ปรีวิว พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
พฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม 2564
(2) ลิเวอร์พูล-นิวคาสเซิ่ล (19)
สนาม : แอนฟิลด์ เวลาคิกออฟ : 03.00 น.
ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน
ผลงานการพบกันในฤดูกาลที่ผ่านมา
24 เม.ย.2564 ลิเวอร์พูล 1-1 นิวคาสเซิ่ล
31 ธ.ค.2563 นิวคาสเซิ่ล 0-0 ลิเวอร์พูล
ลิเวอร์พูล
ผลงาน 5 นัดหลังสุด
11 ธ.ค.2564 ชนะ แอสตัน วิลล่า 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
7 ธ.ค.2564 ชนะ เอซี มิลาน 2-1 (เยือน) ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
4 ธ.ค.2564 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
“ลิเวอร์พูล” พลาดขึ้นท็อป 4 โดน “นิวคาสเซิ่ล” ไล่เจ๊า 1-1
1 ธ.ค.2564 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 4-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
27 พ.ย.2564 ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
สภาพทีมลิเวอร์พูล
เจอร์เก้น คล็อปป์ พาทีมชนะใน 7 เกมหลังทุกรายการ โดยเสียไปเพียง 3 ประตู เกมลีกล่าสุดเปิดบ้านชนะ แอสตัน วิลล่า 1-0 ทำให้มี 38 คะแนน จาก 16นัด ด้าน โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ กลับมาซ้อมได้แล้ว และน่าจะมีชื่อใส่เป็นตัวเลือกในเกมนี้ ส่วน ดีโอโก้ โชต้า ที่ลงมาเป็นสำรองเมื่อเกมสุดสัปดาห์ น่าจะกลับมาเป็นตัวจริง กรณีที่ ฟีร์มิโน่ ไม่ฟิตพร้อมสตาร์ต โดย อเล็กซ์ อ็อกเล็ด แชมเบอร์เลน จะกลับไปนั่งสำรอง ขณะที่ ดิว็อก โอริกี้, นาธาเนี่ยล ฟิลลิปส์, เคอร์ติส โจนส์ และ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ยังคงอยู่ระหว่างฟื้นฟูร่างกายต่อไป ส่วน นาบี เกอิต้า,คอสตาส ซิมิคาส และ อิบราฮิม่า โคนาเต้ อาจได้ลง หากทีมต้องการรักษาความสดไว้พบ สเปอร์ส ในสุดสัปดาห์นี้
ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์; เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, อิบราฮิม่า โคนาเต้, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค,แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน; นาบี เกอิต้า,ฟาบินโญ่,จอร์แดน เฮนเดอร์สัน; โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, ดีโอโก้ โชต้า, ซาดิโอ มาเน่
นิวคาสเซิ่ล-ผลงาน 5 นัดหลังสุด
12 ธ.ค.2564 แพ้ เลสเตอร์ ซิตี้ 0-4 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
4 ธ.ค.2564 ชนะ เบิร์นลี่ย์ 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
30 พ.ย.2564 เสมอ นอริช 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
27 พ.ย.2564 แพ้ อาร์เซน่อล 0-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
20 พ.ย.2564 เสมอ เบรนท์ฟอร์ด 2-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
สภาพทีมนิวคาสเซิ่ล
เอ็ดดี้ ฮาว พาทีมบุกไปแพ้ เลสเตอร์ 0-4 ในนัดล่าสุด ทำให้ยังคงมีเพียง 10 คะแนนจาก 16 นัด พอล ดัมเม็ตต์ เป็นรายเดียวที่จะพลาดลงสนามหลังเจอปัญหาที่น่อง ด้าน มิเกล อัลมิร่อน ใกล้ฟิตสมบูรณ์ แต่ เฟเดริโก้ เฟอร์นานเดซ ยังเจ็บต้นขา เกมนี้จะมาในระบบเซ็นเตอร์ 3 คน ฟาเบียน แชร์, เคียแรน คล้าร์ก และ จามาล ลาสเซลล์ส โดยมี คัลลั่ม วิลสัน เป็นหน้าเป้า ขณะที่ อัลล็อง แซงต์ มักซิแม็ง จะคอยลากเลื้อยเข้าทำ
ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม
นิวคาสเซิ่ล (5-4-1) : มาร์ติน ดูบราฟก้า; ฆาบี มานกีโย่, ฟาเบียน แชร์, เคียแรน คล้าร์ก, จามาล ลาสเซลล์ส, จามาล ลูอิส; อัลล็อง แซงต์ มักซิแม็ง,ไอแซค เฮย์เด้น,จอนโจ เชลวี่ย์,โชเอลินตอน ;จอนโจ เชลวี่ย์, โจ วิลล็อค, อัลล็อง แซงต์ มักซิแม็ง,คัลลั่ม วิลสัน, โชเอลินตอน; คัลลั่ม วิลสัน
เกร็ดน่าสนใจก่อนเกม
-พบกันในพรีเมียร์ลีก ทั้งหมด 52 นัด ลิเวอร์พูล ชนะ 29 นัด นิวคาสเซิ่ล ชนะ 11 นัด เสมอกัน 12 นัด
-ลิเวอร์พูล ชนะในเกมลีกสูงสุดมาแล้ว 1,999 จาก 4,226 นัด ( เสมอ 1,047 แพ้1180) และหากเกมนี้ชนะจะเป็นทีมแรกที่ชนะ 2,000 ได้ตรงนี้
-ทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ไม่แพ้ใครมา 12 เกมลีกในบ้าน นับตั้งแต่แพ้ติดต่อกัน 6 เกมที่แอนฟิลด์ระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม
-นับตั้งแต่ชนะเกมพรีเมียร์ลีกที่มาเยือนลิเวอร์พูลครั้งแรกในเดือนเมษายน 1994 และชัยชนะเกมลีก คัพ 1-0 หลังจากนั้น นิวคาสเซิลก็ไม่ชนะเลยในการไปเยือนแอนฟิลด์ 25 นัดล่าสุดในทุกรายการ
-นิวคาสเซิ่ลชนะเพียง 2 จาก 14 เกมลีกกลางสัปดาห์หลังสุด (วันอังคาร พุธ พฤหัสบดี) ชนะ 4-1 บอร์นมัธในเดือนกรกฎาคม 2020 และ 1-0 กับเชฟฟิลด์ยูไนเต็ดในเดือนพฤษภาคมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว
-โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ทำประตูใน 4 เกมที่ แอนฟิลด์ ในการพบกับ นิวคาสเซิ่ล ตลอด 4 ฤดูกาลที่ผ่านมา
-โมฮาเหม็ด ซาลาห์ สามารถสร้างสถิติเทียบเท่ากับสถิติของเจมี่ วาร์ดี้ ในการทำประตูใน 15 นัดติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก