หมอสมองเผยสาเหตุ “สโตรก” มักเกิดหลังตื่นนอน แนะวิธีป้องกันก่อนสาย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หมอสมองเผยโรคหลอดเลือดสมองมักเกิดช่วงเช้าหลังตื่นนอน จากความดันพุ่ง เลือดแข็งตัวง่าย และภาวะขาดน้ำ พร้อมแนะวิธีลดความเสี่ยงก่อนสายเกินไป.

ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ประสาทวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและสมอง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์ผ่านเพจ สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ อธิบายว่า แม้โรคหลอดเลือดสมองจะเกิดขึ้นขณะนอนหลับได้ แต่จากประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยจำนวนมาก พบว่าผู้ป่วยราว 20-25% มักเริ่มมีอาการในช่วงใกล้ตื่นนอนหรือช่วงเช้าหลังตื่นนอน

ทำไมโรคหลอดเลือดสมองจึงพบบ่อยในช่วงเช้า?

หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือภาวะ "Morning Blood Pressure Surge" หรือการที่ความดันโลหิตพุ่งสูงในช่วงเช้า

 

หมอสมองเผยสาเหตุ “โรคหลอดเลือดสมอง” มักเกิดหลังตื่นนอน สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์
หมอสมองเผยสาเหตุ “โรคหลอดเลือดสมอง” มักเกิดหลังตื่นนอน

ในช่วงใกล้ตื่นนอน ร่างกายจะเริ่มเข้าสู่ภาวะตื่นตัว ระบบต่าง ๆ ทำงานมากขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการลุก เดิน คิด และทำกิจกรรมประจำวัน  ส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ สำหรับผู้ที่มีโรคความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว หรือมีภาวะที่ความดันโลหิตไม่ลดลงในช่วงกลางคืน ความดันที่พุ่งสูงในตอนเช้าอาจส่งผลให้หลอดเลือดสมองรับแรงดันมากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้

หมอสุรัตน์ ระบุว่า ช่วงเช้ายังเป็นเวลาที่ระบบประสาทซิมพาเทติก (Sympathetic Nervous System) ทำงานมากขึ้น ทำให้หัวใจบีบตัวแรงขึ้น หลอดเลือดหดตัว และเพิ่มโอกาสเกิดภาวะหลอดเลือดตีบในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงอยู่เดิมเลือดแข็งตัวง่ายขึ้น เพิ่มโอกาสเกิดลิ่มเลือด ในช่วงเช้าเลือดมีแนวโน้มแข็งตัวง่ายกว่าปกติ ทำให้เกิดลิ่มเลือดได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น

  • โรคเบาหวาน
  • ไขมันในเลือดสูง
  • โรคหลอดเลือดตีบ
  • การสูบบุหรี่
  • ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

หากเกิดลิ่มเลือดและหลุดไปอุดตันหลอดเลือดสมอง อาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองชนิดขาดเลือดได้

ขาดน้ำหลังตื่นนอนก็เพิ่มความเสี่ยง

การนอนหลับตลอดคืนทำให้ร่างกายไม่ได้รับน้ำเป็นเวลาหลายชั่วโมง ส่งผลให้บางคนมีภาวะขาดน้ำเล็กน้อยในตอนเช้า ยิ่งในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน รับประทานยาขับปัสสาวะ หรือมีอาการเจ็บป่วยที่ทำให้สูญเสียน้ำ เช่น ไข้ ท้องเสีย หรืออาเจียน อาจทำให้เลือดมีความหนืดมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด

นอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ตัวการที่ไม่ควรมองข้าม

ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Sleep Apnea) ซึ่งมักพบร่วมกับอาการนอนกรนเสียงดัง มีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองสูงขึ้น ภาวะดังกล่าวทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลงเป็นระยะ ๆ ระหว่างการนอน ส่งผลให้ความดันโลหิตพุ่งสูงและเพิ่มภาระต่อหลอดเลือดสมอง

5 วิธีลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองช่วงเช้า

  • อย่าลุกจากเตียงอย่างรวดเร็ว หลังตื่นนอนควรค่อย ๆ ขยับตัว ลุกนั่ง และยืนอย่างช้า ๆ เพื่อให้ระบบไหลเวียนเลือดและความดันโลหิตปรับตัวได้ทัน
  • วัดความดันโลหิตหลังตื่นนอน ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงควรวัดความดันในช่วงเช้า ประมาณ 30 นาทีหลังตื่นนอน โดยอยู่ในสภาวะผ่อนคลาย เพื่อประเมินว่ามีภาวะความดันพุ่งสูงหรือไม่
  • ปรึกษาแพทย์เรื่องการใช้ยาความดัน บางรายอาจมีปัญหาฤทธิ์ยาความดันลดลงในช่วงเช้ามืด ทำให้ความดันพุ่งหลังตื่นนอน อย่างไรก็ตาม ไม่ควรปรับเวลาหรือขนาดยาด้วยตนเอง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
  • ตรวจคัดกรองภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial Fibrillation : AF) เป็นสาเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดสมองจากลิ่มเลือด ผู้ที่มีอาการใจสั่น เหนื่อยง่าย หน้ามืด หรือชีพจรเต้นไม่สม่ำเสมอ ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ ควรดื่มน้ำอย่างเหมาะสมตลอดทั้งวัน หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ก่อนนอน และใช้ยาขับปัสสาวะตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะขาดน้ำ

แม้โรคหลอดเลือดสมองจะเกิดขึ้นได้ทุกช่วงเวลา แต่ช่วงเช้าเป็นช่วงที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งความดันโลหิตที่สูงขึ้น ระบบประสาทที่ตื่นตัวมากขึ้น เลือดแข็งตัวง่ายขึ้น และภาวะขาดน้ำหลังการนอนหลับ การควบคุมโรคประจำตัว รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ ดื่มน้ำให้เพียงพอ นอนหลับอย่างมีคุณภาพ และเข้ารับการตรวจสุขภาพตามคำแนะนำของแพทย์ จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ