หากพูดถึงฟุตบอลโลก 2002 หลายคนอาจนึกถึงภาพของบราซิลคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 5, ลูกยิงของโรนัลโด้ในนัดชิงชนะเลิศ หรือทีมชาติบราซิลชุดในฝันที่มีทั้ง โรนัลโด้, ริวัลโด้ และโรนัลดินโญ่
แต่มีอีกหนึ่งภาพที่คนทั้งโลกจำได้ไม่แพ้กัน
นั่นคือทรงผมสุดประหลาดของ โรนัลโด้ ที่โกนหัวเกือบหมด เหลือไว้เพียงปอยผมเล็ก ๆ บริเวณด้านหน้า
ทรงที่แฟนบอลไทยเรียกกันติดปากว่า “ทรงไดโกโระ”
และจนถึงทุกวันนี้ มันยังถูกพูดถึงในฐานะหนึ่งในทรงผมที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล
สิ่งที่น่าสนใจคือ โรนัลโด้ไม่ได้ทำทรงนี้เพราะต้องการความเท่ แต่เขาทำมันด้วยเหตุผลที่คาดไม่ถึง
ก่อนฟุตบอลโลก 2002 โรนัลโด้เพิ่งผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในอาชีพนักฟุตบอล เขาได้รับบาดเจ็บหัวเข่าอย่างรุนแรงถึงสองครั้งติดต่อกันในช่วงที่เล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน อาการหนักถึงขั้นที่หลายคนเชื่อว่าเส้นทางการเป็นนักเตะระดับโลกของเขาอาจจบลงแล้ว
ช่วงเวลานั้นสื่อทั่วโลกจับตาเขาแทบทุกวัน ทุกคนพูดถึงแต่เรื่องอาการบาดเจ็บ
ทุกคนตั้งคำถามว่าเขาจะกลับมาได้จริงหรือไม่ และแม้จะถูกเรียกติดทีมชาติบราซิลไปฟุตบอลโลก แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากที่ไม่เชื่อว่าโรนัลโด้คนเดิมจะกลับมาได้อีก
ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลก สื่อยังคงถามถึงเรื่องสภาพร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุด โรนัลโด้ก็เลือกใช้วิธีที่ไม่มีใครคาดคิด
เขาโกนผมจนเหลือเพียงปอยเล็ก ๆ ด้านหน้า หลายคนมองว่ามันดูแปลก ดูตลก และแทบไม่มีใครเข้าใจว่าเขาทำไปเพื่ออะไร จนกระทั่งหลังจบทัวร์นาเมนต์ เจ้าตัวออกมาเฉลยด้วยตัวเอง
โรนัลโด้บอกว่า เขาเบื่อที่ทุกคนพูดถึงแต่อาการบาดเจ็บ เขาอยากให้คนเลิกถามเรื่องหัวเข่าเสียที จึงตัดสินใจทำทรงผมที่แปลกที่สุดเท่าที่จะคิดได้
เพื่อให้ทุกคนหันไปสนใจอย่างอื่นแทน และมันได้ผลเกินกว่าที่เขาคาดไว้ จากเดิมที่สื่อถามเรื่องสภาพร่างกาย
ทุกคนเริ่มถามถึงทรงผมแทน ข่าวเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บหายไปจากหน้าหนังสือพิมพ์ และชื่อของโรนัลโด้กลับมาอยู่ในฐานะนักฟุตบอลอีกครั้ง ไม่ใช่คนไข้ที่กำลังฟื้นตัว
ที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ ทรงผมนี้กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก เด็ก ๆ จำนวนมหาศาลแห่ตัดตาม ร้านตัดผมในหลายประเทศได้รับคำขอให้ทำ “ทรงโรนัลโด้”
แม้กระทั่งตัวโรนัลโด้เองยังยอมรับภายหลังว่า เขารู้สึกผิดอยู่บ้างที่ทำให้เด็กจำนวนมากตัดผมตามทรงที่เขาเองยังคิดว่ามันดูแปลก
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ทรงผม เพราะในฟุตบอลโลกครั้งนั้น โรนัลโด้ไม่ได้แค่เปลี่ยนประเด็นข่าว เขาเปลี่ยนเรื่องราวของตัวเองด้วย
หลังจากถูกตั้งคำถามมาหลายปี เขายิงไปถึง 8 ประตู คว้ารางวัลดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์ และยิง 2 ประตูในนัดชิงชนะเลิศพาบราซิลเอาชนะเยอรมนี 2-0
จากนักเตะที่หลายคนคิดว่าหมดอนาคต เขากลับมายืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกอีกครั้ง และนั่นคือเหตุผลที่ทุกครั้งที่พูดถึงทรงไดโกโระในฟุตบอลโลก 2002
ผู้คนไม่ได้จดจำแค่ทรงผมประหลาดทรงหนึ่ง แต่กำลังจดจำเรื่องราวการกลับมาของหนึ่งในนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เพราะบางครั้ง ตำนานไม่ได้เริ่มต้นจากประตูสำคัญ แต่มันอาจเริ่มต้นจากปอยผมเล็ก ๆ ที่อยู่ด้านหน้าก็ได้