ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยถึงแผนของ กกท.กับนักกีฬาไทย ในรอบปี 2566 จะมีมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติต่างๆ ไล่ตั้งแต่ซีเกมส์, เอเชี่ยนเกมส์ และรายการย่อยในแต่ละชนิดกีฬาอีกมากมาย ก่อนปิดท้ายปีกับเกมสำคัญอย่าง เอเชี่ยนอินดอร์และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ครั้งที่ 6 ที่ประเทศไทย ซึ่งเราไม่ได้เป็นเจ้าภาพกีฬาระดับเอเชียมานานแล้ว และเป็นสิ่งที่เราต้องเตรียมการตั้งแต่เนิ่นๆ แม้การแข่งขันจะมีขึ้นช่วงเดือนพฤศจิกายน
แต่การเตรียมการต้องเกิดขึ้นล่วงหน้า ซึ่งตอนนี้ถือว่ากระชั้นชิดพอสมควรแล้ว โดยเรามีความพร้อมกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ในเรื่องสถานที่ที่เราได้ปรับปรุงสนามกีฬาต่างๆ รวมถึงการประสานกำหนดชนิดกีฬาต่างๆ ก็ค่อนข้างนิ่งแล้ว
ผู้ว่าฯ กกท.กล่าวเพิ่มว่า สำหรับอีเวนต์กีฬาที่คนไทยติดตามคือ ซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 5-17 พฤษภาคม 2566 ซึ่งมีชนิดกีฬาค่อนข้างเยอะ ถือเป็นมหกรรมซีเกมส์ที่มีการชิงชัยเหรียญทองมากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเราอยากจะทำความเข้าใจว่า ในการเตรียมความพร้อมของนักกีฬานั้น กกท. และสมาคมกีฬาต่างๆ ก็อยากจะให้มีการเก็บตัวให้เร็ว และได้อนุมัติงบเก็บตัวนักกีฬาทุกชนิดไปเรียบร้อยล่วงหน้านานแล้ว แต่การเก็บตัวจริงๆ ยังได้ยาก เนื่องจากต้องรออีเวนต์ของเจ้าภาพว่าจะกำหนดแข่งขันในรุ่นไหนบ้าง และจะมีมาตรฐานตามสากลของโอลิมปิกหรือไม่ แต่ชนิดกีฬาส่วนใหญ่ 99 เปอร์เซนต์นิ่งหมดแล้ว ตอนนี้นักกีฬาไทยอยู่ในแผนการเก็บตัวแบบ เนชั่นแนล เทรนนิ่ง เซนเตอร์ (NTC) คือให้มากินนอนซ้อมด้วยกัน แต่บางชนิดกีฬาที่เป็นอาชีพนั้นยังมีข้อกำจัดอยู่
“เป้าหมายในซีเกมส์ครั้งนี้ของเราก็ยังคงต้องเป็นเจ้ากีฬาสากล แต่เราก็จะเจาะลึกลงไปในแต่ละอีเวนต์ด้วย ไม่ใช่คำว่ากีฬาสากลจะเป็นสากลอย่างแท้จริง เพราะบางทีชื่อชนิดกีฬาเป็นสากล แต่ไส้ในเนื้อในอีเวนต์ไม่เป็นสากล อย่างนี้เราก็จะต้องดูด้วย ต้องชี้แจงให้พี่น้องคนไทยได้เข้าใจว่าที่เราจะเน้นจริงๆ คือกีฬา หรืออีเวนต์ที่ต่อยอดไปเอเชี่ยนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์ได้"
"เพราะฉะนั้นเราอาจจะมีความอึดอึดว่า ทำไมเหรียญเราไม่เป็นอันดับ 1 เหรียญรวม ซึ่งตรงนั้นเราก็พยายามอยู่แล้ว เราไม่ทิ้งกีฬาทั่วไป แต่ต้องยอมรับว่า เมื่อมีเงินจำกัด เราก็ต้องวางลำดับความสำคัญให้กับกีฬาที่ต่อยอดไปโอลิมปิกได้ และแผนงานเรายังคงเหมือนเดิมคือต้องเป็นอันดับ 1 ในอาเซียนของกีฬาสากล”