หลังนำทัพช้างศึกคว้าแชมป์อาเซียนคัพ 2022 พร้อมย้ำแค้นคู่ปรับตัวฉกาจอย่างเวียดนาม จนทำให้ฉากจบของ ปาร์ค ฮัง ซอ กุนซือชาวเกาหลีใต้ ไม่ได้สวยหรูอย่างที่วาดฝันไว้ ส่งให้ "มาโน่ โพลกิ้ง" เป็นกุนซือคนที่ 3 ของทีมชาติไทย ที่สามารถนำทีมคว้าแชมป์รายการนี้2สมัยติดต่อกัน ต่อจาก ปีเตอร์ วิธ และ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง
หากใครติดตามผลงานของ "มาโน่ โพลกิ้ง" ในการคุมทีมชาติไทยมาตลอด สิ่งที่เห็นชัดเจนและแตกต่างจากโค้ชรายอื่นของช้างศึก
คือ เขาไม่ได้เริ่มต้นจาก "ชื่อชั้น" หรือจุดสูงสุดในชีวิตที่เคยหยิบจับความสำเร็จมาก่อน
ถ้าเปรียบเทียบกับ ทั้ง อากิระ นิชิโนะ, มิโลวาน ราเยวัช ,ไบรอัน ร็อบสัน ,ปีเตอร์ รีด ซึ่งกุนซือเหล่านี้ต่างทำให้แฟนฟุตบอลไทย หัวใจเต้นรัวๆ เมื่อรู้ว่าพวกเขาจะก้าวเข้ามาบัญชาเกมของทัพช้างศึก ตรงกันข้าม มาโน่ โพลกิ้ง ถูกแฟนฟุตบอลไทยตีตราและดูแคลนว่าเป็นกุนซือขัดตาทัพ แถมเขาต้องแบกรับเดิมพันตั้งแต่เริ่มต้น เพราะหากล้มเหลว ไม่สามารถทวงแชมป์อาเซียนคัพ 2020 ซึ่งมาแข่งกันในปี 2021 ได้สำเร็จ เขาก็อาจไม่ได้ไปต่อตั้งแต่ตอนนั้น ด้วยสัญญาระยะสั้น และมีเวลารวมนักเตะซ้อมแค่เพียงสัปดาห์เดียว
เหตุผลเดียวที่เขาถูกเลือกและเหมาะสมภายใต้ระยะเวลาการเตรียมทีมที่จำกัด คงเป็นเพราะมาโน่ โพลกิ้ง เป็นกุนซือชาวต่างชาติที่รู้จักนักเตะไทยในทุกรายละเอียดเป็นลำดับต้นๆ เพราะนอกจากเคยเป็นผู้ช่วยโค้ช ในยุคที่วินฟรีด เชเฟอร์ คุมทัพช้างศึก เขายังอยู่ในบทบาทเฮดโค้ชแบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมดังในไทยลีกมานานหลายปี
ข้อครหาและคำสบประมาทจากแฟนบอลไทยที่ถาโถมเข้าใส่กุนซือรายนี้ เอาเข้าจริงก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะหากย้อนดูเส้นทางในเกมลูกหนังอาชีพของมาโน โพลกิ้ง เขาไม่เคยเอื้อมถึงความสำเร็จในฐานะแชมป์เลยแม้แต่ครั้งเดียว
ไล่เรียงตั้งแต่ชีวิตค้าแข้งในฐานะนักเตะ เขาโลดแล่นอยู่ในลีกอาชีพที่ไซปรัส ก่อนจะแขวนสตั๊ดในวัย31 โดยไม่เคยเป็นแชมป์
หลังแยกทางกับวินฟรีด เชเฟอร์ ในฐานะผู้ช่วยโค้ชทีมชาติไทยชุดใหญ่ “มาโน่ โพลกิ้ง” ได้รับความไว้วางใจให้ทำทีมชาติไทยชุดยู 22 ชั่วคราว แต่ผลงานก็ยังไม่เข้าเป้า
จากนั้นเขาขยับมาคุมทีมไทยลีกอย่าง อาร์มี่ ยูไนเต็ด และต่อด้วยสุพรรณบุรี เอฟซี แต่ไม่นาน ก็เป็นไปตามวิถีฟุตบอลอาชีพ เมื่อไม่สามารถนำความสำเร็จมาสู่ทีมได้
ผลงานที่ดูเหมือนจะเด่นชัดและเริ่มสร้างชื่อให้กับ “มาโน่ โพลกิ้ง” ในบทบาทเฮดโค้ชได้บ้าง ก็คือได้โอกาสทำทีม ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เขาอยู่ที่นี่ต่อเนื่องนานถึง 7 ปี และเริ่มสร้างสไตล์และแนวทางเล่นของทีมแข้งเทพยุคนั้นจนเป็นที่จดจำว่าเป็นทีมที่ขับเคลื่อนเกมรุกได้สนุกที่สุดทีมหนึ่ง แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่สามารถพาแข้งเทพหยิบจับถ้วยแชมป์ใดๆ มาครองได้ ผลงานดีที่สุด คือ การคว้ารองแชมป์ไทยลีก , เอฟเอคัพ และคว้าโควต้า เอเอฟซี แชมป์เปี้ยนลีกเท่านั้น จนในที่สุดเขากับทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ก็ไม่สามารถไปต่อกันได้ ท่ามกลางภาพจำของแฟนฟุตบอลไทยว่ากุนซือรายนี้ทำฟุตบอลได้แค่การสร้างความบันเทิง เอ็นเตอร์เทนคนดูด้วยเกมบุก แต่เกมรับก็พร้อมเสียประตูทุกวินาที
หลังจากนั้นมาโน่ โพลกิ้ง ก็ไปหาความท้าทายในวีลีกกับสโมสรโอจิมินห์ ซิตี้ ที่นั่นเขายิ่งไม่เข้าใกล้ความสำเร็จใดๆเลย เพราะฉะนั้นการพาช้างศึกได้แชมป์อาเซียนคัพ 2 สมัยติด น่าจะเป็นความสำเร็จที่เป็นชิ้นเป็นอันที่สุดของชีวิตของมาโน่ โพลกิ้ง ในฐานะเฮดโค้ช
การคุมทัพช้างศึกตั้งแต่เดือนกันยายน 2021 ของ “มาโน่ โพลกิ้ง” นอกจากจะพาทีมชาติไทยทวงความยิ่งใหญ่ในอาเซียนกลับมาได้ เขายังพิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่เพียงความกล้าในตัว การหยิบจับนักเตะในไทยลีกที่เปรียบเสมือนวัตถุดิบมาปรุงและแนวทางการเล่นในแต่ละเกม เขาอาจจะไม่ได้ทำได้สมบูรณ์แบบตั้งแต่เริ่มต้น แต่มันกลับมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆอย่างเห็นได้ชัด
“ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน” อดีตศูนย์หน้าทีมชาติไทย เจ้าของฉายาเพชฌฆาตหน้าหยก ถึงขั้นชื่นชมหลังเห็นพัฒนาการที่ชัดเจนของ “มาโน่ โพลกิ้ง” โดยบอกว่า เริ่มแรกเขายังไม่แน่ใจกับกุนซือที่เกิดในบราซิลและเติบโตที่เยอรมนีรายนี้ แต่เมื่อ “มาโน่ โพลกิ้ง” พิสูจน์ให้เห็นในรายการชิงแชมป์อาเซียน 2 สมัยว่า เขาสามารถสร้างความแตกต่างให้ไทยกับทุกชาติในอาเซียนได้ด้วยการสร้างนักเตะที่เป็นตัวเลือกให้กับทัพช้างศึกได้มากถึงกว่า 40 คน แถมยังสามารถผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนนักเตะเหล่านี้ลงไปสัมผัสเกมได้อย่างทั่วถึง และการปรับแผนการเล่นให้มีความหลากหลายเหมาะสมกับสถานการณ์ บางเกมใช้ 4-3-2-1 บางเกมใช้ 4-4-2 ไดมอนด์ บางเกมใช้ 5-3-2 ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการใส่ระบบการเล่นลักษณะนี้ให้นักเตะ โดยตัวนักเตะทุกคนทำตามได้ภายใต้ระยะเวลาที่จำกัด แต่ “มาโน่ โพลกิ้ง” พิสูจน์แล้วว่า เขาสามารถทำได้ในระดับอาเซียน ที่เหลือก็คือการสานต่อและพาทัพช้างศึกไปทดสอบต่อในระดับเอเชีย
สัปดาห์หน้าสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย จะสรุปผลงานและพูดคุยเรื่องการต่อสัญญาฉบับใหม่ของ “มาโน่ โพลกิ้ง” ในสายตาของ“ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน” ซึ่งช่วงหลังออกมาวิเคราะห์วิจารณ์ฟุตบอลไทยอย่างถึงพริกถึงขิง ตรงไปตรงมา ก็ยังมองไม่เห็นเหตุผลที่จะไม่ต่อสัญญาและให้โอกาสทีมงานของ “มาโน่ โพลกิ้ง” ทำงานต่อ
แล้วพวกเราในฐานะแฟนฟุตบอลไทย ยอมรับได้ไหม? กับกุนซือที่ไม่ได้มีดีกรีหรือความสำเร็จใดในระดับโลก แต่เห็นพัฒนาการชัดเจนตลอดช่วงเวลาของการทำทีมที่ผ่านมา หากวันใดผลการแข่งขันแค่รายการเดียว “ไม่ได้ดั่งใจ”