การปฏิวัติมาดริดของ อลอนโซ่ ที่สั่นคลอนความสัมพันธ์กับซูเปอร์สตาร์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

อลอนโซ่สั่งเข้ม กำจัด "นิสัยแย่" ที่เบอร์นาเบว แต่การจำกัดอิสระและความห่างเหิน ทำให้ผู้เล่นบางส่วนไม่พอใจอย่างหนัก

 

ชัยชนะ 2-1 เหนือ บาร์เซโลน่า ในศึกเอล กลาซิโก้ ถือเป็นชัยชนะที่มากกว่าแค่สามแต้ม เพราะมันคือการทิ้งห่างการเป็นจ่าฝูงลาลีกา 5 คะแนน และเป็นชัยชนะที่ช่วย ซื้อเวลาและลดความกดดันมหาศาล ให้กับ ชาบี อลอนโซ่ ผู้จัดการทีม ที่เพิ่งเผชิญกับคำวิจารณ์อย่างหนักหลังความพ่ายแพ้ต่อแอตเลติโก มาดริด 5-2
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังชัยชนะที่ได้มานั้น กลับมีรอยร้าวที่กำลังขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ในห้องแต่งตัวของ เรอัล มาดริด แหล่งข่าววงในหลายสายเปิดเผยว่า ความตึงเครียด ระหว่าง อลอนโซ่ และผู้เล่นตัวหลัก

ศึกเอลกลาซิโก้ที่ผ่านมา Reuters/Susana Vera
ศึกเอลกลาซิโก้ที่ผ่านมา
หลายคนกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งสถานการณ์นี้ลึกซึ้งและซับซ้อนกว่าเหตุการณ์ที่ วินิซิอุส จูเนียร์ แสดงอาการไม่พอใจที่ถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมเอลกลาซิโก้เสียอีก

อลอนโซ่ เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมในเดือนมิถุนายน เขาและทีมงานพบว่าห้องแต่งตัวที่เบอร์นาเบวนั้น "เต็มไปด้วยนิสัยที่ไม่เป็นผลดีต่อทีมฟุตบอล" ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานภายใต้ คาร์โล อันเชล็อตติ ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา ทีมงานของอลอนโซ่ระบุว่ามี "นิสัยแย่ ๆ หลายอย่าง" ที่ฝังรากลึกจนต้องถูกกำจัดออกไป

เปลี่ยนปรัชญาการทำงาน: ข้อความแรกที่อลอนโซ่สื่อสารกับผู้เล่นคือ นับจากนี้ ทุกคนต้องวิ่งให้หนักขึ้นและทำงานหนักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทีมเสียการครองบอล หากไม่แสดงความทุ่มเทในส่วนนี้ จะไม่มีใครได้รับการการันตีตำแหน่งตัวจริง ไม่ว่าจะเคยเป็นผู้เล่นที่ "แตะต้องไม่ได้" มาก่อนก็ตาม

การกำหนดกฎระเบียบใหม่: หลังความพ่ายแพ้เละเทะ 4-0 ต่อ PSG ในศึกชิงแชมป์สโมสรโลก อลอนโซ่ได้เรียกประชุมผู้เล่นซีเนียร์และกัปตันทีม เพื่อกำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ที่ควบคุมห้องแต่งตัว โดยเน้นย้ำถึง ความตรงต่อเวลา (แม้จะยังไม่มีการปรับผู้เล่นที่มาสายก็ตาม), ความเข้มข้นและความทุ่มเทในการฝึกซ้อม, การทำงานในโรงยิมเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ และ การวิเคราะห์เกมด้วยวิดีโอทั้งแบบกลุ่มและรายบุคคล

การเปลี่ยนแปลงที่เข้มงวดและมีรายละเอียดของอลอนโซ่ไม่ได้ถูกยอมรับจากผู้เล่นทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มนักเตะซีเนียร์ที่เคยประสบความสำเร็จอย่างสูงภายใต้ระบบที่ยืดหยุ่นกว่าของ อันเชล็อตติ

อิสระในการเล่นที่หายไป: แหล่งข่าวใกล้ชิดนักเตะหลายรายระบุว่า นักเตะรู้สึกว่าตนเอง มีอิสระในการแสดงศักยภาพในสนามน้อยลงมาก พวกเขาไม่คุ้นชินกับแนวทางที่เข้มงวดและตายตัวของอลอนโซ่ ซึ่งตรงกันข้ามกับสไตล์ของ อันเชล็อตติ อย่างสิ้นเชิง

เสียงบ่นจากผู้ที่ไม่เคยถูกแตะต้อง: ผู้เล่นบางส่วนแสดงความไม่พอใจอย่างเปิดเผยว่า "พวกเขาบางคนเคยคว้าแชมป์มามากมายโดยไม่ต้องทำสิ่งเหล่านี้ ดังนั้นเมื่อมีการบังคับใช้กฎใหม่ ๆ พวกเขาก็ย่อมมีการบ่นเป็นธรรมดา โดยเฉพาะกับผู้เล่นที่เคยไม่มีใครแตะต้องได้มาก่อน"
กุนซือที่เข้าถึงยาก: อลอนโซ่ถูกมองว่า ห่างเหินและเข้าถึงยาก ซึ่งแตกต่างจาก อันเชล็อตติ ที่เป็นที่รักและสนิทสนมกับผู้เล่นทุกคนอย่างมาก จนถึงขั้นมีเสียงวิจารณ์ว่า "เขาคิดว่าตัวเองเป็น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า แต่ตอนนี้เขาก็แค่ ชาบี" ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบที่มีทั้งแง่บวกและแง่ลบ

 การจำกัดคนนอก: อีกหนึ่งมาตรการที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์คือการจำกัดคนที่ไม่จำเป็นในพื้นที่ส่วนตัวของทีม อลอนโซ่จำกัดจำนวนผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานกับทีมในสนามซ้อม รวมถึงการจำกัดการเข้าถึงห้องแต่งตัวก่อนเกมและช่วงพักครึ่งเพื่อเพิ่มสมาธิ และที่สำคัญคือ การจำกัดการเข้าถึงสนามซ้อมของบรรดาคนสนิทนักเตะ เช่น ครอบครัว เอเย่นต์ หรือเพื่อน ซึ่งเคยเป็นเรื่องปกติในยุคก่อน
ทีมงานของอลอนโซ่ตระหนักดีว่าพวกเขากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องใช้ความอดทนเพื่อให้ระบบใหม่ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ แต่ผลการแข่งขันที่ออกมาดีได้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวทางของพวกเขา

อลอนโซ่พยายามสร้างห้องแต่งตัวให้เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยและเป็นความลับ โดยเฉพาะเรื่อง รายชื่อผู้เล่นตัวจริง ซึ่งก่อนหน้านี้มักจะรั่วไหลสู่สื่อล่วงหน้า อลอนโซ่เคยทดสอบทีมในการเปิดเผยรายชื่อตัวจริงก่อน แต่ทีมก็ทำพลาดเพราะรายชื่อรั่วไหล เขาจึงตัดสินใจไม่เปิดเผยรายชื่อล่วงหน้าอีก

แม้จะมีความขัดแย้ง แต่ก็มีหลายประเด็นที่อลอนโซ่ได้รับการชื่นชม เช่น ความยืดหยุ่นทางแท็คติก, การหมุนเวียนนักเตะ และที่สำคัญคือ การให้โอกาสผู้เล่นอายุน้อย เช่น อาร์ด้า กือแลร์ อายุ 20 ปี ที่กลายเป็นตัวจริง รวมถึงฟอร์มอันร้อนแรงของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (18 ประตูจาก 13 เกม)
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ