ชื่อของ “ไอตานา บอนมาติ” ถือเป็นที่รับรู้กันว่า เธอคือหนึ่งในนักฟุตบอลหญิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุคนี้ โดยเฉพาะในปี 2023 ซึ่งเธอครองวงการด้วยมาตรฐานที่ไม่เคยสูงกว่านี้มาก่อน ในระดับสโมสรเธอคว้าแชมป์ พรีมิรา ดิวิซิออง, ซูเปร์โกปาเดเอสปันญา และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก กับสโมสรบาร์เซโลนา
ในระดับนานาชาติเธอพาสเปนคว้าแชม์ฟุตบอลโลกหญิงเป็นหนแรก ได้รับรางวัลโกลเดนบอล ในฐานะผู้เล่นที่ดีที่สุดของทัวร์นาเมนต์
ขณะที่ระดับบุคคลเธอได้รับเกียรติคว้ารางวัลแทบจะทุกประเภท รวมถึงผู้เล่นหญิงยอดเยี่ยมของฟีฟ่า และบังลงดอร์ของผู้หญิง
บอนมาติบอกว่า ปีที่ผ่านมาเหลือเชื่อมาก ๆ ไม่รู้ว่าจะมีปีแบบนี้อีกหรือเปล่า เพราะเธอคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกและฟุตบอลโลกในปีเดียวกัน มันมหัศจรรย์มาก สิ่งที่ยากคือ ต้องพยายามสู้ต่อไป ต้องมีความทะเยอทะยาน แต่ว่าเธอก็อยากได้รางวัลมากกว่านี้
สิ่งที่ทำให้บอนมาติแตกต่างจากนักฟุตบอลคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น เมแกน ราปิโน หรือนักฟุตบอลชายอย่าง ลิโอเนล เมสซี และคริสเตรียโน โรนัลโด ก็คือ “เธอไม่ใช่กองหน้า” แต่เธอเล่นในตำแหน่งกองกลาง ซึ่งก็ต้องเล่นทั้งเกมป้องกันและการเดินเกมรุก การครองบอล การสร้างจังหวะให้กับเพื่อน ๆ ใช้วิสัยทัศน์อันเหลือเชื่อของเธอหาทางจ่ายลูกสวย ๆ ให้เพื่อน ๆ
มอนเซอรัต โทเม หัวหน้าโค้ชฟุตบอลหญิงทีมชาติสเปน บอกว่า ไอตานาเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม มีศักยภาพที่เหลือเชื่อมาก ๆ และยังคงพัฒนาต่อไปได้
“ฉันรู้จักไอนาตามา 5 ปีแล้ว ก่อนหน้านั้นในบทบาทอื่น เธอเป็นผู้เล่นที่มีความทะเยอทะยานอย่างเหลือเชื่อ เธอมีจิตใจแห่งชัยชนะ สามารถรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ มากมาย ทำประตูได้ทั้งเท้าซ้ายและเท้าขวา สภาพร่างกายของเธอมีลักษณะพิเศษ ทำให้เธอประสบความสำเร็จได้รวดเร็ว เธอเป็นผู้เล่นที่ช่วยให้สเปนประสบความสำเร็จอย่างมาก เราต้องการสนับสนุนพัฒนาการของเธอต่อไป” โทเมกล่าว
รถไฟความเร็วสูงฝรั่งเศสหยุดชะงัก จากเหตุที่คาดว่าเป็น “การก่อวินาศกรรม”
บอนมาติกำลังเพลิดเพลินกับผลของการทำงานมาตลอดชีวิต จนตอนนี้ขึ้นมาถึงจุดสูงสุดแล้ว ฟุตบอลหญิงกำลังได้รับการยอมรับในวงกว้าง บอนมาติบอกว่า เธอเริ่มเล่นฟุตบอลตอนอายุ 7 ขวบ ตอนนี้อายุ 25 ปีแล้ว มีช่วงเวลาดี ๆ มากมาย แต่ก็มีช่วงเวลาแย่ ๆ ด้วย คิดว่าช่วงเวลาที่เลวร้ายทำให้เธอต้องพยายามทำงานหนักต่อไป เดินหน้าต่อไป ต่อสู้เพื่อทุกสิ่ง เธอคว้าแชมป์มาครองได้ รางวัลเหล่านี้มีความหมายเช่นกัน แต่เธอยังมีงานหนักต้องทำอยู่อีกมาก
แม้จะประสบความสำเร็จกับสโมสร แต่ปี 2023 ถือเป็นปีแห่งความท้าทายสำหรับบอนมาติและเพื่อนร่วมทีมชาวสเปน เพราะในช่วงเวลาแห่งชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด การเฉลิมฉลองของพวกเธอก็ถูกขัดจังหวะด้วยมีพฤติกรรมของ หลุยส์ รูเบียเลส ประธานสหพันธ์ฟุตบอลสเปนที่อื้อฉาวไปทั่วโลก จากการที่ไปจูบ เจนนี เอร์โมโซ กองหน้าของทีม โดยที่เธอไม่ยินยอม
คณะกรรมการวินัยฟีฟ่าก็มีบทลงโทษ โดยชี้ว่า พฤติกรรมของรูเบียเลสเป็นสิ่งที่ไม่อาจให้อภัยและยอมรับไม่ได้ ขณะที่ มิเกล ไอเซตา รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและกฬาาของสเปนก็บอกว่า มันจบแล้ว สภากีฬาชั้นสูง รัฐบาล ผู้เล่น ความเห็นของประชาชนทั้งในและต่างประเทศต่างไปในทางเดียวกัน
ประเด็นนี้บอนมาติบอกด้วยว่า ในฐานะสังคม เราไม่อาจยอมรับให้ใช้อำนาจในทางที่ผิดต่อสภาพแวดล้อมในการทำงาน “เราจะไม่ยอมให้เกิดการดูหมิ่นเช่นนี้ เราจะไม่ยอมให้มีการไม่เคารพสตรีเกิดขึ้น”
เธอเสริมว่า “วันแรกมันยากมาก เรานอนหลับไม่เพียงพอ เราพักผ่อนได้ไม่ดี เราทุกข์ทรมานจากความเครียด วิตกกังวล ฉันไม่ร็ด้วยซ้ำว่าเราเล่นได้ดีแค่ไหนในการเจอกับสวีเดน มันเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ แต่เอาอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่า เราเล่นได้ดีขนาดนี้ได้อย่างไร ในที่สุดสิ่งต่าง ๆ ก็จบลง ตอนนี้เรามุ่งไปที่ฟุตบอล 100% แต่เราไม่ลืมการต่อสู้ที่เรายังมีอยู่ข้างหน้า”
ด้วยความสำเร็จเหล่านี้ทำให้สเปนเป็นทีมเต็งคว้าเหรียญทองในโอลิมปิก นี่คือครั้งแรกที่ทีมผ่านเข้ารอบมาแข่งขันด้วยซ้ำ แต่ด้วยสายเลือดใหม่ในทีมที่นำโดยบอนมาติ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า พวกเธอพร้อมแล้วสำหรับความท้าทายครั้งนี้ที่มีชื่อว่า “โอลิมปิก 2024”