เจ้าหน้าที่ทหารอิสราเอลและแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับปฏิบัติการโจมตีอิหร่านออกมาเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่อิสราเอลและสหรัฐฯ ใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการติดตามความเคลื่อนไหวของผู้นำระดับสูงอิหร่าน รวมถึง อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ทำให้สามารถโจมตีแบบฉับพลันในเวลากลางวันได้
การโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอลเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากจนเกือบพร้อมกัน โดยมีการโจมตี 3 ครั้งใน 3 จุดภายในเวลาเพียง 1 นาที
ส่งผลให้คาเมเนอีและบุคคลสำคัญอีกประมาณ 40 คนเสียชีวิต รวมถึงหัวหน้ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของประเทศ
เจ้าหน้าที่ซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ กล่าวว่า ปัจจัยหลายอย่างสร้างโอกาสทองในการกำจัดผู้นำของอิหร่านส่วนใหญ่ เช่น การฝึกฝนและติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลสำคัญเป็นเวลาหลายสัปดาห์ รวมถึงข้อมูลข่าวกรองแบบเรียลไทม์ก่อนการโจมตีที่ระบุว่าเป้าหมายสำคัญมารวมตัวอยู่ที่เดียวกัน
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า การโจมตีในเวลากลางวันยังเพิ่มความได้เปรียบในด้านการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว และการโจมตีอย่างรวดเร็วและรุนแรงหลายครั้งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลบหนีไปได้หลังจากการโจมตีครั้งแรก
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า อิสราเอลได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับฝ่ายสหรัฐฯ และเคยใช้ยุทธวิธีที่คล้ายกันนี้ในช่วงเริ่มต้นของสงครามเมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว ซึ่งส่งผลให้บุคคลสำคัญของอิหร่านหลายคนเสียชีวิต
กองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลได้โจมตีเป้าหมายหลายร้อยแห่งในอิหร่าน รวมถึงฐานที่มั่นของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน และเรือรบ 9 ลำ “ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที”
ก่อนการโจมตี สำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ CIA ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของผู้นำระดับสูงของอิหร่าน รวมถึงผู้นำสูงสุดของประเทศ เป็นเวลาหลายเดือนแล้ว
พวกเขาเฝ้าติดตามรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันของคาเมเนอี ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ การพบปะกับบุคคลต่าง ๆ วิธีการสื่อสาร และสถานที่ที่เขาอาจหลบภัยหากถูกโจมตี นอกจากนี้ พวกเขายังจับตาดูผู้นำทางการเมืองและทางทหารระดับสูงของอิหร่าน ซึ่งไม่ค่อยมารวมตัวกันในที่เดียวกันกับคาเมเนอี
ข้อมูลข่าวกรองดังกล่าวถูกส่งต่อให้เจ้าหน้าที่อิสราเอล และเวลาในการโจมตีถูกปรับเปลี่ยนไปบางส่วนเนื่องจากข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของผู้นำอิหร่าน
แหล่งข่าวจากอิสราเอลกล่าวว่า ผู้นำสูงสุดที่ระมัดระวังตัวมากเกินไป รู้สึกว่าตนเองมีความเสี่ยงน้อยลงในช่วงเวลากลางวัน และลดการระมัดระวังลง นี่เป็นโอกาสที่เจ้าหน้าที่อิสราเอลและสหรัฐฯ บางคนเชื่อว่าไม่ควรพลาด
แผนการโจมตีในเวลากลางคืนถูกปรับเปลี่ยนเป็นการโจมตีในเวลากลางวัน
บันทึกถึงนักบินกองทัพอากาศอิสราเอล พลเอก เอียล ซามีร์ เสนาธิการทหารของอิสราเอล ได้ชี้แจงถึงความเสี่ยงไว้ดังนี้ “ในวันเสาร์ตอนรุ่งสาง ปฏิบัติการสิงโตคำรามจะเริ่มต้นขึ้น พวกคุณได้รับอนุญาตให้โจมตีเป้าหมาย เรากำลังสร้างประวัติศาสตร์ ผมเชื่อมั่นในตัวพวกคุณ ขอให้โชคดี”
ในเวลาเช้าประมาณ 6 โมงเช้าตามเวลาในอิสราเอล เครื่องบินรบของอิสราเอลได้ยิงเข้าไปในบริเวณนั้น ซึ่งเป็นการยิงชุดแรกของการโจมตีประสานงานจากสหรัฐฯ และอิสราเอล
แหล่งข่าวระบุว่า เครื่องบินเหล่านั้นติดตั้งกระสุนที่มีความแม่นยำสูงและขีปนาวุธระยะไกล จุดทั้งสามแห่งที่มีผู้นำต่าง ๆ อยู่ในบริเวณนั้นถูกโจมตีพร้อมกัน ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าคาเมเนอีเสียชีวิตแล้ว
ยังคงไม่ชัดเจนว่าอะไรเป็นแรงจูงใจให้ผู้นำระดับสูงของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มาประชุมกันกลางกรุงเตหะรานในสถานที่เดียวกับที่คาเมเนอีอยู่
นอกจากคาเมเนอี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านที่เสียชีวิตประกอบด้วย อาซิซ นาซีร์ซาเดห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, พลเรือเอก อาลี ชามคานี หัวหน้าสภาทหาร, โมฮัมหมัด ชีราซี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงข่าวกรอง, โมฮัมหมัด ปักปูร์ ผู้บัญชาการสูงสุดของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม และเซย์เยด มาจิด มูซาวี ผู้บัญชาการกองกำลังการบินและอวกาศของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม
แต่แม้ท่ามกลางความไม่แน่นอนอย่างมากเกี่ยวกับสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า ปฏิบัติการนี้ได้เผยให้เห็นว่าหน่วยข่าวกรองของอิสราเอลและสหรัฐฯ พัฒนาไปมากเพียงใดภายในอิหร่านในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และทั้งสองประเทศพร้อมที่จะลงมือปฏิบัติการอย่างรวดเร็วเมื่อโอกาสมาถึง
การแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล สะท้อนให้เห็นถึงการเตรียมการก่อนการโจมตี
วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันจากรัฐอาร์คันซอ ทอม คอตตอน ประธานคณะกรรมการข่าวกรองวุฒิสภา กล่าวว่า การติดตามความเคลื่อนไหวของผู้นำสูงสุดและผู้นำของประเทศคู่กรณีอื่น ๆ “เห็นได้ชัดว่าเป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญสูงสุดของหน่วยข่าวกรองของเรา”
สหรัฐฯ แบ่งปันข้อมูลข่าวกรองกับพันธมิตร รวมถึงอิสราเอล เป็นประจำ ความร่วมมือเหล่านั้น และความถูกต้องแม่นยำของข้อมูลข่าวกรองที่ได้มา มักมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่ต่อความสำเร็จของการปฏิบัติการทางทหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสนับสนุนจากสาธารณชนด้วย
เรียบเรียงจาก Associated Press / CNN