขนี้จะแบ่งจ่าย ซึ่งจ่ายเป็นก้อนให้นักกีฬาก่อนในอัตราร้อยละ 50 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 50 จะจ่ายเป็นรายเดือน ภายในระยะเวลา 4 ปี ส่วนเงื่อนไขที่สอง จ่ายครั้งเดียวเป็นก้อนเดียว แต่จะได้รับในอัตราที่น้อยลง โดยเหรียญทองแดงจะได้รับเงินทั้งสิ้น 2,500,000 บาท