เมื่อ "Whoop" สายรัดข้อมืออัจฉริยะ กลายเป็นของต้องห้ามของนักเทนนิส

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ทำไมต้องแบน? เมื่อ Whoop สายรัดข้อมือคู่ใจซุปตาร์เทนนิส กลายเป็นของต้องห้ามกลางสนาม! เจาะลึกดราม่าเทคโนโลยีที่ทำเอานักเทนนิสต้องกุมขมับ

จะเห็นได้ว่า…ยุคนี้ใคร ๆ ก็ชอบเก็บข้อมูลสุขภาพ ดารา,นักกีฬา พากันใส่สายรัดข้อมือกันเยอะแยะไปหมด แต่เชื่อไหมว่าในรายการเทนนิสระดับโลกอย่าง "แกรนด์สแลม" 

กลับมีกฎที่ทำเอานักกีฬาต้องลำบากใจ เพราะขนาดซูเปอร์สตาร์อย่าง คาร์ลอส อัลการาซ และ ยานนิค ซินเนอร์ ยังเคยโดนสั่งให้ "ถอด" สายรัดข้อมือไฮเทคออกกลางสนามมาแล้ว

เล่าก่อนว่า ปกติแล้วนักกีฬาจะใส่สายรัดข้อมือ Whoop ลงแข่งได้เกือบทุกรายการ แต่พอเป็นรายการใหญ่อย่าง ออสเตรเลียน โอเพ่น หรือ วิมเบิลดัน กรรมการจะเข้มงวดมากเป็นพิเศษ

อารีนา ซาบาเลนกา หนึ่งในนักกีฬาที่ได้รับผลกระทบ Reuters/Jaimi Joy
อารีนา ซาบาเลนกา หนึ่งในนักกีฬาที่ได้รับผลกระทบ

ทั้งที่ในความเป็นจริง ฝั่งชายได้รับอนุญาตจาก ATP ให้ใช้อุปกรณ์เหล่านี้ระหว่างการแข่งขันมาตั้งแต่ปี 2024 และนักเทนนิสหญิงก็ได้รับไฟเขียวจาก WTA ตั้งแต่ปี 2021 แล้ว แต่ปัญหาคือ “แกรนด์สแลม” ทั้งสี่รายการ ยังไม่อนุญาตให้ใช้อุปกรณ์วิเคราะห์สุขภาพระหว่างการแข่งขัน

Whoop แบรนด์อุปกรณ์ที่อัลการาซใช้งาน ออกแถลงการณ์ชัดเจนว่า นักกีฬาควรมีสิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าใจสภาพร่างกายและสมรรถภาพของตัวเอง แม้จะอยู่ระหว่างการแข่งขันระดับแกรนด์สแลมก็ตาม พร้อมย้ำว่าการปิดกั้นข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล ไม่ได้ช่วยปกป้องวงการกีฬาแต่อย่างใด

ด้านออสเตรเลียน โอเพ่น ระบุเพียงว่ากำลังอยู่ในช่วง “หารืออย่างต่อเนื่อง” เกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้อุปกรณ์เหล่านี้ในอนาคต แต่ก็ยังไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนว่าทำไมถึงยังไม่อนุญาตในตอนนี้

เหตุผลหลักคือการกลัวเรื่อง "การแอบสอน" หรือ Coaching ทางผู้จัดกังวลว่าถ้าทีมงานที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์แอบดูข้อมูลหัวใจหรือความเหนื่อยล้าของนักกีฬาผ่านมือถือแบบเรียลไทม์ แล้วส่งสัญญาณบอกให้นักกีฬาปรับแผนการเล่น 

มันจะดูเป็นการเอาเปรียบคนอื่น และผิดกฎดั้งเดิมของเทนนิสที่เน้นการตัดสินใจด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังมีเรื่องผลประโยชน์ของสปอนเซอร์รายการที่ยังตกลงกับแบรนด์เทคโนโลยีพวกนี้ไม่ลงตัวด้วย

ฝั่งนักกีฬาเองก็ลำบากใจ หลายคนพยายามอธิบายว่าข้อมูลพวกนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อโกง แต่มีไว้เพื่อ "รักษาชีวิตและร่างกาย" อย่าง อารีนา ซาบาเลนกา ก็บอกว่า 

ข้อมูลพวกนี้ช่วยให้เธอรู้ว่าร่างกายรับไหวแค่ไหน ควรพักตอนไหน หรือต้องระวังอาการบาดเจ็บตรงไหนบ้าง การถูกสั่งถอดกลางคันก็เหมือนถูกยึดเครื่องมือดูแลความปลอดภัยของตัวเองไปดื้อ ๆ เลย

ถ้าลองหันไปมองกีฬาอื่นอย่างบาส NBA หรืออเมริกันฟุตบอล NFL เขาเปิดรับเทคโนโลยีพวกนี้แบบเต็มที่ไปแล้ว เพราะเชื่อว่าข้อมูลยิ่งเยอะ เกมยิ่งมีคุณภาพและนักกีฬายิ่งปลอดภัย แต่สำหรับเทนนิสที่เป็นกีฬาที่ยึดถือธรรมเนียมมานาน การจะเปลี่ยนกฎอะไรสักอย่างเลยอาจจะดูช้ากว่าเจ้าอื่นไปนิด

แม้ปัจจุบันนักเทนนิสระดับท็อปยังต้องลงแข่งแกรนด์สแลมโดยไม่มีอุปกรณ์ติดตามสุขภาพส่วนบุคคล แต่ประเด็นเรื่อง “สิทธิในข้อมูลร่างกายของนักกีฬา” ก็ถูกยกขึ้นมาพูดถึงอย่างจริงจังในเวทีเทนนิสโลกแล้ว
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ