ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ประสาทวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและสมอง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์ผ่านเพจ สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ แนะแนวทางเริ่มต้นวันใหม่ด้วยกฎ 5 ข้อ สมองดี โดยหลายคนไม่เคยรู้สึกยินดีหรือขอบคุณตัวเองเมื่อตื่นนอน ทั้งที่การได้ลืมตาขึ้นมาและยังมีลมหายใจอยู่ ถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง แต่เพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นกิจวัตรประจำวัน จึงทำให้เรามองข้ามความสำคัญของมันไป
พร้อมยกแนวคิดจากหนังสือเล่มหนึ่งที่ระบุว่า “กายและใจที่แข็งแรง ทำให้ชีวิตดี จงรักษาให้เหมือนบ้านของเรา” และเปรียบเทียบว่า “เรือที่แล่นไปไร้ทิศทาง สักวันมันจะหลง” เช่นเดียวกับชีวิตและร่างกายที่ต้องมีเป้าหมายและทิศทาง โดยสามารถเริ่มต้นได้จากการกำหนดเป้าหมายของเวลาในแต่ละวัน นอกจากนี้ยังยกคำกล่าวของ Robin Sharma นักเขียนชื่อดัง ที่ว่า “Own your morning. Elevate your life.”หรือ “หากคุณควบคุมช่วงเช้าได้ คุณก็สามารถยกระดับชีวิตได้” โดยแนะนำ 5 สิ่งง่าย ๆ ที่ควรทำหลังตื่นนอน เพื่อช่วยให้ชีวิตและสุขภาพดีขึ้น ดังนี้
ดื่มน้ำทันทีหลังตื่นนอน
หลังจากร่างกายไม่ได้รับน้ำเป็นเวลาหลายชั่วโมงขณะนอนหลับ การดื่มน้ำ 1-2 แก้วในตอนเช้าจะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ ช่วยให้สมองตื่นตัว และลดอาการอ่อนเพลีย สิ่งที่ควรทำ คือ ดื่มน้ำเปล่า 300-500 มิลลิลิตร และหากต้องการเพิ่มความสดชื่น สามารถเติมมะนาวเล็กน้อยได้
ขยับร่างกาย 10-15 นาที
การออกกำลังกายเบา ๆ ในช่วงเช้าช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต เพิ่มพลังงาน และช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นจากการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ตัวอย่างกิจกรรมที่ทำได้ ได้แก่
- เดินเร็ว
- ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
- โยคะ
- วิดพื้นหรือสควอตเบา ๆ
ทั้งนี้ การเริ่มต้นวันด้วยการเคลื่อนไหวร่างกายเพียงเล็กน้อย ยังดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย และไม่จำเป็นต้องวิ่งหนักในช่วงเช้า เพราะอาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้ ยกเว้นในวันหยุดหรือวันที่มีเวลาพักฟื้นเพียงพอ
หลีกเลี่ยงการเล่นโทรศัพท์ใน 30 นาทีแรก
ข้อมูลข่าวสารและสิ่งเร้าจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้ามาทันทีหลังตื่นนอน อาจทำให้สมองเข้าสู่โหมดตอบสนองต่อสิ่งภายนอก แทนที่จะโฟกัสกับเป้าหมายของตัวเอง หมอสมองระบุว่า เมื่อเริ่มต้นวันด้วยสิ่งเร้ามากเกินไป สมองอาจเหมือนถูกเร่งเครื่องเร็วเกินความจำเป็น จึงแนะนำให้ใช้เวลา 30 นาทีแรกของวันกับกิจกรรม เช่น
- วางแผนประจำวัน
- อ่านหนังสือ
- นั่งเงียบ ๆ
- จดบันทึกความคิด
ซึ่งจะช่วยให้จิตใจสงบและมีสมาธิมากขึ้น พร้อมย้ำว่า “ช้า ๆ จดจ่อ และขอบคุณ
เขียน 3 สิ่งที่รู้สึกขอบคุณ
งานวิจัยด้านจิตวิทยาเชิงบวกพบว่า การฝึกความกตัญญูอย่างสม่ำเสมอ ช่วยเพิ่มความสุข ลดความเครียด และทำให้มองโลกในแง่ดีมากขึ้น ทุกเช้าลองเขียนสิ่งต่อไปนี้
- ฉันรู้สึกขอบคุณอะไรบ้าง
- ใครที่ช่วยเหลือฉัน
- สิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อวานคืออะไร
แม้จะใช้เวลาเพียง 2-3 นาที แต่สามารถส่งผลต่อทัศนคติและอารมณ์ตลอดทั้งวันได้
กำหนดเป้าหมายสำคัญที่สุด 1 เรื่อง
แทนที่จะมีรายการงานจำนวนมากจนทำให้รู้สึกกดดัน ควรถามตัวเองว่า “ถ้าวันนี้ทำสำเร็จได้เพียงเรื่องเดียว เรื่องนั้นคืออะไร?” การมีเป้าหมายหลักเพียง 1 เรื่อง จะช่วยให้โฟกัสกับสิ่งสำคัญ ลดการผัดวันประกันพรุ่ง และสร้างความก้าวหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
หมอสุรัตน์ทิ้งท้ายว่า ช่วงเวลาเช้าเป็นเวลาของเรา อย่าปล่อยให้ใครมาขโมยเวลาอันมีค่านี้ เพราะช่วงเช้าสามารถกำหนดทิศทางของทั้งวันได้ “ชีวิตที่ดีไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวันเดียว แต่เกิดจากนิสัยเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกวัน” เมื่อปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ความสุข สุขภาพ และความสำเร็จในชีวิตก็อาจค่อย ๆ ดีขึ้นโดยไม่รู้ตัว