จากเรือรบสู่ฟุตบอลโลก: ที่มาของ Viking Row สุดไวรัลของนอร์เวย์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

‘Viking Row’ ท่าพายเรือที่ทั้งโลกกำลังพูดถึง เบื้องหลังคือวัฒนธรรมนักรบที่ยังมีชีวิตอยู่บนอัฒจันทร์ฟุตบอล

เวลาพูดถึงแฟนบอลนอร์เวย์ หลายคนอาจนึกถึงธงสีแดง นักเตะอย่าง เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ หรือบรรยากาศการเชียร์ที่เต็มไปด้วยพลัง แต่ในฟุตบอลโลก 2026 มีอีกหนึ่งภาพที่กำลังกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก นั่นคือแฟนบอลนอร์เวย์หลายพันคนที่พร้อมใจกันทำท่าคล้ายกำลัง “พายเรือไวกิ้ง” ไปพร้อม ๆ กัน

และนี่ไม่ใช่แค่ท่าเชียร์ธรรมดา แต่คือพิธีกรรมที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของชาติที่มีอายุกว่าพันปี

แฟนบอลนอร์เวย์ Reuters/Dylan Martinez
แฟนบอลนอร์เวย์

ท่านี้มีชื่อเรียกว่า “Viking Row” หรือ “การพายเรือแบบไวกิ้ง” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากยุคของนักรบไวกิ้งในแถบสแกนดิเนเวีย เมื่อหลายร้อยปีก่อน นักรบเหล่านี้จะเดินทางด้วยเรือยาว (Longship) เพื่อออกสำรวจ ดำเนินการค้า หรือแม้แต่ทำสงคราม

ในช่วงก่อนเข้าปะทะศัตรู พวกเขาจะลดหรือเก็บใบเรือ แล้วเปลี่ยนมาใช้แรงของฝีพายเพื่อบังคับเรือเข้าฝั่งให้แม่นยำที่สุด ก่อนออกไปเผชิญหน้ากับศัตรูบนแผ่นดิน

สำหรับแฟนบอลนอร์เวย์ในปัจจุบัน ภาพของการพายเรือจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของ “การออกไปสู้ศึก” เป็นการประกาศว่า พวกเขาพร้อมจะพายเรือลำเดียวกัน และพร้อมลุยไปกับทีมชาติในทุกสนามแข่งขัน

วิธีการเชียร์ก็เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เริ่มจากการตีกลองสองครั้งเพื่อกำหนดจังหวะ ก่อนที่แฟนบอลทุกคนจะยื่นแขนไปข้างหน้า โน้มตัว และดึงแขนกลับพร้อมกันเหมือนกำลังพายเรือจริง ๆ ท่ามกลางเสียงร้องเชียร์ที่ดังกระหึ่ม

สิ่งที่ทำให้ Viking Row กลายเป็นไวรัลในฟุตบอลโลกครั้งนี้ คือการที่แฟนบอลนอร์เวย์ไม่ได้ทำท่านี้เฉพาะในสนามแข่งขันเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นแทบทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ บาร์ ร้านอาหาร สถานีรถไฟ หรือแม้แต่บนบันไดเลื่อน

โดยเฉพาะในเมืองบอสตัน ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในศูนย์รวมแฟนบอลนอร์เวย์ในสหรัฐอเมริกา ภาพของแฟนบอลหลายร้อยคนที่พร้อมใจกันพายเรือกลางเมือง ถูกแชร์ไปทั่วโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว และกระแสนี้ก็กำลังขยายไปยังนิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์อย่างต่อเนื่อง

โดยเบื้องหลังการรวมตัวครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นจากกลุ่มแฟนบอลที่ชื่อว่า “Olia” ซึ่งประสานงานกันผ่าน WhatsApp, Messenger และโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพื่อจัดกิจกรรมเชียร์ร่วมกันในแต่ละเมือง

สิ่งที่น่าสนใจคือ แฟนบอลนอร์เวย์ต้องรอคอยการกลับมาสู่ฟุตบอลโลกนานถึง 28 ปี นับตั้งแต่ฟุตบอลโลกปี 1998 ที่ฝรั่งเศส ดังนั้น การได้กลับมายืนอยู่บนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกครั้ง จึงไม่ใช่แค่เรื่องของฟุตบอล แต่เป็นช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ของทั้งประเทศ

พวกเขาไม่ได้ต้องการแค่เข้ามาเชียร์ทีมตัวเอง แต่ยังต้องการแบ่งปันวัฒนธรรมของชาติให้แฟนบอลทั่วโลกได้รู้จัก ทั้งการแต่งกายด้วยหมวกไวกิ้งซึ่งกลายเป็นของหายากจนขาดตลาดในบางพื้นที่ รวมไปถึงอาหารพื้นเมืองอย่าง “Brown Cheese” หรือชีสน้ำตาลที่ทำจากนมแพะ ซึ่งเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของชาวนอร์เวย์

และเมื่อมองลึกลงไปท่าพายเรือไวกิ้งจึงเป็นมากกว่าท่าเชียร์ในสนามฟุตบอล

เพราะมันคือการนำเรื่องราวของบรรพบุรุษเมื่อหลายร้อยปีก่อน มาถ่ายทอดผ่านกีฬา เป็นการเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน และเป็นเครื่องยืนยันว่า แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด จิตวิญญาณของนักรบไวกิ้งก็ยังคงอยู่ในหัวใจของชาวนอร์เวย์เสมอ

ทุกครั้งที่แฟนบอลนอร์เวย์พร้อมใจกันพายเรือ พวกเขาไม่ได้กำลังจำลองการเดินทางของนักรบในอดีตเท่านั้น แต่กำลังบอกกับทั้งโลกว่า…นอร์เวย์กลับมาแล้ว และพวกเขาพร้อมออกศึกอีกครั้งบนเวทีฟุตบอลโลก
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ