เดอะการ์เดียน (The Guardian) หนังสือพิมพ์รายวันชื่อดังของอังกฤษ ออกมาเปิดจุดแข็ง - จุดอ่อนของ 48 ทีมในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย ที่แบ่งเป็น 12 กลุ่มๆ ละ 4 ทีม แข่งวกันที่ แคนาดา เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าภาพร่วม ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน - 19 กรกฎาคม ทั้งหมด 104 นัด ไปดูกันว่า แต่ละทีมมีจุดเด่น และ จุดด้อยอย่างไร และใครเป็นสตาร์ของทีมที่น่าจับตามองกันบ้าง
กลุ่ม : A
สาธารณรัฐเช็ก
โค้ช : มิโรสลาฟ คูเบค
นักเตะดาวเด่น : ปาทริค ชีค
อันดับฟีฟ่า : 40
หลังจากผ่านรอบเพลย์ออฟเข้ามาได้ ทีมของคูเบคที่ฝึกฝนมาอย่างดีก็มีความหวังที่จะผ่านเข้ารอบต่อไปจากกลุ่มระดับกลางอ่านรายละเอียดทีมได้ที่นี่
จุดแข็ง
แกนหลักของทีมมีประสบการณ์มากมาย นำโดย ซูเช็ค ในแดนกลาง ขณะที่ชีค ทำประตูในบุนเดสลีกาไปแล้ว 16 ประตูในฤดูกาลนี้
จุดอ่อน
ทีมขาดผู้เล่นที่มีทักษะทางเทคนิคอย่างจริงจัง โดยพึ่งพาพละกำลัง ความขยัน ความดุดัน และลูกตั้งเตะมากเกินไป
เม็กซิโก
โค้ช : ฮาเวียร์ อากีร์เร่
นักเตะดาวเด่น ราอูล ฮิมิเนซ
อันดับฟีฟ่า : 14
เม็กซิโก เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก ครั้งที่ 3 บนแผ่นดินบ้านเกิด พวกเขามีศักยภาพในการแข่งขันและมีความยืดหยุ่น แต่ก็อาจประสบปัญหาในการตอบสนองความคาดหวังสูงของแฟนๆ
จุดแข็ง
กลยุทธ์ ที่ยืดหยุ่น หน่วยป้องกันที่แน่นหนา และแนวทางที่เน้นความเข้มข้น การกดดันอย่างดุดดัน และการเปลี่ยนเกมอย่างรวดเร็ว
จุดอ่อน
ความกดดันในฐานะเจ้าภาพร่วมอาจส่งผลกระทบต่อทีมที่มีประสบการณ์ได้ ในขณะที่แนวทางที่เน้นผลลัพธ์เป็นหลักของอากีร์เร่ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์เช่นกัน
แอฟริกาใต้
โค้ช : ฮิวโก้ บรูส
นักเตะดาวเด่น : เทโบโฮ โมโคเอน่า
อันดับฟีฟ่า : 60
ทัพ แอฟริกาใต้ ฟื้นตัวจากช่วงเวลาที่ซบเซาหลังจากเป็นเจ้าภาพในปี 2010 และสามารถเอาชนะไนจีเรียในการแข่งขันรอบคัดเลือกได้
จุดแข็ง
"บาฟาน่า บาฟาน่า" กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งภายใต้การนำของบรูส โดยมี โมโคเอน่า ดาวเตะจาก มาเมโลดี้ ซันดาวน์ส เป็นแกนหลักในแดนกลาง และสร้างขึ้นบนพื้นฐานของการทำงานเป็นทีมที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดี
จุดอ่อน
ทีมที่ส่วนใหญ่ประกอบด้วยผู้เล่นในประเทศ ขาดประสบการณ์ในวงกว้าง และจะต้องพึ่งพาการโต้กลับเพื่อสร้างโอกาสเป็นหลัก
เกาหลีใต้
โค้ช : ฮง มยอง-โบ
อันดับฟีฟ่า : 25
นักเตะดาวเด่น : ซน ฮึง-มิน
ทัพ "แทกึก วอร์ริเออร์ส" ทำผลงานไร้พ่ายในรอบคัดเลือก และผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 11 ติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม เป้าหมายหลักของพวกเขายังคงอยู่ที่การผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์
จุดแข็ง
ทีมชุดนี้มีแกนหลักที่แข็งแกร่ง มีสปิริตยอดเยี่ยม และมี ซน ฮึง-มิน อดีตเจ้าของรางวัลดาวซัลโวร่วมพรีเมียร์ลีก เป็นผู้นำทีมในแนวรุก
จุดอ่อน
ยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับระบบการเล่นที่เหมาะสมที่สุด หลังจากมีการปรับมาใช้แผน 3-4-3 ในช่วงรอบคัดเลือก นอกจากนี้ยังมีความกังวลเกี่ยวกับฟอร์มการเล่นและสภาพความฟิตของนักเตะตัวหลักหลายราย
----------------------------------------------------------------------------------
กลุ่ม : B
บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
นักเตะดาวเด่น : เอดิน เชโก้
โค้ช : เซอร์เกย์ บาร์บาเรซ
อันดับฟีฟ่า : 64
ทีมที่สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเอาชนะอิตาลีในรอบเพลย์ออฟ ทัพของบาร์บาเรซมีสไตล์การเล่นที่ดุดันและคาดเดาได้ยาก พร้อมกับโอกาสสร้างความประทับใจให้แฟนบอลในฟุตบอลโลกครั้งนี้
จุดแข็ง
เกมรับที่แข็งแกร่งและดุดัน สไตล์การเล่นที่เน้นความตรงไปตรงมา และเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น รวมถึงการเปลี่ยนเกมจากรับเป็นรุกได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันยังมีพรสวรรค์ของ เคริม อาลายเบโกวิช ดาวรุ่งวัย 18 ปี จากเรดบูล ซัลซ์บวร์ก ที่พร้อมสร้างความแตกต่างให้กับทีม
จุดอ่อน
ความเข้มข้นในการเล่นที่สูงอาจทำให้ทีมเสียสมดุลและระเบียบวินัยในบางช่วงของเกม ส่งผลให้การควบคุมจังหวะการแข่งขันและการครองเกมเหนือคู่แข่งเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก
แคนาดา
โค้ช : เจสซี มาร์ช
อันดับฟีฟ่า : 30
นักเตะดาวเด่น : อัลฟอนโซ่ เดวีส์
เจสซี มาร์ช ยกระดับทีมชาติแคนาดาให้กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งและมีความลงตัวมากขึ้น พร้อมทั้งปลูกฝังสภาพจิตใจที่ช่วยให้นักเตะรับมือกับความกดดันได้ดีขึ้น
จุดแข็ง
แคนาดา มักใช้ระบบ 4-4-2 โดยเน้นการขึ้นเกมทางริมเส้นและการเพรสซิ่งอย่างดุดัน แม้จะมีสไตล์การเล่นเกมรุกที่รวดเร็วและเข้มข้น แต่พวกเขาก็ยังรักษาความแข็งแกร่งในเกมรับได้เป็นอย่างดี
จุดอ่อน
สิ่งที่น่ากังวลคือแคนาดายังไม่เคยเก็บชัยชนะได้เลยแม้แต่นัดเดียวในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ทำให้ประสบการณ์และความมั่นใจบนเวทีระดับโลกยังเป็นเครื่องหมายคำถาม
กาตาร์
โค้ช : ฆูเลน โลเปเตกี
นักเตะดาวเด่น : อัคราม อาฟิฟ
อันดับฟีฟ่า : 56
ในปี 2022 กาตาร์ได้เข้าร่วมฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในฐานะเจ้าภาพ แต่พวกเขาไม่สามารถสร้างผลงานที่น่าประทับใจได้ และตกรอบตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม
จุดแข็ง
กาตาร์มีโค้ชมากประสบการณ์อย่างฆูเลน โลเปเตกีซึ่งถูกคาดหวังว่าจะเข้ามายกระดับศักยภาพของทีม โดยเฉพาะการจัดระเบียบเกม การรักษาสมาธิของนักเตะ และการตัดเกมรุกของคู่แข่ง
จุดอ่อน
เกมรับยังคงเป็นจุดอ่อนสำคัญของทีม โดยในรอบคัดเลือกพวกเขาเสียไปถึง 24 ประตูจาก 10 นัด สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในการป้องกันและการรับมือกับเกมรุกของคู่แข่ง
สวิตเซอร์แลนด์
โค้ช : มูรัต ยาคิน
นักเตะดาวเด่น : กรานิต ชาคา
อันดับฟีฟ่า : 19
มูรัต ยาคิน ตั้งเป้าพาทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์สร้างผลงานในฟุตบอลโลกให้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติ โดยหวังยกระดับจากทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้อย่างสม่ำเสมอ สู่การเป็นหนึ่งในทีมที่สามารถลุ้นความสำเร็จได้อย่างจริงจังในทัวร์นาเมนต์นี้
จุดแข็ง
สวิตเซอร์แลนด์จบรอบคัดเลือกด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานการเล่นที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ทีมยังมีการผสมผสานระหว่างนักเตะมากประสบการณ์กับผู้เล่นรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว
จุดอ่อน
แท็กติกบางอย่างที่มูรัต ยาคิน พยายามนำมาใช้ยังคงถูกตั้งคำถาม ขณะที่คุณภาพของตัวสำรองในบางตำแหน่งอาจยังไม่เพียงพอที่จะยกระดับทีมได้เมื่อเทียบกับตัวจริง
----------------------------------------------------------------------------------------------
กลุ่ม : C
บราซิล
โค้ช : คาร์โล อันเชล็อตติ
นักเตะดาวเด่น : วินิซิอุส จูเนียร์
อันดับฟีฟ่า : 6
ทีมแชมป์โลก 5 สมัย ที่เพิ่งแต่งตั้ง คาร์โล อันเชล็อตติ เข้ามาคุมทัพ หลังจากที่ "แซมบ้า" รอคอยแชมป์โลกสมัยที่ 6 มาเป็นเวลานาน ซึ่งแฟนบอลต่างจับตาดูว่าโค้ชชาวอิตาเลียนรายนี้จะสามารถพาทีมกลับไปสู่ความยิ่งใหญ่ได้หรือไม่
จุดแข็ง
บราซิลมาในระบบ 4-2-4 ที่เน้นความยืดหยุ่นในเกมรุก มีนักเตะเกมรุกคุณภาพสูงหลายคนคอยสลับตำแหน่งและสร้างสรรค์โอกาส โดยมี วินิซิอุส จูเนียร์ แข้งจากเรอัล มาดริด เป็นศูนย์กลางสำคัญของเกมรุก
จุดอ่อน
ตำแหน่งฟูลแบ็กยังเป็นจุดที่ถูกตั้งคำถามว่ามีคุณภาพมากพอสำหรับการลุ้นแชมป์โลกหรือไม่ ขณะเดียวกัน เนย์มาร์ วัย 34 ปี ก็ยังเผชิญปัญหาอาการบาดเจ็บที่รบกวนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลต่อความพร้อมของทีมในทัวร์นาเมนต์
เฮติ
โค้ช : เซบาสเตียน มินิเญ่
นักเตะดาวเด่น : วิลสัน อิซิดอร์
อันดับฟีฟ่า : 83
เฮติ ผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในรอบ 52 ปี โดยครั้งล่าสุดที่พวกเขาได้ลงเล่นในเวทีนี้คือฟุตบอลโลกปี 1974
จุดแข็ง
เซบาสเตียน มินิเญ่ วางรากฐานให้ทีมเล่นเกมรับอย่างมีระเบียบ และอาศัยการสวนกลับที่รวดเร็วเป็นอาวุธสำคัญในการเล่นงานคู่แข่ง
จุดอ่อน
การเตรียมทีมได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบภายในประเทศเฮติ โดยมินิเญ่ ไม่สามารถเดินทางเข้าไปทำงานในประเทศได้เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย นอกจากนี้ ดักเคนส์ นาซอน กองหน้าคนสำคัญของทีม ยังเคยประสบปัญหาเรื่องการเดินทางและการเตรียมตัว หลังติดอยู่ในอิหร่านระหว่างเหตุการณ์ความขัดแย้ง
โมร็อกโก
โค้ช : โมฮาเหม็ด อูอาห์บี
นักเตะดาวเด่น : อัชราฟ ฮาคิมี่
อันดับฟีฟ่า : 7
ในฟุตบอลโลก 2022 โมร็อกโกสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นทีมชาติจากทวีปแอฟริกาทีมแรกที่ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ และในครั้งนี้พวกเขาหวังว่าการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนจะช่วยให้ทีมกลับไปสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมได้อีกครั้ง
จุดแข็ง
โมฮาเหม็ด อูอาห์บี กุนซือชาวเบลเยียมเชื้อสายโมร็อกโก พยายามสร้างระบบการเล่นที่เปิดโอกาสให้ อัชราฟ ฮาคิมี่ ได้ใช้ศักยภาพในเกมรุกอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการเติมเกมจากด้านข้างและการสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนร่วมทีม แนวทางการเล่นที่เน้นจุดแข็งของนักเตะคนสำคัญยังคงเป็นรากฐานสำคัญที่โมร็อกโกหวังจะใช้ในการประสบความสำเร็จอีกครั้ง
จุดอ่อน
โมร็อกโกแม้จะประสบความสำเร็จในเวทีระดับทวีป แต่การรับมือกับความคาดหวังและแรงกดดันในฐานะทีมชั้นนำของแอฟริกายังคงเป็นบททดสอบสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาถูกคาดหวังให้ทำผลงานได้ดีในทุกทัวร์นาเมนต์
สกอตแลนด์
โค้ช : สตีฟ คล้าร์ก
นักเตะดาวเด่น : สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์
อันดับฟีฟ่า : 43
สตีฟ คล้าร์ก ยุติการรอคอยอันยาวนานของแฟนบอลสกอตแลนด์ ด้วยการพาทีมผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้สำเร็จ หลังจากที่พวกเขาห่างหายจากเวทีนี้มานานถึง 28 ปี
จุดแข็ง
สกอตแลนด์มีนักเตะที่ผ่านประสบการณ์ในเกมระดับสูงมาแล้วหลายคน ไม่ว่าจะเป็น สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งคุณภาพและความเป็นผู้นำให้กับทีม
จุดอ่อน
ปัญหาอาการบาดเจ็บของผู้เล่นบางราย รวมถึงการขาดความเฉียบคมในจังหวะจบสกอร์ อาจเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการทำผลงานในทัวร์นาเมนต์นี้
----------------------------------------------------------------------------------------------
กลุ่ม : D
ออสเตรเลีย
โค้ช : โทนี่ โปโปวิช
นักเตะดาวเด่น : แจ็คสัน เออร์ไวน์
อันดับฟีฟ่า : 27
ออสเตรเลีย เป็นทีมที่มีเกมรับแข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพในการจบสกอร์ ขณะที่นักเตะดาวรุ่งหลายคนก็เริ่มก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญ ด้วยความสามารถเฉพาะตัวที่โดดเด่น
จุดแข็ง
โทนี่ โปโปวิช ยกระดับทีมให้กลายเป็นคู่แข่งที่เอาชนะได้ยากมากขึ้น พร้อมพัฒนาเกมรับให้มีความแข็งแกร่งและเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การสวนกลับกลายเป็นอาวุธสำคัญของทีม
จุดอ่อน
ออสเตรเลียยังคงถูกมองว่าเป็นนอกสายตาของรายการ และภายในทีมยังขาดนักเตะที่มีประสบการณ์ในเกมระดับสูงหรือการแข่งขันระดับโลกอยู่หลายตำแหน่ง
ปารากวัย
โค้ช : กุสตาโว่ อัลฟาโร่
นักเตะดาวเด่น : ฮูลิโอ เอนซิโซ่
อันดับฟีฟ่า : 41
กุสตาโว่ อัลฟาโร่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน เข้ามาสร้างทีมโดยยึดแนวทางแบบ "Paraguay DNA" ที่เน้นความแข็งแกร่ง มีระเบียบวินัย และเกมรับที่เหนียวแน่น โดยปารากวัยเก็บคลีนชีตได้หลายเกมในรอบคัดเลือก และหวังจะสร้างผลงานในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายให้ดีที่สุดในรอบ 12 ปี
จุดแข็ง
ปารากวัย เป็นทีมที่เล่นอย่างดุดันและเข้าบอลหนัก มีความมุ่งมั่นสูง พร้อมสู้จนถึงวินาทีสุดท้าย อีกทั้งยังมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งและไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
จุดอ่อน
มีเพียงสองทีมเท่านั้นที่ทำประตูได้น้อยกว่าพวกเขาในรอบคัดเลือกโซนอเมริกาใต้ นอกจากนี้ทีมยังอาจต้องพึ่งพา เอนซิโซ่ มากเกินไป ทั้งในด้านการสร้างสรรค์เกมรุกและการจบสกอร์
ตุรกี
โค้ช : วินเชนโซ่ มอนเตลล่า
นักเตะดาวเด่น : อาร์ดา กือแลร์
อันดับฟีฟ่า : 22
นับตั้งแต่คว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2002 ตุรกี ไม่เคยกลับไปสร้างผลงานได้ใกล้เคียงกับความสำเร็จครั้งนั้นอีกเลย ดังนั้นจึงน่าสนใจว่า วินเชนโซ่ มอนเตลล่า จะสามารถพาทีมกลับไปสู่ระดับดังกล่าวได้หรือไม่
จุดแข็ง
วินเชนโซ่ มอนเตลลา กุนซือชาวอิตาเลียน เปิดโอกาสให้นักเตะดาวรุ่งพรสวรรค์สูงของยุโรปอย่าง อาร์ดา กือแลร์ และ เคนัน ยิลดิซ ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ โดยทั้งสองคนสามารถประสานงานกันได้อย่างลงตัวและเป็นหัวใจสำคัญของเกมรุก
จุดอ่อน
การขาดกองหน้าตัวเป้าที่มีประสบการณ์ รวมถึงการที่ผู้เล่นบางตำแหน่งยังไม่ผ่านเกมระดับสูงที่มากนัก อาจเพิ่มความเสี่ยงที่ทีมจะเสียความมั่นใจหรือฟอร์มสะดุดในช่วงเวลาสำคัญ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในศึกยูโร 2020
สหรัฐอเมริกา
โค้ช : เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่
นักเตะดาวเด่น : คริสเตียน พูลิซิช
อันดับฟีฟ่า : 17
หนึ่งในชาติเจ้าภาพแม้การเตรียมทีมจะเต็มไปด้วยความวุ่นวายและปัญหาหลายด้าน แต่สหรัฐอเมริกายังคงมีเส้นทางในการไปถึงรอบลึก ๆ ของทัวร์นาเมนต์ หากเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ สามารถดึงศักยภาพของลูกทีมออกมาได้อย่างเต็มที่
จุดแข็ง
แกนหลักของทีมประกอบด้วยนักเตะที่มีประสบการณ์ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาแล้วหลายคน ขณะที่โค้ชก็มีชื่อเสียงด้านการวางแผนและการพาทีมประสบความสำเร็จในเกมรอบน็อกเอาต์
จุดอ่อน
โปเช็ตติโน่ ยังดูเหมือนจะไม่สามารถหาทีมชุดที่ดีที่สุดและระบบการเล่นที่ลงตัวได้ ส่งผลให้แฟนบอลจำนวนไม่น้อยรู้สึกกังวลและไม่พอใจกับทิศทางของทีมก่อนที่ทัวร์นาเมนต์จะเริ่ม
----------------------------------------------------------------------------------------------
กลุ่ม : E
คูราเซา
โค้ช : ดิ๊ก แอดโวคาต
นักเตะดาวเด่น : เลอันโดร บาคูนา
อันดับฟีฟ่า : 82
คูราเซา เป็นชาติที่มีขนาดเล็กที่สุดชาติหนึ่งในฟุตบอลโลกครั้งนี้ และสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายได้สำเร็จ
จุดแข็ง
ประสบการณ์อันโชกโชนของ ดิ๊ก แอดโวคาต กุนซือชาวดัตช์ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้คูราเซาผ่านเข้ามาเล่นในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เขาสามารถพัฒนาศักยภาพของนักเตะจากประเทศเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ให้กลายเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพและมีความเป็นระบบมากขึ้น
จุดอ่อน
แม้สไตล์การเล่นของคูราเซาจะเน้นการครองบอลเป็นหลัก แต่น้องใหม่ของศึกฟุตบอลโลก อาจต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการเล่นในบางสถานการณ์ เนื่องจากต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่าอย่างเยอรมนีและทีมชั้นนำอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่ม
เอกวาดอร์
โค้ช : เซบาสเตียน เบคคาเซเซ่
นักเตะดาวเด่น : มอยเซส ไกเซโด้
อันดับฟีฟ่า : 23
ครั้งนี้ถือเป็นการเข้าร่วมฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ของ เอกวาดอร์ เป็นสมัยที่ 5 โดยขุมกำลังชุดปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติ เป้าหมายของพวกเขาคือการเข้าสู่รอบน็อกเอาต์เป็นครั้งแรก หลังผ่านรอบคัดเลือกมาด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม
จุดแข็ง
เอกวาดอร์มีแนวรับอันแข็งแกร่ง ซึ่งนำโดย วิลเลียน ปาโช (เปแอสเช) และ ปิเอโร่ อินกาปิเอ้ (อาร์เซน่อล) โดยพวกเขาเสียไปเพียง 5 ประตูในรอบคัดเลือกโซนอเมริกาใต้ 18 นัด นอกจากนี้ เซบาสเตียน เบคคาเซเซ่ ยังนำระบบเพรสซิงที่ได้รับอิทธิพลจาก มาร์เซโล่ บิเอลซ่า มาปรับใช้กับทีมอีกด้วย
จุดอ่อน
ปัญหาสำคัญของเอกวาดอร์ คือเรื่องการจบสกอร์ นอกจาก เอ็นเนร์ บาเลนเซีย แล้ว ยังไม่มีผู้เล่นคนใดที่สามารถทดแทนทั้งคุณภาพ ประสบการณ์ และความเฉียบคมของกองหน้ารายนี้ได้
เยอรมนี
โค้ช : ยูเลียน นาเกิลส์มันน์
นักเตะดาวเด่น : ฟลอเรียน เวียตซ์
อันดับฟีฟ่า : 10
เยอรมนี ตกรอบแบ่งกลุ่มในฟุตบอลโลก 2 ครั้งหลังสุด แต่ผลงานของทีมเริ่มกลับมาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนับตั้งแต่ ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ เข้ามารับตำแหน่งโค้ช
จุดแข็ง
ทีม "อินทรีเหล็ก" ชุดนี้ผสมผสานระหว่างนักเตะดาวรุ่งฝีเท้าดีกับผู้เล่นมากประสบการณ์ได้อย่างลงตัว ทำให้เกมรุกมีทั้งคุณภาพและความคิดสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันผลการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มก็ถือว่าเอื้อประโยชน์ต่อเยอรมนีพอสมควร
จุดอ่อน
นี่อาจไม่ใช่เยอรมนีในยุคทองเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากผลงานของทีม "อินทรีเหล็ก" ยังขาดความสม่ำเสมอ นอกจากนี้ตำแหน่งผู้รักษาประตูยังเป็นประเด็นที่ถูกตั้งคำถาม จนทีมต้องเรียก มานูเอล นอยเออร์ จอมเก๋าวัย 40 ปี กลับมาช่วยเสริมความมั่นใจอีกครั้ง
ไอวอรีโคสต์
โค้ช : เอแมร์ส ฟาเอ้
นักเตะดาวเด่น : นิโกล่าส์ เปเป้
อันดับฟีฟ่า : 33
"ช้างดำ" ไอวอรีโคสต์ เชื่อว่าทีมชุดนี้มีศักยภาพมากพอที่จะผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ของฟุตบอลโลกได้สำเร็จ และยังมีความเชื่อมั่นว่าขุมกำลังชุดปัจจุบันมีคุณภาพไม่แพ้ทีมในยุคทองของพวกเขา
จุดแข็ง
แนวรับของทีมมีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่น สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดี โดยพวกเขาไม่เสียประตูเลยตลอดรอบคัดเลือกที่ผ่านมา ขณะเดียวกันแนวรุกก็เต็มไปด้วยนักเตะคุณภาพและมีตัวเลือกที่หลากหลาย ทำให้ทีมมีความสมดุลระหว่างพลังหนุ่มและประสบการณ์ของผู้เล่นรุ่นพี่
จุดอ่อน
ผลงานในศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ ยังไม่เป็นไปตามความคาดหวังนัก นอกจากนี้ทีมยังมีตัวเลือกในแดนกลางค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับตำแหน่งอื่น ๆ
----------------------------------------------------------------------------------------------
กลุ่ม : F
ญี่ปุ่น
โค้ช : ฮาจิเมะ โมริยาสุ
นักเตะดาวเด่น : ทาเคฟุสะ คูโบะ
อันดับฟีฟ่า : 18
"ซามูไรบลู" ญี่ปุ่นเป็นทีมที่สร้างเซอร์ไพรส์ในฟุตบอลโลกได้อยู่เสมอ และในครั้งนี้พวกเขาตั้งเป้าที่จะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ หรือรอบ 8 ทีมสุดท้าย ให้ได้เป็นครั้งแรก
จุดแข็ง
ญี่ปุ่นเป็นทีมที่เล่นกันเป็นระบบและมีทีมเวิร์กยอดเยี่ยม พร้อมด้วยการเพรสซิ่งแดนหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ของ ฮาจิเมะ โมริยาสุ นอกจากนี้ทีมยังมีขุมกำลังเชิงลึกและแข็งแกร่งกว่าหลายชุดที่ผ่านมา โดยผู้เล่นจำนวนมากมีประสบการณ์ค้าแข้งในลีกยุโรประดับสูง
จุดอ่อน
การอยู่ในกลุ่มที่มีคู่แข่งแข็งแกร่งอาจทำให้เส้นทางของญี่ปุ่นไม่ง่ายนัก ขณะเดียวกันพวกเขายังเสียเปรียบในเรื่องรูปร่างและพละกำลังในการเล่นลูกกลางอากาศ อีกทั้งปัญหาอาการบาดเจ็บของ คาโอรุ มิโตมะ ก็อาจส่งผลกระทบต่อศักยภาพเกมรุกของทีมด้วยเช่นกัน
เนเธอร์แลนด์
โค้ช : โรนัลด์ คูมัน
นักเตะดาวเด่น : เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค
อันดับฟีฟ่า : 8
โรนัลด์ คูมัน ถูกคาดหวังว่าจะพาเนเธอร์แลนด์กลับไปสร้างผลงานในระดับรอบรองชนะเลิศได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ปัญหาอาการบาดเจ็บของผู้เล่นหลายรายอาจส่งผลต่อคุณภาพการเล่นของทีม และอาจทำให้พวกเขาต้องพึ่งพาความแข็งแกร่งทางร่างกายมากกว่าสไตล์การต่อบอลอันสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์
จุดแข็ง
ทีม "อัศวินสีส้ม" ทำได้ถึง 27 ประตูในรอบคัดเลือกที่ผ่านมา นั่นแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในเกมรุก ขณะที่จุดเด่นสำคัญของทีมยังคงเป็นเกมรับอันแข็งแกร่งที่มี เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค เป็นผู้นำ นอกจากนี้ผู้เล่นส่วนใหญ่ยังค้าแข้งอยู่ในลีกชั้นนำของยุโรป ทำให้ทีมมีทั้งคุณภาพและประสบการณ์ในระดับสูง
จุดอ่อน
ปัญหาอาการบาดเจ็บของนักเตะหลายรายยังคงเป็นเรื่องน่ากังวล ขณะที่ผู้เล่นบางคนได้รับโอกาสลงสนามกับสโมสรต้นสังกัดไม่มากนัก ส่งผลต่อความฟิตและจังหวะการเล่นก่อนเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์ ซึ่งล่าสุดก็คือการถอนตัวของ เยอร์เรียน ทิมเบอร์
สวีเดน
โค้ช : แกรห์ม พอตเตอร์
นักเตะดาวเด่น : อเล็กซานเดอร์ อิซัค
อันดับฟีฟ่า : 38
สวีเดน ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังในรอบคัดเลือก โดยเก็บได้เพียง 2 คะแนนจาก 18 คะแนนแรก อย่างไรก็ตาม พวกเขายังสามารถคว้าตั๋วสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้สำเร็จผ่านเส้นทางเพลย์ออฟ ภายใต้การคุมทีมของ แกรห์ม พอตเตอร์ กุนซือชาวอังกฤษ
จุดแข็ง
สวีเดน มีศูนย์หน้าระดับคุณภาพให้เลือกใช้งานถึงสองคน ทำให้เกมรุกของทีมมีความหลากหลายและอันตรายมากขึ้น จุดเด่นสำคัญคือการเล่นระบบกองหลัง 5 คนที่มีวินัยและความขยันสูง พร้อมอาศัยจังหวะสวนกลับที่รวดเร็วในการเล่นงานคู่แข่ง
จุดอ่อน
อเล็กซานเดอร์ อิซัค มีฟอร์มการเล่นที่ไม่โดดเด่นนักในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา ขณะที่ พอตเตอร์ เพิ่งเข้ามาคุมทีมได้ไม่นาน ทำให้มีเวลาไม่มากพอในการถ่ายทอดแนวคิดและแท็กติกให้กับนักเตะ ส่งผลให้ทีมอาจยังขาดความลงตัวในบางจุด
ตูนิเซีย
โค้ช : ซาบรี ลามูชี่
นักเตะดาวเด่น : ฮันนิบาล เมจบรี
อันดับฟีฟ่า : 45
ตูนิเซียผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาแล้ว 6 ครั้ง แต่ยังไม่เคยผ่านพ้นจากรอบแบ่งกลุ่มได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ดังนั้นพวกเขาจึงหวังว่าในศึกฟุตบอลโลก 2026 จะเป็นโอกาสในการสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์เป็นครั้งแรก
จุดแข็ง
ตูนิเซียเป็นทีมที่มีความยืดหยุ่นในการเล่นสูง โดย ซาบรี ลามูชี่ เฮดโค้ชเชื้อสายฝรั่งเศส-ตูนิเซีย มักเปิดโอกาสให้นักเตะดาวรุ่งได้แสดงศักยภาพอยู่เสมอ นอกจากนี้ทีมยังมีเกมรับที่แข็งแกร่งอย่างมาก หลังไม่เสียประตูเลยตลอดรอบคัดเลือก
จุดอ่อน
แม้จะมีนักเตะพรสวรรค์สูงอย่าง ฮันนิบาล เมจบรี ที่ปัจจุบันเล่นอยู่กับเบิร์นลี่ย์ แต่ทีมยังขาดผู้เล่นระดับแนวหน้าที่สามารถประสานงานและยกระดับเกมรุกร่วมกับเขาได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งคุณภาพในแนวรุกโดยรวมยังเป็นรองหลายทีมในกลุ่ม ทำให้การเผชิญคู่แข่งที่แข็งแกร่งอาจจำกัดโอกาสในการเล่นเกมรุกของพวกเขา
----------------------------------------------------------------------------------------------
กลุ่ม : G
เบลเยียม
โค้ช : รูดี การ์เซีย
นักเตะดาวเด่น : เควิน เดอ บรอยน์
อันดับฟีฟ่า : 9
เบลเยียม ชุดนี้อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากยุคทองของทีมชาติ แม้ว่าพวกเขาจะผ่านรอบคัดเลือกมาได้อย่างไม่ยากลำบาก แต่ผลงานและรูปแบบการเล่นยังไม่โดดเด่นเท่ากับทีมชุดที่ประสบความสำเร็จในอดีต
จุดแข็ง
"ปีศาจแดงแห่งยุโรป" ยังคงมีแนวรุกที่อันตราย นำโดย เควิน เดอ บรอยน์, เฌเรมี โดกู และ โรเมลู ลูกากู ทำให้พวกเขาสามารถสร้างโอกาสและจบสกอร์ได้หลากหลายรูปแบบ ผู้เล่นในแนวรุกมีทั้งความเร็ว ความสามารถเฉพาะตัว และประสบการณ์ในเกมระดับสูง
จุดอ่อน
แนวรับยังคงเป็นจุดที่น่ากังวลของทีม แม้จะมีผู้รักษาประตู ติโบต์ กูร์กตัวส์ เป็นกำลังสำคัญ แต่เบลเยียม ยังไม่สามารถหาผู้เล่นแนวรับที่ทดแทนขุมกำลังจากยุคทองได้อย่างสมบูรณ์ หลังการอำลาทีมชาติของ โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์, แว็งซอง กอมปานี, โธมัส แฟร์มาเล่น และ ยาน แฟร์ตองเก้น
อียิปต์
โค้ช : ฮอสซัม ฮัสซัน
นักเตะดาวเด่น : โมฮาเหม็ด ซาล่าห์
อันดับฟีฟ่า : 29
อียิปต์ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบคัดเลือกและผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายด้วยความมั่นใจ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้นพวกเขาต้องพบกับความผิดหวังในศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ หลังแพ้ต่อเซเนกัลในรอบรองชนะเลิศ
จุดแข็ง
ทีม "มัมมี่" เป็นทีมที่มีความสามัคคีและมีวินัยในการเล่นสูง โดยเฉพาะเกมรับที่แข็งแกร่งและเหนียวแน่น นอกจากนี้พวกเขายังมีนักเตะระดับโลกอย่าง โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ที่สามารถสร้างความแตกต่างและเปลี่ยนเกมได้ในทุกช่วงเวลา
จุดอ่อน
การพึ่งพา โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ มากเกินไปอาจกลายเป็นปัญหา หากเขาถูกคู่แข่งประกบอย่างใกล้ชิด เกมรุกของทีมอาจลดประสิทธิภาพลงอย่างชัดเจน ขณะที่แดนกลางยังมีปัญหาในการต่อบอล การรับมือกับการเพรสซิงของคู่แข่ง และยังขาดผู้เล่นที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์เกมเพื่อแบ่งเบาภาระของซาลาห์
อิหร่าน
โค้ช : อามีร์ กาเลโนอี
นักเตะดาวเด่น : เมห์ดี ทาเรมี
อันดับฟีฟ่า : 20
อิหร่าน ต้องเผชิญกับความท้าทายนอกสนามจากปัจจัยทางการเมือง เนื่องจากฟุตบอลโลกครั้งนี้จัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางการทูตที่ตึงเครียดกับอิหร่านมาอย่างยาวนาน แต่พวกเขาก็ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบคัดเลือก ซึ่งทาง อามีร์ กาเลโนอี ก็พร้อมนำทีมลุยศึกฟุตบอลโลกด้วยความมั่นใจ
จุดแข็ง
อิหร่าน เป็นทีมที่มีความยืดหยุ่นด้านแท็กติก โดยในช่วงเกมอุ่นเครื่องที่ผ่านมา สามารถสลับใช้ระบบ 3-6-1 และ 4-4-2 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีนักเตะหลายคนที่ค้าแข้งอยู่ในลีกต่างแดง ทำให้ทีมมีประสบการณ์ในระดับสูง
จุดอ่อน
ปัจจัยนอกสนามอาจส่งผลต่อสมาธิและการเตรียมทีมของบรรดานักเตะ อีกทั้งอิหร่านยังต้องตั้งแคมป์เก็บตัวในเม็กซิโก ก่อนเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาเพื่อแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มทั้ง 3 นัด ซึ่งภาระในการเดินทางและการปรับตัวอาจส่งผลต่อสภาพความพร้อมของทีม
นิวซีแลนด์
โค้ช : ดาร์เรน เบซลีย์
นักเตะดาวเด่น : คริส วู้ด
อันดับฟีฟ่า : 85
นิวซีแลนด์เป็นทีมที่มีอันดับฟีฟ่าต่ำที่สุดในฟุตบอลโลก 2026 โดยขุมกำลังส่วนใหญ่ประกอบด้วยนักเตะที่ค่อย ๆ พัฒนาจากระดับกึ่งอาชีพขึ้นสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และกำลังพยายามสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการฟุตบอลของประเทศ
จุดแข็ง
บรรยากาศภายในทีมเป็นไปในทิศทางที่ดี เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและความมุ่งมั่น โดยนักเตะต่างตั้งเป้าที่จะพาทีมผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ทีมยังมีความสามัคคีสูง และผู้เล่นหลายคนเคยผ่านประสบการณ์ค้าแข้งในลีกระดับสูงมาแล้ว
จุดอ่อน
คริส วู้ด กองหน้าคนสำคัญจาก นิวคาสเซิล เรียกว่ามีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ผลงานในเกมอุ่นเครื่องก่อนทัวร์นาเมนต์ก็ยังไม่สม่ำเสมอเท่าใดนัก นอกจากนี้คุณภาพโดยรวมของขุมกำลังยังเป็นรองหลายทีมในกลุ่ม และยังขาดผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในระดับฟุตบอลโลกอยู่พอสมควร
----------------------------------------------------------------------------------------------
กลุ่ม : H
เคปเวิร์ด
โค้ช : เปโดร บริโต้
นักเตะดาวเด่น : วาเลนติโน "ติโน่" ลิฟราเมนโต้
อันดับฟีฟ่า : 68
"ฉลามสีน้ำเงิน" (Blue Sharks) เคปเวิร์ด เป็นน้องใหม่ของฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดยผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของชาติ
จุดแข็ง
นักเตะชุดนี้เล่นร่วมกันมาเป็นเวลาหลายปี ทำให้มีความเข้าใจในสไตล์การเล่นและมีความสามัคคีสูง ทีมมีระเบียบวินัยในเกมรับและโดดเด่นด้านสภาพร่างกาย แม้จะเป็นทีมที่มีรูปร่างสูงใหญ่ แต่ผู้เล่นแนวรุกก็ยังมีความคล่องตัวและสามารถสร้างปัญหาให้คู่แข่งได้
จุดอ่อน
โลแกน คอสต้า กองหลังตัวหลักของทีม ได้รับบาดเจ็บหนักจากอาการเอ็นไขว้หน้าหัวเข่าฉีกขาด การขาดผู้นำในแนวรับอาจส่งผลต่อความแข็งแกร่งของทีม ขณะเดียวกันขุมกำลังของเคปเวิร์ดยังขาดผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในทัวร์นาเมนต์ระดับสูงอยู่พอสมควร
ซาอุดีอาระเบีย
โค้ช : จอร์จอส โดนิส
นักเตะดาวเด่น : ซาเล็ม อัล-ดอว์ซารี
อันดับฟีฟ่า : 61
"ทัพเหยี่ยวเขียว" ซาอุดีอาระเบีย มีช่วงเตรียมทีมที่ค่อนข้างวุ่นวายก่อนทัวร์นาเมนต์ โดย จอร์จอส โดนิส กุนซือชาวกรีก เพิงเข้ามารับหน้าที่เฮดโค้ชในเดือนเมษายน
จุดแข็ง
ด้วยความคาดหวังที่ไม่สูงมาก ทำให้ทีมเล่นภายใต้แรงกดดันที่ค่อนข้างน้อย โดยคาดว่า โดนิส จะเน้นการจัดระเบียบเกมรับให้มีความแข็งแกร่งและรัดกุมเป็นหลัก
จุดอ่อน
ปัญหาใหญ่ของทีมอยู่ที่เกมรุกซึ่งขาดความเฉียบคม โดยในรอบคัดเลือกช่วงหลัก พวกเขาทำได้เพียง 7 ประตูจาก 10 นัด สะท้อนถึงประสิทธิภาพในพื้นที่สุดท้ายที่ยังเป็นข้อจำกัดสำคัญ
สเปน
โค้ช : หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้
นักเตะดาวเด่น : ลามีน ยามาล
อันดับฟีฟ่า : 2
สเปน เป็นหนึ่งในตัวเต็งคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดย หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ สร้างทีม "กระทิงดุ" ที่ผสมผสานระหว่างนักเตะมากประสบการณ์กับดาวรุ่งพรสวรรค์สูงได้อย่างลงตัว ทำให้ทีมมีทั้งคุณภาพ ความสดใหม่ และความแข็งแกร่งในทุกตำแหน่ง
จุดแข็ง
ลามีน ยามาล และ นิโก้ วิลเลี่ยมส์ 2 ดาวรุ่ง ช่วยเพิ่มมิติและความสดใหม่ให้กับแนวรุกของทีม ทั้งคู่มีความเร็ว ทักษะเฉพาะตัว และความสามารถในการสร้างความแตกต่างในเกมรุก ขณะที่ขุมกำลังของสเปนก็มีความลึกและมีตัวเลือกคุณภาพในทุกตำแหน่ง
จุดอ่อน
ทีม "กระทิงดุ" แทบไม่มีจุดอ่อนที่ชัดเจนนัก อย่างไรก็ตาม แนวรับอาจมีจังหวะผิดพลาดให้เห็นบ้างในบางเกม โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับทีมที่มีเกมโต้กลับเร็ว
อุรุกวัย
โค้ช : มาร์เซโล่ บิเอลซ่า
นักเตะดาวเด่น : เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้
อันดับฟีฟ่า : 16
อุรุกวัย ตั้งเป้าผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลกครั้งนี้ แต่การเตรียมทีมก่อนทัวร์นาเมนต์ไม่ได้ราบรื่นนัก หลังจาก มาร์เซโล่ บิเอลซ่า ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากผลงานที่น่าผิดหวังในช่วงก่อนการแข่งขัน
จุดแข็ง
ทีม "จอมโหด" เล่นฟุตบอลในสไตล์ดุดันตามแนวทางของ บิเอลซ่า โดยเน้นการเพรสซิงสูงและการเล่นด้วยความเข้มข้นตลอดทั้งเกม นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นคุณภาพหลายคนที่ค้าแข้งอยู่ในลีกชั้นนำของยุโรป โดยเฉพาะ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ แข้งจากเรอัล มาดริด ที่เป็นกำลังสำคัญทั้งในเกมรุกและเกมรับ
จุดอ่อน
เกมรุกยังเป็นเครื่องหมายคำถามสำคัญของทีม โดยความหวังในการจบสกอร์ส่วนใหญ่ตกอยู่กับ ดาร์วิน นูนเญซ ซึ่งยังมีปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอของฟอร์มการเล่น หากอุรุกวัยเปลี่ยนโอกาสที่สร้างขึ้นให้เป็นประตูไม่ได้ ก็อาจส่งผลกระทบต่อโอกาสในการไปได้ไกลในทัวร์นาเมนต์นี้
----------------------------------------------------------------------------------------------
กลุ่ม : I
ฝรั่งเศส
โค้ช : ดิดิเยร์ เดส์ชองส์
นักเตะดาวเด่น : คีเลียน เอ็มบัปเป้
อันดับฟีฟ่า : 3
ฝรั่งเศส ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเต็งสำคัญสำหรับการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งนี้ ด้วยขุมกำลังที่เต็มไปด้วยผู้เล่นระดับโลกในหลายตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญคือ ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ จะสามารถดึงศักยภาพของนักเตะเหล่านี้ออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่
จุดแข็ง
ทีม "ตราไก่" มีความแข็งแกร่งทั้งในเกมรุกและเกมรับ อีกทั้งขุมกำลังสำรองยังมีคุณภาพใกล้เคียงกับผู้เล่นตัวจริง ทำให้ทีมสามารถหมุนเวียนผู้เล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้นักเตะส่วนใหญ่ยังผ่านประสบการณ์ในเกมระดับสูงมาอย่างโชกโชน ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ
จุดอ่อน
สไตล์การทำทีมที่เน้นความรัดกุมของ เดส์ชองส์ อาจทำให้ศักยภาพในเกมรุกถูกจำกัดลงในบางช่วง ขณะเดียวกัน การบริหารจัดการนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์จำนวนมากให้ทำงานร่วมกันอย่างลงตัวก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และการหาสมดุลที่เหมาะสมภายในทีมยังคงเป็นโจทย์สำคัญของฝรั่งเศส
อิรัก
โค้ช : เกรแฮม อาร์โนลด์
นักเตะดาวเด่น : ไอมาน ฮุสเซน
อันดับฟีฟ่า : 57
อิรัก ผ่านเส้นทางอันยากลำบากในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โดยลงสนามมากถึง 21 นัด ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าทุกทีมในทัวร์นาเมนต์นี้ แม้จะฝ่าด่านต่าง ๆ มาได้สำเร็จ แต่พวกเขายังคงต้องพิสูจน์ว่ามีศักยภาพมากพอที่จะสร้างผลงานบนเวทีฟุตบอลโลกได้หรือไม่
จุดแข็ง
การผ่านรอบคัดเลือกที่เข้มข้นช่วยให้อิรักมีความแข็งแกร่งทั้งในด้านสภาพจิตใจและความสามัคคีภายในทีม พวกเขาเป็นทีมที่เล่นด้วยความมุ่งมั่น สามารถสร้างความอึดอัดให้คู่แข่งได้ และยังลงแข่งขันโดยมีแรงกดดันน้อยกว่าหลายชาติในกลุ่ม
จุดอ่อน
ประสิทธิภาพในการจบสกอร์ยังไม่โดดเด่นนัก และทีมยังขาดนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์เมื่อเทียบกับคู่แข่งหลายทีมในรายการ หากตกเป็นฝ่ายตามหลังก่อน อิรักอาจประสบปัญหาในการสร้างสรรค์เกมรุกและการกลับมาทวงประตูคืน
นอร์เวย์
โค้ช : สตาเล่ โซลบัคเคน
นักเตะดาวเด่น : เออร์ลิ่ง ฮาลันด์
อันดับฟีฟ่า : 31
นอร์เวย์ ถูกมองว่ามีขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดชุดหนึ่งในประวัติศาสตร์ของชาติ นำทัพโดย เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ดาวยิงระดับโลกจากแมนฯ ซิตี้ ขณะที่ สตอเล โซลบัคเคน เป็นกุนซือที่ให้ความสำคัญกับผลการแข่งขันมากกว่าฟุตบอลเกมรุกที่สวยงาม ทำให้ทีมมีแนวทางการเล่นที่เน้นประสิทธิภาพเป็นหลัก
จุดแข็ง
นอร์เวย์ มีหนึ่งในกองหน้าที่อันตรายที่สุดในโลกอย่าง ฮาลันด์ เป็นตัวความหวังในแนวรุก โดยทีมมีสถิติการทำประตูที่ยอดเยี่ยมในรอบคัดเลือก และสามารถเปลี่ยนโอกาสเพียงไม่กี่ครั้งให้กลายเป็นประตูได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดอ่อน
ประสบการณ์ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายของผู้เล่นหลายคนยังมีไม่มากนัก ขณะที่การแข่งขันในกลุ่มนี้มีความเข้มข้นสูง นอกจากนี้ตำแหน่งผู้รักษาประตูก็ยังเป็นจุดที่น่ากังวล เนื่องจากมือหนึ่งของทีมแทบไม่ได้รับโอกาสลงสนามกับสโมสรต้นสังกัดในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา
เซเนกัล
โค้ช : ปาเป้ เธียว
นักเตะดาวเด่น : ซาดิโอ มาเน่
อันดับฟีฟ่า : 15
เซเนกัล ยังคงเป็นหนึ่งในทีมแกร่งของทวีปแอฟริกา ด้วยขุมกำลังที่เต็มไปด้วยนักเตะคุณภาพทั้งในเกมรุกและเกมรับ ทำให้พวกเขาถูกมองว่าเป็นทีมที่พร้อมสร้างปัญหาให้กับคู่แข่งทุกทีมในรายการนี้
จุดแข็ง
ปาเป้ เธียว สร้างทีมที่มีความยืดหยุ่นทางแท็กติกสูง สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นได้ตามสถานการณ์ อีกทั้งยังมีนักเตะมากประสบการณ์หลายคนภายในทีม ทำให้ "สิงโตแห่งเตรังกา" มีความแข็งแกร่งทั้งในเกมรุกและเกมรับ และเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพในหลายรูปแบบ
จุดอ่อน
แม้จะมีศักยภาพสูง แต่ผลงานในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ช่วงหลังยังไม่โดดเด่นเท่าที่ควร นอกจากนี้เมื่อเผชิญหน้ากับทีมระดับท็อป พวกเขามักมีปัญหาเรื่องความเฉียบคมในการจบสกอร์ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อโอกาสในการไปได้ไกล
----------------------------------------------------------------------------------------------
กลุ่ม : J
แอลจีเรีย
โค้ช : วลาดิเมียร์ เปตโควิช
นักเตะดาวเด่น : ริยาด มาห์เรซ
อันดับฟีฟ่า : 28
แอลจีเรีย เป็นหนึ่งในทีมม้ามืดของฟุตบอลโลกครั้งนี้ หลังผ่านรอบคัดเลือกมาได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ว่าคู่แข่งที่เผชิญหน้าจะไม่ได้แข็งแกร่งมากนักก็ตาม ทำให้ศักยภาพที่แท้จริงของทีมยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามก่อนเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์
จุดแข็ง
แอลจีเรีย มีนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยทักษะและความสามารถเฉพาะตัว อีกทั้งยังเล่นด้วยระบบและแท็กติกที่ชัดเจน ซึ่งพวกเขาแสดงให้เห็นถึงศักยภาพดังกล่าวมาแล้วในศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์
จุดอ่อน
ความพ่ายแพ้ต่อไนจีเรียในรอบก่อนรองชนะเลิศของศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ ยังคงเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอ และทำให้เกิดคำถามว่าทีมชุดนี้จะรับมือกับแรงกดดันในเกมสำคัญได้ดีเพียงใด เมื่อเผชิญหน้ากับคู่แข่งระดับเดียวกัน
อาร์เจนตินา
โค้ช : ลิโอเนล สกาโลนี
นักเตะดาวเด่น : ลิโอเนล เมสซี่
อันดับฟีฟ่า : 1
แชมป์ฟุตบอลโลกและแชมป์โคปา อเมริกา ที่มีแรงกิ้ง ฟีฟ่า อันดับ 1 เดินทางสู่ฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วยขุมกำลังที่คุ้นเคยจากความสำเร็จในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่จากสภาพความฟิตของนักเตะบางรายอาจยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อยหลังผ่านฤดูกาลอันหนักหน่วงกับต้นสังกัด
จุดแข็ง
แกนหลักชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 ยังคงอยู่กันอย่างพร้อมหน้า นำโดยกัปตันทีม ลิโอเนล เมสซี่ ทำให้ขุนพล "ฟ้าขาว" ยังคงมีทั้งคุณภาพ ประสบการณ์ และความเข้าใจในระบบการเล่นที่ยอดเยี่ยม
จุดอ่อน
นักเตะหลายคนประสบปัญหาอาการบาดเจ็บหรือมีสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์นักในช่วงท้ายฤดูกาล ซึ่งอาจส่งผลต่อความพร้อมของทีมในระหว่างการแข่งขัน
ออสเตรีย
โค้ช : ราล์ฟ รังนิก
นักเตะดาวเด่น : คอนราด ไลเมอร์
อันดับฟีฟ่า : 24
ออสเตรีย อาจไม่ได้มีนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์มากมาย แต่พวกเขามีระบบการเล่นที่ชัดเจนและเป็นทีมที่นักเตะทุกคนเชื่อมั่นในแนวทางของโค้ชอย่างเต็มที่
จุดแข็ง
ความต่อเนื่องทางแท็กติกคือจุดแข็งสำคัญของ "ดานูบ" ออสเตรีย ทีมยึดแนวทางการเล่นเดียวกันมาเป็นเวลาหลายปี และ ราล์ฟ รังนิก ก็มีเวลามากพอในการปลูกฝังปรัชญาฟุตบอลของตนเองให้กับนักเตะ จนกลายเป็นทีมที่มีเอกลักษณ์และความเข้าใจในระบบสูง
จุดอ่อน
สไตล์การเล่นที่เน้นการเคาน์เตอร์เพรสซิงอย่างดุดันอาจกลายเป็นดาบสองคม หากผู้เล่นเสียตำแหน่งหรือรักษารูปแบบการเล่นไม่ได้ ช่องว่างที่เกิดขึ้นอาจเปิดโอกาสให้คู่แข่งโจมตีได้อย่างอันตราย
จอร์แดน
โค้ช : จามาล เซลลามี่
นักเตะดาวเด่น : มูซา อัล-ทามารี
อันดับฟีฟ่า : 63
นี่คือการผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของจอร์แดน โดยคาดว่าพวกเขาจะมาในระบบหลัง 3 หรือ 5 พร้อมแนวทางการเล่นที่เน้นเกมรับและรอจังหวะโต้กลับ
จุดแข็ง
จอร์แดน มีจุดเด่นในเกมสวนกลับ โดยอาศัยความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นตัวรุกคนสำคัญอย่าง "เมสซี่ แห่งจอร์แดน" มูซา อัล-ทามารี ในการสร้างความแตกต่างในจังหวะเปลี่ยนเกม
จุดอ่อน
อาการบาดเจ็บของกองหน้าตัวหลักอย่าง ยาซาน อัล-ไนมาต ส่งผลกระทบโดยตรงต่อศักยภาพในเกมรุกของทีม ขณะเดียวกันผู้เล่นส่วนใหญ่ยังขาดประสบการณ์ในเกมระดับสูง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญเมื่อเผชิญหน้ากับทีมที่แข็งแกร่งกว่า
----------------------------------------------------------------------------------------------
กลุ่ม : K
โคลอมเบีย
โค้ช : เนสตอร์ ลอเรนโซj
นักเตะดาวเด่น : หลุยส์ ดิอาซ
อันดับฟีฟ่า : 13
โคลอมเบีย เป็นทีมที่มีขุมกำลังเต็มไปด้วยประสบการณ์ แต่เส้นทางในรอบคัดเลือกยังคงเต็มไปด้วยความไม่สม่ำเสมอ โดยพวกเขาสามารถเอาชนะทีมใหญ่อย่างบราซิลและอาร์เจนตินาได้ แต่ก็สะดุดพ่ายให้กับทีมรองบ่อนอย่างโบลิเวีย
จุดแข็ง
การทำประตูไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับโคลอมเบีย เนื่องจากแนวรุกของทีมมีคุณภาพและความหลากหลายสูง อีกทั้งในรอบคัดเลือกโซนอเมริกาใต้ เป็นหนึ่งในทีมที่ทำประตูได้มากที่สุด เป็นรองเพียงอาร์เจนตินาเท่านั้น
จุดอ่อน
เกมฟุตบอลระดับทัวร์นาเมนต์ที่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอในระยะยาว แต่โคลอมเบีย ยังมีปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นขึ้น ๆ ลง ๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องและความแน่นอนในเกมสำคัญ
ดีอาร์ คองโก
โค้ช : เซบาสเตียน เดซาบร์
นักเตะดาวเด่น : โยอัน วิสซ่า
อันดับฟีฟ่า : 46
เดซาบร์ กุนซือชาวฝรั่งเศส เป็นเฮดโค้ชที่ใส่ใจรายละเอียดในเกมสูง และสามารถพัฒนาให้ทัพ “เสือดาว” กลายเป็นทีมที่มีระบบการเล่นชัดเจนและมีความลงตัวมากขึ้น
จุดแข็ง
ดีอาร์ คองโก เป็นทีมที่มีวินัยในเกมรับสูง ทำให้คู่แข่งเจาะเข้าพื้นที่อันตรายได้ยาก อีกทั้งยังมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง มีความอดทน และไม่ยอมแพ้ง่ายในสถานการณ์กดดัน
จุดอ่อน
ทีม "เสือดาว" ไม่ค่อยเป็นฝ่ายครองเกมเหนือคู่แข่ง และมักมีปัญหาในการสร้างสรรค์โอกาสจากการเล่นในพื้นที่สุดท้าย ทำให้การเจาะแนวรับทีมระดับสูงยังเป็นโจทย์สำคัญ
โปรตุเกส
โค้ช : โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ
นักเตะดาวเด่น : คริสเตียโน่ โรนัลโด้
อันดับฟีฟ่า : 5
โปรตุเกส ตั้งเป้าหมายไว้สูงในฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดยอาจเป็นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ครั้งสุดท้ายของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ขณะที่ทีมเพิ่งคว้าแชมป์ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้ความคาดหวังต่อผลงานของทีมเพิ่มสูงขึ้น
จุดแข็ง
ขุมกำลังของโปรตุเกส มีความสมดุลและลงตัวในทุกตำแหน่ง โดยมีตัวเลือกผู้เล่นที่หลากหลาย สามารถปรับบทบาทและแท็กติกได้ตามสถานการณ์ของเกม
จุดอ่อน
แม้ภาพรวมของทีมจะค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่ความโดดเด่นและอิทธิพลของ โรนัลโด้ ที่มีต่อเกม อาจกลายเป็นทั้งจุดแข็งและจุดเสี่ยง หากทีมพึ่งพามากเกินไปในบางสถานการณ์
อุซเบกิสถาน
โค้ช : ฟาบิโอ คันนาวาโร่
นักเตะดาวเด่น : อับดูโกดีร์ คูซานอฟ
อันดับฟีฟ่า : 50
อุซเบกิสถาน ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดย ฟาบิโอ คันนาวาโร่ กุนซือชาวอิตาเลียน ยังคงยึดระบบ 5-2-3 ที่พาทีม “หมาป่าขาว” ผ่านรอบคัดเลือกมาได้อย่างยอดเยี่ยม
จุดแข็ง
ผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้ด้วยเกมรับที่เหนียวแน่น โดยมี อับดูโกดีร์ คูซานอฟ ดาวเตะจากแมนฯ ซิตี้ เป็นแกนหลักในแนวรับ และทีมเสียเพียง 7 ประตูจาก 10 นัดในรอบคัดเลือก
จุดอ่อน
แม้ คันนาวาโร จะเป็นตำนานในฐานะนักเตะ แต่เส้นทางการเป็นโค้ชของเขายังไม่คงเส้นคงวา ขณะเดียวกันทีมยังคงมีปัญหาในเรื่องการจบสกอร์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งข้อจำกัดสำคัญของทีม
----------------------------------------------------------------------------------------------
กลุ่ม : L
โครเอเชีย
โค้ช : ซลัตโก้ ดาลิช
นักเตะดาวเด่น : ลูก้า โมดริช
อันดับฟีฟ่า : 11
"ตาหมากรุก" ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกได้ทั้งในปี 2018 และ 2022 โดยในทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้มีแนวโน้มจะกลับมาใช้ระบบแบ็กโฟร์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่พวกเขาเคยทำผลงานได้ดี
จุดแข็ง
โครเอเชีย เต็มไปด้วยผู้เล่นมากประสบการณ์ และจากผลงานในฟุตบอลโลกหลายครั้งที่ผ่านมา พวกเขามีจิตใจที่แข็งแกร่งและรับมือกับสถานการณ์กดดันได้ดี โดยมี ลูก้า โมดริช แข้งจอมเก๋าเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลาง
จุดอ่อน
ขุมกำลังสายเลือดใหม่ยังไม่สามารถเข้ามาทดแทนรุ่นเก๋าได้เต็มที่ ทำให้เกิดคำถามว่าแข้งประสบการณ์สูงจะยังรักษามาตรฐานการเล่นไว้ได้หรือไม่ ขณะเดียวกันสภาพร่างกายและความล้าจากอายุที่มากขึ้น รวมถึงสภาพอากาศที่แตกต่าง อาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อฟอร์มการเล่น
อังกฤษ
โค้ช : โธมัส ทูเคิ่ล
นักเตะดาวเด่น : แฮร์รี่ เคน
อันดับฟีฟ่า : 4
อังกฤษ ผ่านรอบคัดเลือกมาได้อย่างค่อนข้างสบาย โดยไม่ได้เผชิญกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งมากนัก ทำให้คำถามเดิมยังคงตามหลอกหลอนพวกเขาอยู่เสมอ นั่นคือ เมื่อถึงรอบน็อกเอาต์ อังกฤษ จะสามารถยกระดับผลงานในการเจอกับทีมชั้นนำได้หรือไม่
จุดแข็ง
ทีม "สิงโตคำราม" มีตัวเลือกในแนวรุกที่หลากหลาย รวมถึงผู้เล่นหมายเลข 10 คุณภาพสูงหลายราย ขณะเดียวกันยังมี เดแคลน ไรซ์ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองกลางตัวรับที่ดีที่สุดในโลกในปัจจุบัน
จุดอ่อน
แนวรับ ยังมีข้อกังขาในด้านความลงตัวและความสม่ำเสมอ ขณะเดียวกันปัญหาความฟิตของผู้เล่นตัวหลักก็ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่น่ากังวลต่อความพร้อมของทีม
กาน่า
โค้ช : คาร์ลอส เคยรอซ
นักเตะดาวเด่น : อองตวน เซเมนโย่
อันดับฟีฟ่า : 73
กาน่า เป็นทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะเกมรุกที่มีความสามารถเฉพาะตัวสูง และผ่านรอบคัดเลือกมาได้อย่างค่อนข้างราบรื่น แต่ด้วยฟอร์มการเล่นช่วงหลังที่แพ้ติดต่อกันหลายเกมถือเป็นสัญญาณที่น่ากังวลก่อนเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์
จุดแข็ง
"ดาวดำ" พัฒนาเกมรุกจากลูกตั้งเตะได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกลายเป็นหนึ่งในทีมที่สร้างอันตรายจากจังหวะดังกล่าวได้ดี อีกทั้งยังมี อองตวน เซเมนโย่ ซึ่งอยู่ในช่วงฟอร์มร้อนแรงกับแมนฯ ซิตี้ เป็นตัวความหวังในแนวรุก
จุดอ่อน
แนวรับ ยังขาดผู้เล่นระดับท็อปที่สามารถสร้างความมั่นใจได้อย่างสม่ำเสมอ ขณะเดียวกันตำแหน่งผู้รักษาประตูยังมีประสบการณ์ในระดับนานาชาติไม่มากนัก ซึ่งอาจเป็นจุดที่ถูกคู่แข่งโจมตี
ปานามา
โค้ช : โธมัส คริสเตียนเซ่น
นักเตะดาวเด่น : ไมเคิล มูริลโล่
อันดับฟีฟ่า : 34
ปานามา หวังจะทำผลงานได้ดีกว่าในฟุตบอลโลก 2018 ที่น่าผิดหวัง หลังผ่านการพัฒนาทีมมาอย่างต่อเนื่องภายใต้การคุมทีมของอดีตโค้ช ลีดส์ ยูไนเต็ด อย่าง โธมัส คริสเตียนเซ่น
จุดแข็ง
"ทัพ La Marea Roja" มีผลงานที่น่าประทับใจในศึกโกลด์คัพและคอนคาเคฟ เนชั่นส์ ลีก ช่วงที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงความต่อเนื่องและความแข็งแกร่งของทีมในระดับทวีป
จุดอ่อน
ปานามา มักมีปัญหาเมื่อเผชิญหน้ากับทีมระดับท็อป และขุมกำลังหลักหลายคนมีอายุเกิน 30 ปี ซึ่งอาจส่งผลต่อความสดและความเข้มข้นของเกมในระยะยาว
----------------------------------------------------------------------------------