การโหวตเปลี่ยนกฎครั้งนี้มีขึ้นในการประชุมเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยผลโหวตจาก 20 ทีมออกมา 14 ต่อ 6 เสียง ในการที่ลีกสูงสุดอังกฤษจะเปลี่ยนจากกฎผลกำไรและความยั่งยืน PSR (Profit and Sustainabilit) ไปใช้กฎการเงิน SCR (Squad Cost Ratio) หรือที่เรียกว่ากฎอัตราส่วนต้นทุนทีม ที่จะจำกัดการใช้จ่ายในสนามของสโมสรในพรีเมียร์ลีกให้ไม่เกิน 85% ของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าตัว, ค่าเหนื่อย และค่าเอเยนต์
โดยกฎ SCR เป็นกฎที่ ยูฟ่า นำมาใช้ก่อนหน้านี้แล้วที่จะเป็นการอนุญาตให้สโมสรใช้เงินไปกับการซื้อขายและค่าเหนื่อยได้มากสุด 70 % ของรายได้ขณะที่ในพรีเมียร์ลีกกฎ SCR จะถูกบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในฤดูกาล 2026-2027 ยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมที่สโมสรจะต้องจ่ายเฉพาะในกรณีที่มีการละเมิดกฎตั้งแต่ฤดูกาล 2027-2028 เป็นต้นไป การประเมินงบดุลของกฎ กฎ SCR จะมีขึ้นทุกเดือนมีนาคม หรือช่วงปลายฤดูกาล ทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นไปได้ในการลงโทษตัดแต้มในฤดูกาลเดียวกัน ซึ่งทีมที่ทำผิดจะถูกปรับเงิน และตัด 6 แต้ม ตามลำดับความผิด โดยเบื้องต้นพรีเมียร์ลีกได้ตั้งกรณีหากสโมสรทำเกินวงไว้ที่ 30% โดยเริ่มต้นที่ 115% (85+30)
ขณะที่กฎ PSR จะไม่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล 2026-2027 แม้ว่าอำนาจของลีกในการเริ่มหรือดำเนินการบังคับใช้กฎที่จำเป็นใดๆ เกี่ยวกับการละเมิดกฎ PSR สำหรับช่วงสิ้นสุดฤดูกาล 2025/26 (หรือฤดูกาลอื่นๆ ก่อนหน้า) จะยังคงมีอยู่ โดยการประเมิน PSR ครั้งสุดท้าย จะทำในเดือนมกราคม 2027
ขณะที่อีกหนึ่งกฎที่ได้รับการโหวตจากทีมพรีเมียร์ลีก คือกฎ SSR (sustainability and system resilience) หรือกฎความยั่งยืนและความยืดหยุ่นของระบบที่จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน โดยส่วนแรกนั้นจะจัดการกับความผันผวนของรายได้สโมสรที่อาจเกิดขึ้น ขณะที่อีก 2 ส่วนจะตรวจด้านการเงินระยะยาวของสโมสรและประเมินบัญชีงบดุล ซึ่งทั้ง 3 ส่วนจะเป็นการทดสอบนำไปใช้ตลอดทั้งฤดูกาลเพื่อสนับสนุนความยั่งยืนทางการเงินในระยะสั้น (การทดสอบเงินทุนหมุนเวียน) ระยะกลาง (การทดสอบสภาพคล่อง) และระยะยาว (การทดสอบส่วนของผู้ถือหุ้นเชิงบวก) ของทั้ง 20 สโมสร ขณะที่สโมสรที่เพิ่งเลื่อนชั้นจะได้รับการประเมินโดยการทดสอบสภาพคล่องและการทดสอบมูลค่าสุทธิในเชิงบวกในวันที่ 31 ตุลาคม ของแต่ละปี ทั้งนี้คาดว่ากฎ SSR จะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล 2026-2027 เช่นกัน โดยจะมีการประเมินแต่ละทีมในวันที่ 7 กรกฎาคมของทุกปี หากสโมสรใดไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง สโมสรจะต้องแสดงให้ลีกเห็นว่าจะทำให้สโมสรกลับมาปฏิบัติตามกฎได้อย่างไร โดยการยื่นแผนธุรกิจ หากสโมสรไม่ยื่นแผนธุรกิจที่กำหนด หรือแผนที่ยื่นไม่เป็นไปตามที่ลีกกำหนด คณะกรรมการอาจกำหนดมาตรการใดๆ ที่กำหนดไว้กับสโมสรได้ รวมถึงการกำหนดให้สโมสรขออนุมัติจากคณะกรรมการเพื่อจดทะเบียนสัญญาใหม่ กำหนดให้สโมสรปฏิบัติตามวงเงินการใช้จ่าย หรือใช้อำนาจทางวินัยตามกฎ W.3 ของกฎของลีก
อย่างไรก็ตามอีกหนึ่งกฎที่ไม่ผ่านการโหวตคือกฎ Top to bottom anchoring (TBA) ที่ได้รับเสียงโหวตเพียง 7 เสียง และไม่เห็นด้วย 12 เสียงและมี 1 เสียงงดออกเสียง โดยกฎ Top to bottom anchoring เป็นกฎที่กำหนดให้สโมสรใช้จ่ายค่าตัว ค่าเหนื่อยและค่าเอเยนต์ ว่าทีมจะใช้จ่ายได้ไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ของทีมพรีเมียร์ลีกที่มีรายได้น้อยที่สุดในแต่ละฤดูกาล ซึ่งกฎนี้ทีมพรีเมียร์ลีกมองว่าการจำกัดงบประมาณมากเกินไปอาจส่งผลต่อศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันที่แท้จริง