เกาะติดสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งเข้าสู่วันที่ 3 แล้ว นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่านตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านถูกสังหาร เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายราย
แต่แม้จะสิ้นผู้นำสุงสุด คาดว่าคณะรักษาการผู้นำจะเลือกผู้นำคนใหม่ในเร็ววันนี้ และยังคงเดินหน้าแก้แค้นสหรัฐฯ และอิสราเอล
เรือบรรทุกน้ำมันโอมานถูกโจมตี
17.35 น. โอมานแถลงว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งถูกโจมตีในอ่าวโอมานโดยโดรนติดระเบิด ทำให้เกิดไฟไหม้และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย
สำนักข่าวโอมานรายงานว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นนอกชายฝั่งเมืองมัสกัต เมืองหลวงของโอมาน โดยระบุว่าเรือลำดังกล่าวคือ MKD VYOM และลูกเรือที่เสียชีวิตเป็นชาวอินเดีย
ฝรั่งเศสพร้อมเข้าร่วมในการป้องกันกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย
วันที่ 2 มี.ค. ฌ็อง-นอแอล บาร์โร รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส แสดงท่าทีสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียและจอร์แดน ซึ่งถูก "ดึงเข้าสู่สงครามที่พวกเขาไม่ได้เลือก" และประกาศว่าฝรั่งเศสจะ "เข้าร่วมในการป้องกัน" หากจำเป็น
"ฝรั่งเศสพร้อมที่จะเข้าร่วมในการป้องกันประเทศกลุ่มอ่าวเปอร์เซียและจอร์แดน ซึ่งเป็นเป้าหมายของการโจมตีของอิหร่าน ตามข้อตกลงที่ผูกมัดฝรั่งเศสกับพันธมิตรและหลักการป้องกันตนเองร่วมกัน" รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศสกล่าว
เขาเสริมว่า "สำหรับประเทศที่เป็นมิตรซึ่งถูกโจมตีโดยเจตนาด้วยขีปนาวุธและโดรนของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ และถูกดึงเข้าสู่สงครามที่พวกเขาไม่ได้เลือก ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ อิรัก บาห์เรน คูเวต โอมาน และจอร์แดน ฝรั่งเศสแสดงความสนับสนุนและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างเต็มที่ ฝรั่งเศสพร้อมที่จะเข้าร่วมในการป้องกัน"
รัฐมนตรีกล่าวเสริมว่า “พลเมืองฝรั่งเศสเกือบ 400,000 คนอาศัยอยู่ในหรือกำลังเดินทางไปเยือนประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ เท่าที่เราทราบ ในตอนนี้ยังไม่มีชาวฝรั่งเศสเสียชีวิต”
รัฐมนตรีเรียกร้องให้ “ลดความตึงเครียด” และ “การยกระดับความขัดแย้งทางทหารต้องยุติลงโดยเร็วที่สุด” โดยย้ำว่า “การยืดเยื้อปฏิบัติการทางทหารอย่างไม่มีกำหนดโดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนนั้นมีความเสี่ยงที่จะนำไปสู่ภาวะวิกฤตที่นำพาอิหร่านและภูมิภาคไปสู่ช่วงเวลาแห่งความไม่มั่นคงที่ยาวนาน”
สหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน
เรซา นาจาฟี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำองค์การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) กล่าวว่า การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล มุ่งเป้าไปที่โรงงานเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์นาตันซ์ของอิหร่าน
อิสราเอลและสหรัฐฯ ยังไม่ได้ออกมายอมรับว่าได้โจมตีสถานที่ดังกล่าว ซึ่งสหรัฐฯ เคยทิ้งระเบิดในช่วงสงคราม 12 วันระหว่างอิหร่านและอิสราเอลในเดือน มิ.ย. 2025
“เมื่อวานนี้ พวกเขาโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ที่ได้รับการคุ้มครองอย่างสันติของอิหร่านอีกครั้ง ข้ออ้างของพวกเขาที่ว่าอิหร่านต้องการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์นั้นเป็นเพียงเรื่องโกหก” นาจาฟีกล่าว
โรงกลั่นน้ำมันซาอุฯ ถูกโจมตี
กระทรวงกลาโหมของซาอุดีอาระเบียแถลงว่า โรงกลั่นน้ำมัน ราส ทานูรา ถูกโจมตีด้วยโดรน เจ้าหน้าที่ได้ยิงโดรนที่เข้ามาโจมตีตก และไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ
การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากรายงานก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า บริษัทน้ำมันแห่งรัฐของซาอุดีอาระเบีย Aramco ได้ระงับการดำเนินงานที่โรงกลั่น ราส ทานูรา หลังจากการโจมตีด้วยโดรนในพื้นที่
โรงกลั่น ราส ทานูรา เป็นหนึ่งในโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง มีกำลังการผลิต 550,000 บาร์เรลต่อวัน
การปิดโรงกลั่นนี้อาจเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับซัพพลายน้ำมัน เนื่องจากเส้นทางการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 13-15 ล้านบาร์เรล หรือ 20% ของอุปทานทั่วโลก หยุดชะงักลงเกือบทั้งหมดหลังจากเรือถูกโจมตีบริเวณดังกล่าวเมื่อวันที่ 1 มี.ค.
ต่อมา กระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบียระบุว่า สามารถควบคุมเพลิงไหม้ที่โรงกลั่นน้ำมัน ราส ทานูรา ได้แล้ว
แถลงการณ์ระบุว่า โรงกลั่นได้รับความเสียหายเล็กน้อยจากเศษซากที่ตกลงมา เนื่องจากการสกัดกั้น "โดรนสองลำในบริเวณใกล้เคียงโรงกลั่น" และเสริมว่า หน่วยบริการฉุกเฉินได้ "จัดการกับเพลิงไหม้ได้ทันที" โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ตัวเลขผู้เสียชีวิตในอิหร่าน
สภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่าน (IRCS) รายงานว่า ในอิหร่านมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 555 รายจากการโจมตีทางอากาศร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอล
นอกจากนี้ จนถึงขณะนี้ มี 131 เมืองในประเทศอิหร่านที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล
ปฏิบัติการบรรเทาทุกข์ นำโดยภารกิจด้านมนุษยธรรมของสภาเสี้ยววงเดือนแดง ยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่หยุดชะงัก โดยมีทีมกู้ภัยอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และมีผู้ตอบสนองมากกว่า 100,000 คนเตรียมพร้อมทั่วประเทศ ในขณะนี้ เครือข่ายอาสาสมัครประมาณ 4 ล้านคนพร้อมที่จะให้บริการด้านมนุษยธรรม ความช่วยเหลือ และการสนับสนุนทางจิตสังคม
พลเรือนชาวจีนเสียชีวิต
วันที่ 2 มี.ค. กระทรวงการต่างประเทศของจีนยืนยันว่า พลเมืองชาวจีน 1 รายเสียชีวิตในอิหร่าน
เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าว “พลเมืองชาวจีนในกรุงเตหะรานได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางทหารเมื่อเร็ว ๆ นี้ และเสียชีวิตลงอย่างน่าเศร้า เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเพื่อนร่วมชาติที่เสียชีวิต และขอแสดงความเห็นใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต”
เธอกล่าวว่า “ภารกิจเร่งด่วนที่สุดคือการยุติปฏิบัติการทางทหารและป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลาม” พร้อมทั้งเรียกร้องให้ “หาทางออกผ่านการเจรจาและการพูดคุย”
หนิงกล่าวเพิ่มเติมว่า ณ วันที่ 2 มี.ค. มีพลเมืองชาวจีนประมาณ 3,000 คนถูกอพยพออกจากอิหร่านแล้ว
คูเวตเผย เครื่องบินรบสหรัฐฯ "หลายลำ" ประสบเหตุตก
กระทรวงกลาโหมของคูเวตแถลงเมื่อวันที่ 2 มี.ค. ว่า เครื่องบินรบของสหรัฐฯ หลายลำประสบเหตุตกในคูเวต โดยนักบินทั้งหมดดีดตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย
กระทรวงฯ ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุของการตก แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่อิหร่านกำลังโจมตีคูเวตอย่างหนัก
กระทรวงกลาโหมคูเวตกล่าวว่า นักบินถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกาย และอาการอยู่ในขั้นทรงตัว
ด้าน Open Source Intelligence Monitor ซึ่งติดตามความขัดแย้งทั่วโลก ระบุว่า เหตุดังกล่าวเป็นเครื่องบิน F-15 ของกองทัพสหรัฐฯ ตกลงมาจากท้องฟ้าเหนือประเทศคูเวตเมื่อเช้านี้ ซึ่งคาดว่าเป็นเหตุการณ์ "ยิงพวกเดียวกันเอง" ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านอ้างว่า อิหร่านได้โจมตีเครื่องบินรบของสหรัฐฯ ที่ตกในคูเวต แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
วิดีโอที่ระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์โดย CNN ปรากฏให้เห็นนักบินเครื่องบินรบอยู่บนพื้นดินในคูเวต หลังจากดีดตัวออกจากเครื่องบิน
ต่อมามีการเผยแพร่ แสดงภาพชายคนหนึ่งสวมชุดนักบินและหมวกเต็มยศ กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นข้าง ๆ ร่มชูชีพสีส้มและขาว และเชือกร่มชูชีพ ในพื้นที่ทะเลทรายใกล้กับรั้ว
จุดดังกล่าวอยู่ห่างจากฐานทัพอากาศ อาลี อัล ซาเลม ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังสหรัฐฯ ประมาณ 30 กิโลเมตร
ในวิดีโออีกคลิปหนึ่ง นักบินกำลังยืนขึ้น ขณะที่ผู้คนรอบข้างมองดูอยู่ โดยมีควันดำหนาทึบพวยพุ่งอยู่เบื้องหลังในระยะไกล ยังไม่ชัดเจนว่าอะไรเป็นสาเหตุของการตกของเครื่องบิน
ในวิดีโอหนึ่งได้ยินเสียงผู้คนพูดว่า “เครื่องบินอเมริกันถูกยิงตกด้วยขีปนาวุธของตัวเอง เรามาที่นี่เพราะคิดว่าเป็นเครื่องบินรบของอิหร่าน แต่กลับกลายเป็นเครื่องบินอเมริกัน มาเร็ว พวกเรา ขึ้นรถ ไปกันเถอะ”
อิหร่านประกาศไม่เจรจากับสหรัฐฯ
อาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดอิหร่าน กล่าวในโพสต์บน X ว่า อิหร่าน “จะไม่เจรจากับสหรัฐอเมริกา”
ลาริจานี หนึ่งในบุคคลที่มีอำนาจมากที่สุดของอิหร่านซึ่งรอดจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล กล่าวแสดงความคิดเห็นดังกล่าวเพื่อตอบโต้รายงานข่าวของสื่อที่ระบุว่าอิหร่านได้ติดต่อสหรัฐอเมริกาผ่านตัวกลางเพื่อขอให้กลับมาเจรจาอีกครั้ง
ลาริจานีกล่าวว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ “ได้ทำให้ภูมิภาคนี้ตกอยู่ในความวุ่นวายด้วย ‘ความหวังที่ผิด ๆ’ ของเขา และตอนนี้กำลังกังวลเกี่ยวกับการสูญเสียกำลังพลของทหารอเมริกันเพิ่มเติม”
เขาเสริมว่า “ด้วยการกระทำที่หลงผิดของเขา เขาได้เปลี่ยนสโลแกนที่เขาคิดขึ้นเองว่า ‘อเมริกามาก่อน’ เป็น ‘อิสราเอลมาก่อน’ และเสียสละทหารอเมริกันเพื่อการแสวงหาอำนาจของอิสราเอล”
ทรัมป์เผยตัวเต็งขึ้นเป็นผู้นำอิหร่านถูกสังหารหมดแล้ว
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า แคนดิเดตซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าอาจขึ้นมาเป็นผู้นำอิหร่านแทนคาเมเนอีนั้น ถูกสังหารในการโจมตีร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
“การโจมตีประสบความสำเร็จอย่างมากจนกำจัดแคนดิเดตส่วนใหญ่ไปได้ คนที่ขึ้นมาจะไม่ใช่คนที่เราคิดไว้ เพราะพวกเขาตายหมดแล้ว ตัวเต็งอันดับสองหรือสามก็ตายหมดแล้ว” ทรัมป์กล่าว
ประธานาธิบดียังอ้างถึงการสังหารคาเมเนอี โดยกล่าวว่า “ผมจัดการเขาก่อนที่เขาจะจัดการผม พวกเขาพยายามสองครั้ง แต่ผมจัดการเขาได้ก่อน”
ทรัมป์พร้อมคุยอิหร่าน
เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ทรัมป์ซึ่งก่อนหน้านี้สนับสนุนให้ชาวอิหร่าน "เข้ายึดอำนาจ" รัฐบาลของตนเอง ได้ส่งสัญญาณว่าเขาพร้อมที่จะเจรจากับผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน
"พวกเขาต้องการพูดคุย และผมก็ตกลงที่จะพูดคุย ดังนั้นผมจะพูดคุยกับพวกเขา" เขากล่าวกับสื่อ The Atlantic
บาห์เรนรายงานผู้เสียชีวิตรายแรก
บาห์เรนรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 1 รายจากสะเก็ดระเบิดของขีปนาวุธอิหร่านที่ถูกสกัดกั้น ผู้เสียชีวิตเป็นคนงานต่างชาติที่ทำงานบนเรือในนิคมอุตสาหกรรมซัลมาน นับเป็นผู้เสียชีวิตรายแรกในสงครามครั้งนี้ของราชอาณาจักรบาห์เรน
บาห์เรน ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการกองเรือที่ 5 (The 5th Fleet) ของกองทัพเรือสหรัฐฯ กล่าวว่า ได้สกัดกั้นขีปนาวุธ 61 ลูก และโดรนโจมตี 34 ลำ แต่สะเก็ดระเบิดบางส่วนได้ทะลุเข้ามาโดนอาคารและฐานทัพเรือ
กาตาร์เปลี่ยนแผน
ในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา กาตาร์ใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตในการสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนอิหร่าน แต่การสกัดกั้นด้วยวิธีนี้มีความเสี่ยงว่าเศษซากที่ตกลงมาอาจเป็นอันตรายต่อประชาชน
ดังนั้น ตอนนี้กระทรวงกลาโหมกาตาร์จึงกล่าวว่า พวกเขากำลังส่งเครื่องบินรบไปเพื่อเปลี่ยนจากการสกัดกั้นขีปนาวุธเหนือเมืองโดฮา ไปเป็นการยิงสกัดกั้นพวกมันในน่านน้ำอ่าวเปอร์เซีย
ผู้สื่อข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริเวณใจกลางโดฮาไม่ได้ยินเสียงระเบิดใด ๆ เลยในช่วง 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา เสียงระเบิดดูเหมือนจะอยู่ไกลออกไปเมื่อเทียบกับสถานการณ์เมื่อวันที่ 28 ก.พ.
กลุ่มติดอาวุธชีอะห์ในอิรักโจมตีทหารสหรัฐฯ
วันที่ 2 มี.ค. กลุ่ม Saraya Awliya al-Dam ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มติดอาวุธชีอะห์ที่ปฏิบัติการอยู่ในอิรัก เปิดฉากใช้โดรนโจมตีเป้าหมายเป็นทหารสหรัฐฯ ที่สนามบินในกรุงแบกแดด เมืองหลวงของอิรัก ซึ่งเป็นการขยายวงกว้างของการตอบโต้ต่อการสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน
Saraya Awliya al-Dam ปฏิบัติการอยู่ในอิรักหลังจากการรุกรานของสหรัฐฯ ในปี 2003 ที่โค่นล้ม ซัดดัม ฮุสเซน
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน รวมถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ได้เข้าร่วมความขัดแย้งที่เริ่มต้นโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่มุ่งเป้าไปที่ระบอบการปกครองของอิหร่าน
สะพัด! “มาห์มูด อาห์มาดิเนจาด” อดีตประธานาธิบดีอิหร่านเสียชีวิต
เมื่อวันที่ 1 มี.ค. สำนักข่าวแรงงานอิหร่านรายงานว่า “มาห์มูด อาห์มาดิเนจาด” อดีตประธานาธิบดีอิหร่าน ได้ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศร่วมระหว่างอิสราเอลและสหรัฐฯ
สำนักข่าวที่สนับสนุนรัฐบาลอิหร่านอ้างว่า การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นที่บ้านพักของอาห์มาดิเนจาดในเมืองนาร์นัค ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเตหะราน ทำให้เขาและบอดี้การ์ดหลายคนเสียชีวิต
รายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่า การโจมตีในนาร์นัคน่าจะเกิดขึ้นในช่วงดึกของวันที่ 28 ก.พ.
อาห์มาดิเนจาดดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอิหร่านระหว่างปี 2005 ถึง 2013 โดยก่อนหน้านั้น เขาเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอาร์ดาบิลและนายกเทศมนตรีกรุงเตหะราน
หลังจากดำรงตำแหน่งครบ 2 สมัย เขาได้รับการแต่งตั้งจาก อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดในขณะนั้น ให้ดำรงตำแหน่งในสภาพิจารณาความเหมาะสม ซึ่งเป็นสภาที่ปรึกษา 48 คนของสำนักผู้นำสูงสุด
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดผู้ช่วยคนสนิทรายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวต่างประเทศว่า อดีตประธานาธิบดีมาห์มูด อาห์มาดิเนจาด ยังมีชีวิตอยู่และปลอดภัยดี
“ผมติดต่อกับเขาอยู่ ทุกอย่างเรียบร้อยดี” ที่ปรึกษาคนดังกล่าวซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อกล่าว
ที่ปรึกษาเสริมว่า “อาคารที่เกี่ยวข้องกับหน่วยรักษาความปลอดภัยของเขาถูกโจมตีเมื่อวานนี้ บอดี้การ์ดของเขา 3 นาย ซึ่งเป็นสมาชิกของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เสียชีวิต ที่พักอาศัยของเขาเองไม่ได้รับผลกระทบและไม่ได้ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี โดยอยู่ห่างจากอาคารนั้นเพียง 100 เมตร”
ประท้วงเดือดหนุนอิหร่านในปากีสถาน
ทางการปากีสถานรายงานว่า หลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ทำให้ผู้นำสูงสุดอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เสียชีวิต ได้เกิดการประท้วงของผู้สนับสนุนอิหร่านในหลายเมืองของประเทศ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 120 คน
โดยมีการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างผู้ประท้วงและกองกำลังรักษาความปลอดภัยในเมืองการาจี เมืองท่าทางตอนใต้ของปากีสถาน
เจ้าหน้าที่ตำรวจอาวุโส อิรฟาน บาโลช กล่าวว่า ผู้ประท้วงได้โจมตีบริเวณรอบนอกของสถานกงสุลสหรัฐฯ ในการาจี แต่ก็ถูกสลายการชุมนุมในภายหลัง
เขาปฏิเสธรายงานที่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคารสถานกงสุลถูกเผา อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่าผู้ประท้วงได้จุดไฟเผาป้อมตำรวจที่อยู่ใกล้เคียงและทุบกระจกหน้าต่างของสถานกงสุลก่อนที่กองกำลังรักษาความปลอดภัยจะมาถึงและควบคุมสถานการณ์ได้
การประท้วงในบริเวณรอบสถานกงสุลดำเนินไปหลายชั่วโมง โดยมีเยาวชนหลายสิบคน บางคนปิดบังใบหน้า ขว้างปาหินใส่เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย และประกาศว่าจะบุกเข้าไปในสถานกงสุล ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารรักษาดินแดนหลายร้อยนายประจำการอยู่
ตำรวจและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในเมืองการาจีกล่าวว่า มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 50 คนจากการปะทะกัน และบางคนอยู่ในอาการสาหัส
ซุมไมยา ซัยยิด ทาริก แพทย์นิติเวชประจำโรงพยาบาลรัฐบาลหลักของเมือง ยืนยันว่า มีศพ 6 ศพและผู้บาดเจ็บอีกหลายรายถูกนำส่งโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม เธอกล่าวว่าจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 10 ราย หลังจากผู้บาดเจ็บสาหัส 4 รายเสียชีวิต
นอกจากนี้ มีผู้เสียชีวิต 12 รายและบาดเจ็บกว่า 80 รายจากการปะทะกับตำรวจในภูมิภาคกิลกิต-บัลติสถานทางตอนเหนือ เมื่อผู้ประท้วงหลายพันคนที่โกรธแค้นจากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล ได้บุกโจมตีสำนักงานของกลุ่มผู้สังเกตการณ์ทางทหารของสหประชาชาติและโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP)
โฆษกรัฐบาลปากีสถาน ชาบีร์ มีร์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานให้กับองค์กรเหล่านั้นปลอดภัย เขากล่าวว่า ผู้ประท้วงปะทะกับตำรวจในหลายจุดในภูมิภาค ทำลายสำนักงานขององค์กรการกุศลในท้องถิ่น และจุดไฟเผาสำนักงานตำรวจ อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่าเจ้าหน้าที่ได้ส่งกำลังทหารและควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว
อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพอังกฤษโจมตีอิหร่าน
เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า อังกฤษตกลงที่จะอนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพของอังกฤษในการโจมตีฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่าน
จนถึงขณะนี้ อังกฤษยังไม่ได้มีส่วนร่วมในการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล แต่ในแถลงการณ์เมื่อเมื่อวันที่ 1 มี.ค. สตาร์เมอร์กล่าวว่า แนวทางของอิหร่านกำลังขาดความระมัดระวังมากขึ้นและเป็นอันตรายต่อชีวิตของชาวอังกฤษ จึงนำไปสู่การตัดสินใจอนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพ 2 แห่งของอังกฤษ
รัฐบาลอังกฤษยังได้เผยแพร่บทสรุปเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมาย โดยระบุว่า “อังกฤษกำลังดำเนินการเพื่อป้องกันตนเองร่วมกันของพันธมิตรในภูมิภาคที่ขอความช่วยเหลือ”
สตาร์เมอร์เปิดเผยว่า มีชาวอังกฤษ 200,000 คนอยู่ในประเทศตะวันออกกลางที่อิหร่านกำลังโจมตี และกล่าวว่า “วิธีเดียวที่จะหยุดยั้งภัยคุกคามได้คือการทำลายขีปนาวุธที่ต้นตอในคลังเก็บหรือแท่นยิงที่ใช้ยิงขีปนาวุธ สหรัฐฯ ได้ขออนุญาตใช้ฐานทัพของอังกฤษเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันตนเองที่เฉพาะเจาะจงและจำกัดนั้น”
เขาเสริมว่า “เราได้ตัดสินใจยอมรับคำร้องขอครั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านยิงขีปนาวุธทั่วภูมิภาค สังหารพลเรือนผู้บริสุทธิ์ ทำให้ชีวิตของชาวอังกฤษตกอยู่ในความเสี่ยง และโจมตีประเทศที่ไม่เกี่ยวข้อง”
ฮิซบอลเลาะห์โจมตีอิสราเอล
วันที่ 2 มี.ค. กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนเปิดฉากขีปนาวุธไปยังอิสราเอล เพื่อตอบโต้การสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน
กองทัพอิสราเอลเพิ่งกล่าวว่าได้เริ่มโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทั่วเลบานอนแล้ว โดยสื่อของรัฐเลบานอนรายงานว่าอิสราเอลได้โจมตีชานเมืองทางใต้ของเบรุต เมืองหลวง
สำนักข่าวแห่งชาติของรัฐรายงานว่า "ชานเมืองทางใต้ของเบรุตถูกโจมตีโดยอิสราเอลหลายระลอก" ได้ยินเสียงระเบิดดังหลายครั้งในเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน
มีรายงานเพิ่มเติมจากกองทัพอิสราเอลที่ระบุว่า ขีปนาวุธที่ยิงมาจากเลบานอนได้ทำให้สัญญาณเตือนภัยทางอากาศดังขึ้นในภาคเหนือของอิสราเอล และยังกล่าวอีกว่าได้สกัดกั้นขีปนาวุธลูกหนึ่งได้ด้วย
“หลังจากสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นในหลายพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอล ขีปนาวุธที่ข้ามมาจากเลบานอนเข้ามาในดินแดนอิสราเอลถูกสกัดกั้นโดยกองทัพอากาศอิสราเอล และขีปนาวุธหลายลูกตกลงในพื้นที่โล่ง” กองทัพอิสราเอลระบุ
ฐานทัพอังกฤษในไซปรัสถูกโจมตี
ฐานทัพอากาศ Akrotiri ของสหราชอาณาจักรในไซปรัสถูกโจมตีโดยโดรนอิหร่านเมื่อคืนวันที่ 1 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น
เจ้าหน้าที่ในฐานทัพได้รับแจ้งว่า "โดรนขนาดเล็ก" พุ่งเข้าใส่ฐานทัพ และทางการของฐานทัพกำลังดำเนินการแก้ไข
ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่มี "ความเสียหายเล็กน้อย" เกิดขึ้น ทางการของฐานทัพสั่งให้เจ้าหน้าที่อยู่ในที่เดิมและรอคำสั่งเพิ่มเติม พร้อมเตือนว่าอาจมีการโจมตีเพิ่มเติมอีก
ทั้งนี้ ได้ยินเสียงระเบิดและเสียงไซเรนดังไปถึงเมืองลิมาสโซลที่อยู่ใกล้เคียง
"การป้องกันกำลังพลของเราในภูมิภาคนี้อยู่ในระดับสูงสุด และฐานทัพได้ตอบโต้เพื่อปกป้องประชาชนของเรา" กระทรวงกลาโหมอังกฤษกล่าว
เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จอห์น ฮีลีย์ กล่าวว่าทหารและพลเรือนชาวอังกฤษในตะวันออกกลางกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงจาก "การโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมาย" โดยอิหร่าน
“เรดาร์จีน” ของอิหร่านพังยับ
Global Defense Corp เว็บไซต์วิเคราะห์ทางการทหาร ออกมาระบุว่า เรดาร์ต่อต้านสเตลธ์แบบ YLC-8B ของอิหร่าน ที่ผลิตโดยจีน ซึ่งจีนส่งให้อิหร่านเพียงไม่กี่วันก่อนสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่านจะปะทุขึ้น ถูกเครื่องบินของกองทัพเรือสหรัฐฯ แบบ EA-18G "กราวเลอร์" ซึ่งเป็นเครื่องบินสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ออกบินแจมสัญญาณเรดาร์จีนชนิดนี้ได้สำเร็จ
จนไม่สามารถใช้การได้ เพื่อเปิดทางให้มีการโจมตีเป้าหมายต่อไป เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อตอนที่สหรัฐฯ ออกปฏิบัติการทางทหารต่อเวเนซุเอลาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ตามรายงานของสำนักข่าวนี้ ได้รับข้อมูลจากหน่วยบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่า เจ้าเครื่องกราวเลอร์นี้ ขึ้นบินจากเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น แจมสัญญาณการตรวจจับของเรดาร์อิหร่านที่ผลิตในจีนคือ เรดาร์แบบ Type-305A จำนวน 4 ระบบ และเรดาร์แบบ YLC-8B จำนวน 2 ระบบ ทำให้ระบบเรดาร์ของอิหร่านไม่สามารถใช้งานได้ เท่ากับเป็นการ "ปิดหู ปิดตา" ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านไปโดยปริยาย
ด้านนักวิเคราะห์ระบุว่า ความล้มเหลวของระบบเรดาร์จีนเกิดจากการไร้ขีดความสามารถในการต่อต้านการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยกว่าของสหรัฐฯ
ขณะที่เรดาร์ YLC-8B ของจีนนี้ อ้างว่า สามารถตรวจจับเครื่องบินล่องหน หรือ สเตลธ์ที่มีขีดความสามารถในการล่องหนสูงอย่าง F-35 รวมไปถึง เครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์แบบล่องหน B-2 ได้ โดยมีระยะทำการตรวจจับรัศมี 700 กิโลเมตร ซึ่งจีนได้ทำการส่งเรดาร์นี้ให้กับอิหร่าน หลังเกิดสงคราม 12 วันระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านในเวลานั้นอ่อนแออย่างมาก จนเป็นที่จับตาว่าการได้เรดาร์จีนมานี้ จะเป็นการเสริมเขี้ยวเล็บในการป้องกันภัยทางอากาศให้กับอิหร่าน
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลเครื่องบิน EA-18G จะเปิดฉากแจมสัญญาณรบกวนเรดาร์ ทำให้จอเรดาร์ของฝ่ายตรงข้ามนั้น เต็มไปด้วยเป้าหลอกจำนวนมาก และไม่สามารถระบุเป้าหมายที่เป็นภัยคุกคามได้ ก่อนที่เครื่องบินขับไล่จะมุ่งตรงเข้าสู่เป้าหมายเพื่อทำลาย แต่ในครั้งนี้ ไม่มีข้อมูลว่า เครื่องบินรบชนิดใดเข้าทำลายเรดาร์เหล่านี้
ทหารอเมริกันเสียชีวิต
เมื่อคืนวันที่ 1 มี.ค. โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์วิดีโอแถลงการณบน Truth Social เป็นครั้งที่สอง ความยาวประมาณ 6 นาที กล่าวถึงความสำเร็จของปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน พร้อมให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุผลในการโจมตี โดยระบุว่า ปฏิบัติการโจมตียังคงดำเนินอยู่ในขณะนี้เต็มกำลัง และจะดำเนินต่อไปจนกว่าเป้าหมายทั้งหมดจะบรรลุผล
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์กับ Daily Mail สื่อของอังกฤษว่า ปฏิบัติการโจมตีน่าจะกินเวลาประมาณ 4 สัปดาห์หรือน้อยกว่านั้น
นอกจากนี้ ทรัมป์ได้ยืนยันว่า มีเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เสียชีวิตแล้ว 3 นาย และคาดว่าอาจมีความสูญเสียมากกว่านี้ พร้อมให้คำมั่นว่าจะแก้แค้นให้กับการเสียชีวิตของชาวอเมริกัน
ทรัมป์ยังคงให้เหตุผลสนับสนุนปฏิบัติการนี้ว่า ระบอบอิหร่านที่ติดอาวุธด้วยขีปนาวุธพิสัยไกลและอาวุธนิวเคลียร์จะเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อชาวอเมริกันทุกคน พร้อมเรียกร้องให้กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติและตำรวจทหารของอิหร่าน วางอาวุธเพื่อที่จะไม่ถูกลงโทษ
ทรัมป์อ้างด้วยว่า สหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านหลายร้อยจุด และทำลายกองทัพเรือส่วนใหญ่ของอิหร่าน
การโจมยิงครั้งนี้ได้ทำลายอาคารของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติและระบบป้องกันภัยทางอากาศ รวมถึงทำให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ เสียชีวิต
ขณะเดียวกัน กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับภารกิจเมื่อวันที่ 1 มี.ค. ว่า ได้มุ่งเป้าทำลายกลไกความมั่นคงของระบอบอิหร่าน โดยเน้นไปยังพื้นที่ที่เป็นภัยคุกคามจวนตัว และได้โจมตีเป้าหมายไปแล้วกว่า 1,000 จุด
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุด้วยว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ใช้ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานและเครื่องบินขับไล่หลายชนิด ระหว่าง 24 ชั่วโมงแรกของปฏิบัติการ เช่น เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2 เครื่องบินขับไล่ ระบบขีปนาวุธ แพทริออต และระบบต่อต้านขีปนาวุธ รวมถึงขีดความสามารถพิเศษที่ไม่สามารถระบุได้
ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุด เผยให้เห็นความเสียหายเป็นวงกว้างในฐานทัพอิหร่านหลายแห่ง รวมถึงเรือที่ถูกจมในฐานทัพเรือหลักของอิหร่าน และโรงเก็บเครื่องบินที่กลายเป็นซากปรักหักพัง
อิหร่านเดินหน้าแก้แค้น
อิหร่านได้เริ่มการโจมตีระลอกใหม่เพื่อล้างแค้นให้กับการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด โดยมีรายงานการโจมตีในหลายพื้นที่ ทั้งในอิสราเอล และกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ
ในอิสราเอล เจ้าหน้าที่ในกรุงเทลอาวีฟเผยว่า อาคารประมาณ 40 หลังได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธนำวิถี และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย
ส่วนที่เมืองเบอิตเชเมช (Beit Shemesh) หน่วยบริการทางการแพทย์รายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 9 ราย หลังขีปนาวุธตกใส่
ล่าสุด ขีปนาวุธลูกหนึ่งตกในย่านที่พักอาศัย ในนครเยรูซาเลม ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 6 ราย
ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตรวจพบขีปนาวุธนำวิถี 165 ลูก ขีปนาวุธร่อน 2 ลูก และโดรน 541 ลำ โดยสกัดไว้ได้เป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ทางการรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และบาดเจ็บ 58 ราย
นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหม UAE ยังรายงานว่า โดรน 2 ลำโจมตีคลังสินค้าในฐานทัพเรืออัล-ซาลาม (Al-Salam) ในกรุงอาบูดาบี ทำให้เกิดไฟไหม้ตู้คอนเทนเนอร์ 2 ตู้ แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บ
นอกจากนี ยังมีรายงานโจมตีบริเวณท่าเรือเจเบล อาลี ในนครดูไบ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ขนาดใหญ่และกลุ่มควันดำหนาทึบ
ส่วนที่คูเวต กองทัพอากาศคูเวตสกัดกั้นขีปนาวุธได้ 97 ลูก และโดรน 283 ลำ มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 32 ราย
อิหร่านอ้างโจมตีเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น
ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน แถลงว่าได้ยิงขีปนาวุธนำวิถี 4 ลูก โจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินชั้นนิมิตซ์ ที่บรรทุกฝูงบินขับไล่ล่องหน F-35 และมีเรือทำลายล้างคุ้มกันหลายลำ
อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าวโดยระบุว่า เรือลินคอล์นไม่ได้รับความเสียหาย ขีปนาวุธที่ถูกยิงมานั้นไม่ได้เข้าใกล้เรือเลยด้วยซ้ำ
ประธานาธิบดีอิหร่านลั่น จะทำให้ศัตรู ‘สิ้นหวัง’
ด้าน ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน (Masoud Pezeshkian) ของอิหร่าน แถลงผ่านสื่อทางการเมื่อวันอาทิตย์ (1 มี.ค.) ว่า กองทัพอิหร่านกำลังปฏิบัติการด้วยแสนยานุภาพ เพื่อทำลายฐานทัพของศัตรู และจะทำให้ศัตรูต้องตกอยู่ในสภาวะสิ้นหวัง ขณะที่สภาผู้นำชั่วคราวได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่แล้วตามมาตรา 111 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อให้คำมั่นว่าจะแก้แค้นให้กับการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี
รมว.กต.อิหร่านชี้อาจเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ในวันสองวันนี้
ขณะที่นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอัลจาซีราว่า อิหร่านได้เริ่มกระบวนการตามรัฐธรรมนูญแล้ว โดยมีการจัดตั้งสภาเปลี่ยนผ่าน เพื่อบริหารกิจการบ้านเมือง พร้อมกับส่งสัญญาณว่า สถาบันหลักของรัฐยังคงมั่นคงและดำเนินไปตามระเบียบวาระ และเราอาจได้เห็นการคัดเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ภายในวันหรือสองวันนี้”
นายอารักชีระบุด้วยว่า อิหร่านไม่มีข้อจำกัดหรือขอบเขตใดๆ ในการป้องกันตนเอง การโจมตีของอิหร่านถือเป็นการป้องกันตนเองและตอบโต้การรุกรานของอเมริกาที่มีต่ออิหร่าน
อย่างไรก็ตาม นายอารักชีย้ำว่า อิหร่านไม่มีปัญหากับประเทศต่างๆ ในอีกฝั่งของอ่าวเปอร์เซีย เรามีความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรและเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน และเรามุ่งมั่นที่จะรักษาความสัมพันธ์นี้ต่อไป เราไม่ได้โจมตีพี่น้องในอ่าวเปอร์เซีย หรือโจมตีเพื่อนบ้านของเรา แต่เรากำลังโจมตีเป้าหมายที่เป็นของสหรัฐฯ
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านยืนยันด้วยว่า อิหร่านยังไม่มีความตั้งใจที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ หรือมีแผนการใดๆ ที่จะขัดขวางการเดินเรือในระยะนี้