ทำไมหมอยังป่วย? ไขข้อสงสัย คนรู้ลึกเรื่องสุขภาพ แต่คุณภาพชีวิตตนเองแย่

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หมอสุรัตน์ เผยหมอแม้มีความรู้ทางการแพทย์ก็ยังป่วยได้ เช่น ไมเกรน ซึมเศร้า เบาหวาน เพราะงานหนัก อดนอน เครียด และช่องว่างระหว่างความรู้กับพฤติกรรมจริงในการดูแลสุขภาพ

ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ประสาทวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและสมอง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์ผ่านเพจ สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ โดยระบุว่า หลายคนมักคิดว่า ถ้าเป็นหมอเฉพาะทางด้านไหน ก็คงไม่น่าจะเป็นโรคนั้น เพราะมีความรู้ ดูแลตัวเองดี และรู้วิธีป้องกันโรคมากกว่าคนทั่วไปแต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป หมอสมองจำนวนไม่น้อยเป็นไมเกรน บางคนเคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)

Physician Health Paradox Magnific/namii9
Physician Health Paradox

หมอจิตเวชเองก็มีภาวะซึมเศร้าได้ ขณะที่หมอต่อมไร้ท่อก็อาจมีน้ำหนักเกินหรือเป็นเบาหวานได้เช่นกัน แน่นอนว่าไม่ได้เป็นทุกคน แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกอย่างที่หลายคนคิด 

ปรากฏการณ์นี้ถูกอธิบายด้วยแนวคิดที่หลายคนเรียกกันแบบไม่เป็นทางการว่า "Physician Health Paradox" หรือภาวะที่แพทย์มีความรู้ด้านสุขภาพอย่างดี แต่กลับดูแลสุขภาพของตัวเองได้ไม่ดีเท่าที่ควร หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือ "Delayed Self-Care" หรือการละเลยการดูแลตัวเอง หมอจำนวนมากเลื่อนการตรวจสุขภาพออกไปเรื่อย ๆ ด้วยเหตุผลว่า "งานยุ่ง" หรือคิดว่า "คงยังไม่ป่วยหรอก"

นอกจากนี้ยังมีอคติทางความคิดที่เรียกว่า "Medical Exceptionalism" คือความเชื่อว่าตนเองมีความรู้ทางการแพทย์มากพอที่จะวินิจฉัยและรักษาตัวเองได้ จึงไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์คนอื่น ผลลัพธ์คืออาจวินิจฉัยโรคผิดพลาด หรือรักษาตัวเองไม่ครบถ้วนเหมือนที่แนะนำให้คนไข้ทำ

ขณะเดียวกัน ลักษณะการทำงานของแพทย์ก็เป็นปัจจัยสำคัญ การทำงานเป็นเวลานาน เวรที่ไม่สม่ำเสมอ การอดนอน และความเครียดสะสม ส่งผลกระทบต่อนาฬิกาชีวภาพ (Circadian Rhythm) คุณภาพการนอน และระบบจัดการความเครียดของร่างกาย หลายครั้งเมื่อเริ่มมีอาการผิดปกติ ก็มักคิดว่า "เดี๋ยวค่อยรักษา" หรือ "ไม่น่าเป็นอะไรมาก" จนสุดท้ายโรคดำเนินไปไกลกว่าที่ควร

ในแวดวงจิตเวชเองก็มีปรากฏการณ์คล้ายกัน บุคลากรที่ดูแลสุขภาพจิตของผู้อื่น ไม่ได้หมายความว่าจะจัดการสุขภาพจิตของตัวเองได้ง่ายเสมอไป การรับฟังเรื่องเศร้า ความทุกข์ และปัญหาของผู้ป่วยตลอดทั้งวัน เป็นสิ่งที่เรียกว่า Emotional Labor Exposure ซึ่งสามารถส่งผลต่อสภาพจิตใจของผู้ให้การรักษาได้เช่นกัน

บางครั้งผู้ป่วยยังเป็นฝ่ายให้กำลังใจหมอเสียด้วยซ้ำ เช่นวันที่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าคนหนึ่งจับมือแพทย์และบอกว่า "ไม่เป็นไรนะ" หลังทราบว่าสามีของแพทย์เพิ่งเสียชีวิต เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่า ไม่ว่าจะแพทย์หรือผู้ป่วย ต่างก็เป็นมนุษย์ที่มีความเปราะบางไม่ต่างกัน

ส่วนประเด็นเรื่องน้ำหนักตัว หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมหมอบางคนยังอ้วน ทั้งที่รู้ดีว่าโรคอ้วนและเบาหวานส่งผลเสียต่อสุขภาพ คำตอบคือ "ความรู้" ไม่ได้แปลว่า "พฤติกรรมจะเปลี่ยน" ในทางจิตวิทยาและพฤติกรรมศาสตร์มีแนวคิดที่เรียกว่า "Knowledge-Behavior Gap" หมายถึงช่องว่างระหว่างสิ่งที่เรารู้ กับสิ่งที่เราทำจริง

เราทุกคนต่างรู้ว่าควรนอนให้พอ ออกกำลังกาย กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่การเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตจริงกลับเป็นเรื่องยาก

ดังนั้น โรคอ้วนและเบาหวานจึงไม่ใช่แค่ปัญหาความรู้ แต่เป็นเรื่องของพฤติกรรม สิ่งแวดล้อม ความเครียด และข้อจำกัดในการใช้ชีวิตร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับแพทย์เท่านั้น คนที่เก่งในการช่วยเหลือผู้อื่น มักละเลยการดูแลตัวเองได้ในหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นครู นักจิตวิทยา พยาบาล หรือผู้ดูแลคนในครอบครัว แต่ข่าวดีก็คือ แพทย์รุ่นใหม่จำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance และการดูแลสุขภาพของตนเองมากขึ้นกว่าในอดีต

สุดท้ายแล้ว แพทย์ก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง มีวันที่แข็งแรง มีวันที่อ่อนแอ มีวันที่เป็นผู้รักษา และบางครั้งก็มีวันที่ต้องกลายเป็นผู้ป่วยเช่นเดียวกับคนอื่น ดังนั้น หากวันหนึ่งคุณพบว่าหมอเป็นไมเกรน เป็นซึมเศร้า เป็นเบาหวาน หรือมีน้ำหนักเกิน ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก เพราะต่อให้มีความรู้ทางการแพทย์มากแค่ไหน ก็ไม่ได้ทำให้ใครหลุดพ้นจากความเป็นมนุษย์ได้

Physician Health Paradox สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์
Physician Health Paradox

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ