จะเห็นได้ว่า…ยุคนี้ใคร ๆ ก็ชอบเก็บข้อมูลสุขภาพ ดารา,นักกีฬา พากันใส่สายรัดข้อมือกันเยอะแยะไปหมด แต่เชื่อไหมว่าในรายการเทนนิสระดับโลกอย่าง "แกรนด์สแลม"
กลับมีกฎที่ทำเอานักกีฬาต้องลำบากใจ เพราะขนาดซูเปอร์สตาร์อย่าง คาร์ลอส อัลการาซ และ ยานนิค ซินเนอร์ ยังเคยโดนสั่งให้ "ถอด" สายรัดข้อมือไฮเทคออกกลางสนามมาแล้ว
เล่าก่อนว่า ปกติแล้วนักกีฬาจะใส่สายรัดข้อมือ Whoop ลงแข่งได้เกือบทุกรายการ แต่พอเป็นรายการใหญ่อย่าง ออสเตรเลียน โอเพ่น หรือ วิมเบิลดัน กรรมการจะเข้มงวดมากเป็นพิเศษ
ทั้งที่ในความเป็นจริง ฝั่งชายได้รับอนุญาตจาก ATP ให้ใช้อุปกรณ์เหล่านี้ระหว่างการแข่งขันมาตั้งแต่ปี 2024 และนักเทนนิสหญิงก็ได้รับไฟเขียวจาก WTA ตั้งแต่ปี 2021 แล้ว แต่ปัญหาคือ “แกรนด์สแลม” ทั้งสี่รายการ ยังไม่อนุญาตให้ใช้อุปกรณ์วิเคราะห์สุขภาพระหว่างการแข่งขัน
Whoop แบรนด์อุปกรณ์ที่อัลการาซใช้งาน ออกแถลงการณ์ชัดเจนว่า นักกีฬาควรมีสิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าใจสภาพร่างกายและสมรรถภาพของตัวเอง แม้จะอยู่ระหว่างการแข่งขันระดับแกรนด์สแลมก็ตาม พร้อมย้ำว่าการปิดกั้นข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล ไม่ได้ช่วยปกป้องวงการกีฬาแต่อย่างใด
ด้านออสเตรเลียน โอเพ่น ระบุเพียงว่ากำลังอยู่ในช่วง “หารืออย่างต่อเนื่อง” เกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้อุปกรณ์เหล่านี้ในอนาคต แต่ก็ยังไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนว่าทำไมถึงยังไม่อนุญาตในตอนนี้
เหตุผลหลักคือการกลัวเรื่อง "การแอบสอน" หรือ Coaching ทางผู้จัดกังวลว่าถ้าทีมงานที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์แอบดูข้อมูลหัวใจหรือความเหนื่อยล้าของนักกีฬาผ่านมือถือแบบเรียลไทม์ แล้วส่งสัญญาณบอกให้นักกีฬาปรับแผนการเล่น
มันจะดูเป็นการเอาเปรียบคนอื่น และผิดกฎดั้งเดิมของเทนนิสที่เน้นการตัดสินใจด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังมีเรื่องผลประโยชน์ของสปอนเซอร์รายการที่ยังตกลงกับแบรนด์เทคโนโลยีพวกนี้ไม่ลงตัวด้วย
ฝั่งนักกีฬาเองก็ลำบากใจ หลายคนพยายามอธิบายว่าข้อมูลพวกนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อโกง แต่มีไว้เพื่อ "รักษาชีวิตและร่างกาย" อย่าง อารีนา ซาบาเลนกา ก็บอกว่า
ข้อมูลพวกนี้ช่วยให้เธอรู้ว่าร่างกายรับไหวแค่ไหน ควรพักตอนไหน หรือต้องระวังอาการบาดเจ็บตรงไหนบ้าง การถูกสั่งถอดกลางคันก็เหมือนถูกยึดเครื่องมือดูแลความปลอดภัยของตัวเองไปดื้อ ๆ เลย
ถ้าลองหันไปมองกีฬาอื่นอย่างบาส NBA หรืออเมริกันฟุตบอล NFL เขาเปิดรับเทคโนโลยีพวกนี้แบบเต็มที่ไปแล้ว เพราะเชื่อว่าข้อมูลยิ่งเยอะ เกมยิ่งมีคุณภาพและนักกีฬายิ่งปลอดภัย แต่สำหรับเทนนิสที่เป็นกีฬาที่ยึดถือธรรมเนียมมานาน การจะเปลี่ยนกฎอะไรสักอย่างเลยอาจจะดูช้ากว่าเจ้าอื่นไปนิด
แม้ปัจจุบันนักเทนนิสระดับท็อปยังต้องลงแข่งแกรนด์สแลมโดยไม่มีอุปกรณ์ติดตามสุขภาพส่วนบุคคล แต่ประเด็นเรื่อง “สิทธิในข้อมูลร่างกายของนักกีฬา” ก็ถูกยกขึ้นมาพูดถึงอย่างจริงจังในเวทีเทนนิสโลกแล้ว