หากใครที่เคยดูฟุตบอลสกอตแลนด์ หรือเคยตามดูทีมเซลติก อาจเคยสะดุดตากับภาพบางอย่างบนอัฒจันทร์ ท่ามกลางเสียงเชียร์อันทรงพลัง และสีเขียว-ขาวของแฟนบอล กลับมี ธงปาเลสไตน์ โบกสะบัดอยู่เต็มไปหมด เกมเมื่อคืนก็เช่นกันในศึกสกอตติช คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย
ที่เป็นดาร์บี้ระหว่างเซลติกและเรนเจอร์ หลังเกมมีการปะทะกันระหว่างแฟนบอลทั้งสองฝั่ง และก็มีแฟนบอลเซลติกบางส่วนถือธงที่เป็นสัญลักษณ์ของปาเลสไตน์ลงมาในสนามด้วย
บางเกมมีเพียงไม่กี่ผืน แต่ในบางคืน โดยเฉพาะเกมใหญ่ ธงเหล่านั้นแทบจะกลายเป็นภาพหลักของอัฒจันทร์แฟน ๆ เซลติก จนทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า
ทำไมสโมสรฟุตบอลจากสกอตแลนด์ ถึงมีธงของดินแดนในตะวันออกกลางปรากฏอยู่ในสนามอยู่เสมอ
เรื่องนี้อาจดูแปลกในสายตาคนทั่วไป เพราะปาเลสไตน์อยู่ห่างจากสกอตแลนด์หลายพันกิโลเมตร และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับฟุตบอลสกอตแลนด์โดยตรง
แต่ความจริงแล้ว เรื่องนี้มันมีรากฐานมาจาก ประวัติศาสตร์ของสโมสร วัฒนธรรมแฟนบอล และการเมืองของสังคมกลาสโกว์ ที่ก่อตัวขึ้นผ่านประวัติศาสตร์ยาวนานของสโมสร จะให้เข้าใจเรื่องนี้อย่างถ่องแท้ ต้องย้อนไปที่ประวัติศาสตร์ของทีมนี้กันก่อน
เซลติก ก่อตั้งขึ้นในปี 1887 โดยผู้อพยพชาวไอริชที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองกลาสโกว์ ในช่วงเวลานั้นชุมชนไอริชจำนวนมากต้องเผชิญกับความยากจน การเลือกปฏิบัติ และสภาพความเป็นอยู่ที่ลำบาก
สโมสรจึงถูกตั้งขึ้นมาเพื่อระดมทุนช่วยเหลือคนยากจนในชุมชนไอริชเป็นหลักตั้งแต่แรก ทำให้เซลติกไม่ได้เป็นแค่ทีมฟุตบอลธรรมดา แต่ยังถูกมองว่าเป็น สโมสรของชนชั้นแรงงานและผู้อพยพ ที่มีรากฐานทางสังคมค่อนข้างชัดเจน ภาพลักษณ์นี้ค่อย ๆ หล่อหลอมวัฒนธรรมของแฟนบอลให้มีความผูกพันกับประเด็นทางสังคมและการเมืองมากกว่าสโมสรฟุตบอลทั่วไป
ซึ่งในเมืองกลาสโกว์ เซลติกมีคู่แข่งสำคัญคือเรนเจอร์ และการแข่งขันระหว่างสองทีมนี้ถือเป็นหนึ่งในดาร์บีที่ดุเดือดที่สุดในโลกฟุตบอล หรือที่เรียกว่า “โอลด์เฟิร์ม ดาร์บี้” ความดุเดือดของคู่นี้ไม่ได้เกิดจากเรื่องฟุตบอลอย่างเดียว แต่ยังมีพื้นฐานทางศาสนาและการเมืองอยู่เบื้องหลังด้วย ฐานแฟนบอลของเซลติกจำนวนมากมีรากฐานจากชุมชนคาทอลิกและชาวไอริช
ขณะที่แฟนบอลของเรนเจอร์ จำนวนมากมีรากฐานมาจากชุมชนโปรเตสแตนต์ และมักมีแนวคิดสนับสนุนสหราชอาณาจักร ความแตกต่างทางภูมิหลังเหล่านี้ทำให้การแข่งขันระหว่างสองทีมไม่ได้เป็นเพียงเกมฟุตบอลธรรมดา แต่ยังสะท้อนถึงอัตลักษณ์และตัวตนของสองชุมชนที่แตกต่างกันในเมืองเดียวกัน
ในเรื่องวัฒนธรรมแฟนบอลของเซลติกเองก็มีความเกี่ยวข้องกับแนวคิดทางการเมืองแบบฝ่ายซ้ายมาอย่างยาวนาน แฟนบอลจำนวนไม่น้อยสนับสนุนประเด็นเกี่ยวกับสิทธิของชนกลุ่มน้อย การต่อต้านการกดขี่ และการเคลื่อนไหวทางสังคม
หนึ่งในกลุ่มแฟนบอลที่มีบทบาทมากที่สุดคือกลุ่มอัลตราที่ชื่อว่า Green Brigade ซึ่งมักเป็นผู้นำในการร้องเพลง เชียร์ทีม และทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์บนอัฒจันทร์ กลุ่มนี้เคยแสดงจุดยืนสนับสนุนหลายประเด็นทางสังคม เช่น การเคลื่อนไหวเพื่อความเท่าเทียมทางเชื้อชาติ หรือการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายทางการเมืองต่าง ๆ
การโบกธงปาเลสไตน์ในสนามของแฟนเซลติก เริ่มปรากฏชัดมากขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 2000 แฟนบอลบางส่วนมองว่าสถานการณ์ของชาวปาเลสไตน์สะท้อนภาพของประชาชนที่กำลังเผชิญแรงกดดันทางการเมือง และพวกเขาก็เชื่อมโยงเรื่องนี้กับประวัติศาสตร์ของชาวไอริชที่เคยผ่านการต่อสู้และความขัดแย้งทางการเมืองมาในอดีต
สำหรับแฟนบอลกลุ่มนี้ การโบกธงปาเลสไตน์จึงไม่ใช่เรื่องของฟุตบอลโดยตรง แต่เป็นสัญลักษณ์ของการแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับผู้ที่พวกเขามองว่าอยู่ในสถานะเสียเปรียบในความขัดแย้งระหว่างประเทศ
เมื่อแฟนบอลของเซลติกเริ่มโบกธงปาเลสไตน์ในสนามมากขึ้น แฟนบอลบางส่วนของเรนเจอร์ ก็แสดงออกในทิศทางตรงกันข้ามด้วยการโบกธงอิสราเอล ปรากฏการณ์นี้ทำให้เห็นชัดว่าความขัดแย้งระหว่างสองสโมสรไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของฟุตบอล แต่ยังสะท้อนความแตกต่างทางอัตลักษณ์และมุมมองทางการเมืองของแฟนบอลทั้งสองฝ่ายด้วย
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในหลายเกมของ “โอลด์เฟิร์ม ดาร์บี้” เรามักจะเห็นธงและสัญลักษณ์ทางการเมืองของปาเลสไตน์และอิสราเอลอยู่บนอัฒจันทร์ แม้สองที่นี้จะห่างไกลจากสกอตแลนด์หลายพันกิโลเมตรก็ตาม
อย่างไรก็ตาม สโมสรเซลติกเองก็พยายามย้ำอยู่เสมอว่าสโมสรเป็นองค์กรกีฬา ไม่ใช่องค์กรทางการเมือง และได้ออกแถลงการณ์หลายครั้งว่าพวกเขาไม่ต้องการให้มีป้ายหรือข้อความทางการเมืองในสนาม
เพราะต้องการให้ฟุตบอลเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะมีความเชื่อทางการเมือง ศาสนา หรือพื้นเพแบบใดก็ตาม บางช่วงสโมสรถึงขั้นลงโทษกลุ่มแฟนบอลบางกลุ่มที่แสดงสัญลักษณ์ทางการเมืองในสนาม เพื่อพยายามลดความตึงเครียดที่อาจเกิดขึ้น
แม้จะมีความพยายามควบคุมจากสโมสร แต่ปรากฏการณ์นี้ก็ยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะ เพราะสำหรับแฟนบอลจำนวนหนึ่ง ฟุตบอลไม่ได้เป็นแค่เกมกีฬา แต่เป็นพื้นที่ที่พวกเขาใช้แสดงตัวตน ความเชื่อ และจุดยืนทางสังคม
ดังนั้น ธงปาเลสไตน์ที่ปรากฏบนอัฒจันทร์ของแฟนบอลเซลติก จึงไม่ใช่เพียงภาพของการเมืองที่เข้ามาในสนามฟุตบอล แต่มันคือผลสะท้อนของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมแฟนบอล และความขัดแย้งทางอัตลักษณ์ที่ฝังรากอยู่ในเมืองกลาสโกว์มายาวนาน
จนทำให้หลายเกมของ “โอลด์เฟิร์ม ดาร์บี้” กลายเป็นมากกว่าการแข่งขันฟุตบอล แต่เป็นเวทีที่ผู้คนใช้สื่อสารความเชื่อและตัวตนของตัวเองต่อโลก เพราะสำหรับบางคน ฟุตบอลไม่ใช่แค่เกมในสนาม แต่คือพื้นที่ที่พวกเขาใช้บอกโลกว่าตัวเองยืนอยู่ข้างไหน…