พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทยรุ่นไม่เกิน 49 กก.หญิง โค่น กัว ฉิง จากจีน คู่ปรับเก่าในนัดชิงเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ 2-1 ยก ป้องกันแชมป์โอลิมปิกเกมส์ได้อย่างยิ่งใหญ่ ฉลองวันเกิดของตัวเองอายุครบ 27 ปี ด้วยการสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2 สมัย และเป็นคนแรกที่ได้เหรียญรางวัลโอลิมปิก 3 สมัย จาก 2 ทอง 1 ทองแดง โดยได้ทองแดงจากริโอเกมส์ 2016 และทอง 2 สมัยจากโตเกียวเกมส์ 2020 กับปารีส2024
ผลงาน 2 ทอง 1 ทองแดงของพาณิภัค เป็นความสำเร็จสูงสุดของนักกีฬาเทควันโดในโอลิมปิกเกมส์ เท่ากับอีก 3 นักกีฬาได้แก่
"พาณิภัค" ทาบตำนานเทควันโดโลก 2 ทอง 1 ทองแดง
ฮาดี ซาอี(อิหร่าน) ทองแดง 2000,ทอง 2004 ,ทอง 2008
สตีเว่น โลเปซ (อเมริกา) ทอง 2000 ,ทอง 2004 ,ทองแดง 2008
ฮวาง คยุง ซอง (เกาหลีใต้) ทองแดง 2004 ,ทอง 2008 ,ทอง 2012
พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ (ไทย) ทองแดง 2016 ,ทอง 2020 ,ทอง 2024
เปิดโปรแกรมวอลเลย์บอลหญิงไทย ทำศึกซี วี ลีก 2024 สัปดาห์ 2
เหรียญรางวัลโอลิมปิก 3 เหรียญของพาณิภัค มากสุดในทำเนียบนักกีฬาไทยที่คว้าเหรียญโอลิมปิก โดยนักกีฬาไทยที่คว้าเหรียญโอลิมปิกได้มากกว่า 1 เหรียญ มี 4 คน ได้แก่
นักกีฬาไทยได้เหรียญโอลิมปิกเกิน 1 เหรียญ
พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ (เทควันโด) 2 ทอง 1 ทองแดง
มนัส บุญจำนงค์ (มวยสากล) 1 ทอง 1 เงิน
พิมศิริ ศิริแก้ว (ยกน้ำหนัก) 2 เงิน
วันดี คำเอี่ยม (ยกน้ำหนัก) 2 ทองแดง
ยอดเงินอัดฉีดรวมของ พาณิภัค จากการคว้าเหรียญโอลิมปิก 3 สมัย ซึ่งหากนับเฉพาะภาครัฐ พาณิภัค จะได้เงินรางวัลรวมทั้งหมด ดังนี้
เงินอัดฉีด “พาณิภัค” 3 เหรียญโอลิมปิก
กองทุนกีฬา
ริโอเกมส์ 4.8 ล้านบาท
โตเกียวเกมส์ 12 ล้านบาท
ปารีสเกมส์ 12 ล้านบาท
เงินเดือนคณะกรรมการโอลิมปิค
ริโอเกมส์ 1.92 ล้านบาท (8,000*12*20ปี)
โตเกียวเกมส์ 2.88 ล้านบาท (12,000*12*20ปี)
ปารีสเกมส์ 2.88 ล้านบาท (12,000*12*20ปี)
รวม 36.48 ล้านบาท