ยอดทีมแห่งการโดนปาด! ทำไม “อาร์เซน่อล” ถึงพลาดเป้าหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่า?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“อาร์เซน่อล” เดินหน้าคว้าตัวเป้าหมาย แต่สุดท้ายกลับถูกคู่แข่งปาดหน้า แล้วอะไรคือปัญหาที่ทำให้ “ปืนใหญ่” พลาดดีลสำคัญ?

ตลาดซื้อขายนักเตะของอาร์เซน่อลในซัมเมอร์นี้กำลังกลายเป็นเรื่องชวนปวดหัวสำหรับแฟนบอลไม่น้อยเพราะไม่ใช่ว่า “ปืนใหญ่” ไม่มีเงิน ไม่ใช่ว่าไม่มีเป้าหมาย และหลายครั้งพวกเขายังเป็นทีมเต็งที่จะคว้าตัวนักเตะเหล่านั้นด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายกลับเกิดภาพเดิม ๆ คือ อาร์เซน่อลเดินเกมมาดี ก่อนถูกคู่แข่งปาดหน้าในช่วงโค้งสุดท้าย

เจเรมี่ มองก้าถูกแมนเชสเตอร์ ซิตี้คว้าตัวไปขณะที่ มอร์แกน โรเจอร์ส ซึ่งเป็นนักเตะที่ มิเกล อาร์เตต้า ชื่นชอบมานาน ก็กลายเป็นของเชลซี หลัง “สิงห์บลูส์” ทุ่มเงินมหาศาลจนดีลพุ่งไปถึง 117 ล้านปอนด์

มอร์แกน โรเจอร์ส หนึ่งในเป้าหมายที่อาร์เซน่อลพลาด Reuters/Paul Childs
มอร์แกน โรเจอร์ส หนึ่งในเป้าหมายที่อาร์เซน่อลพลาด
ขณะเดียวกัน ราคานักเตะในตลาดก็พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนอาร์เซน่อลต้องเลือกระหว่าง “จ่ายแพงเกินมูลค่า” หรือ “ยอมถอยแล้วปล่อยให้คู่แข่งคว้าตัวไป” 

โดยจนถึงตอนนี้พวกเขาได้ผู้เล่นใหม่เข้ามาเพียงสองราย ได้แก่ คริสตอส โซลิส ปีกทีมชาติกรีซที่ย้ายมาด้วยค่าตัวราว 34 ล้านปอนด์ และอิลลัน เมสลิเยร์ ผู้รักษาประตูสำรองที่ย้ายมาจากลีดส์ ยูไนเต็ดแบบไม่มีค่าตัว

แน่นอนว่าแฟนบอลเข้าใจดีว่า ตลาดซื้อขายยังเหลือเวลาอีกมาก และในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีก อาร์เซน่อลก็ไม่ได้จำเป็นต้องผ่าตัดทีมครั้งใหญ่เหมือนหลายสโมสร

แต่สิ่งที่เริ่มทำให้แฟนบอลกังวล คือภาพของ “ปืนใหญ่” ที่กำลังกลายเป็นทีมเต็งในการคว้าตัวนักเตะ ก่อนจะถูกคู่แข่งปาดหน้าในช่วงโค้งสุดท้าย คล้ายดีลของมิไคโล มูดริก ที่ทัพปืนใหญ่ก็โดนเชลซีปาดไปเช่นกัน

กรณีของ เจเรมี่ มองก้า คือหนึ่งในตัวอย่าง เมื่ออาร์เซน่อลติดตามดาวรุ่งจากเลสเตอร์มานาน แต่สุดท้ายแมนเชสเตอร์ ซิตี้กลับเข้ามาคว้าตัวไป ขณะที่ มอร์แกน โรเจอร์ส ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ มิเกล อาร์เตต้า ต้องการมานานกว่าหนึ่งปี ก็ถูกเชลซีปาดหน้าไปด้วยค่าตัว 117 ล้านปอนด์
ที่น่าสนใจคือ อาร์เซน่อลเคยเป็นทีมเต็งที่จะได้ตัวทั้งคู่ และในกรณีของโรเจอร์ส พวกเขายังได้รับโอกาสให้ทาบข้อเสนอของเชลซีด้วย แต่เลือกไม่เดินหน้าต่อ เพราะประเมินค่าตัวนักเตะไว้ราว 80 ล้านปอนด์

ในมุมหนึ่ง นี่คือการรักษาวินัยทางการเงินของอาร์เซน่อล แต่ในอีกมุม แฟนบอลก็มีสิทธิ์ตั้งคำถามว่า กระบวนการทำงานของสโมสรมีอะไรผิดพลาดหรือไม่ เพราะเป้าหมายสำคัญกลับหลุดมือไปถึงสองราย

ย้อนกลับไปในปี 2023 อาร์เซน่อลเคยจัดการดีลใหญ่ได้อย่างยอดเยี่ยมกับ เดแคลน ไรซ์ พวกเขาทำให้นักเตะชัดเจนว่าต้องการย้ายมาเอมิเรตส์ สเตเดียมเท่านั้น จนแม้แมนเชสเตอร์ ซิตี้จะพร้อมจ่ายมากกว่า แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจไรซ์ได้

ทว่าซัมเมอร์นี้ อาร์เซน่อลกลับทำแบบเดียวกันไม่ได้ ตลาดซื้อขายกำลังมีราคาที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ หลังแมนเชสเตอร์ ซิตี้ทุ่ม 116 ล้านปอนด์คว้า เอลเลียต แอนเดอร์สัน ซึ่งกลายเป็นเหมือนมาตรฐานใหม่ของตลาดกองกลาง

อาร์เซน่อลจึงต้องเจอกับสถานการณ์เดียวกันเมื่อ ซานโดร โตนาลี ย้ายจากนิวคาสเซิลไปท็อตแนม ฮอตสเปอร์ด้วยค่าตัว 100 ล้านปอนด์ และ มาเตอุส แฟร์นันด์ส ย้ายไปสเปอร์สด้วยราคา 85 ล้านปอนด์

นั่นทำให้เป้าหมายอย่าง บรูโน่ กิมาไรส์ และ เอซรี คอนซ่า กลายเป็นดีลที่อาร์เซน่อลต้องคิดหนักอีกครั้งว่า จะยอมจ่ายเกินมูลค่าที่ประเมินไว้ หรือเลือกเดินออกจากโต๊ะเจรจา

ปัญหาคือ อาร์เซน่อลไม่ได้มีอิสระทางการเงินแบบเชลซีหรือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้จะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกและมีรายได้สูงเป็นสถิติใหม่ก็ตาม

ซัมเมอร์ที่แล้วพวกเขาใช้เงินเสริมทัพไปราว 270 ล้านปอนด์ แต่ขายนักเตะออกไปได้เพียงประมาณ 9 ล้านปอนด์ ซึ่งสะท้อนจุดอ่อนสำคัญของสโมสรในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นั่นคือ ซื้อเก่ง แต่ขายไม่เก่งพอ

แม้ซัมเมอร์นี้จะขาย เลอันโดร ทรอสซาร์ และ ยาคุบ คิวิออร์ รวมกันได้ราว 30 ล้านปอนด์ แต่ก็ยังมีนักเตะอย่าง กาเบรียล เชซุส, ฟาบิโอ วิเอร่า, อีธาน นวาเนรี หรือ กาเบรียล มาร์ติเนลลี ที่อาจต้องถูกพิจารณาเพื่อเพิ่มพื้นที่ทางการเงิน

ขณะเดียวกัน สโมสรยังต้องเตรียมรับมือกับค่าใช้จ่ายในอนาคต ทั้งสัญญาใหม่ของอาร์เตต้า รวมถึง เดแคลน ไรซ์ และ ยูร์เรียน ทิมเบอร์

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือวิธีการทำงานของ อันเดรีย แบร์ตา ผู้อำนวยการกีฬาของอาร์เซน่อล ซึ่งใช้แนวทางที่เรียกว่า “Spinning Plates” หรือการจัดการหลายดีลพร้อมกัน 

พูดง่าย ๆ คือการวางเป้าหมายหลายคนในตำแหน่งเดียวกันไปพร้อม ๆ กัน แล้วค่อยประเมินและเลือกดีลที่ดีที่สุด ซึ่งเราเห็นได้ชัดจากซัมเมอร์ก่อน เมื่ออาร์เซน่อลเดินหน้าพร้อมกันทั้ง วิคเตอร์ โยเคเรส และ เบนจามิน เชชโก้ ก่อนจะเลือกโยเคเรสในท้ายที่สุด

ข้อดีคือสโมสรมีทางเลือกและสามารถเปรียบเทียบทุกด้านก่อนตัดสินใจ แต่ข้อเสียคือกระบวนการนี้อาจใช้เวลานาน และทำให้นักเตะหรือเอเยนต์เกิดคำถามว่า “อาร์เซน่อลต้องการเราจริง ๆ หรือเราเป็นเพียงหนึ่งในตัวเลือก?”

อย่างไรก็ตาม ตลาดซื้อขายยังเหลือเวลาอีกมาก อาร์เซน่อลยังไม่จำเป็นต้องตัดสินใจด้วยความตื่นตระหนก และดีลใหญ่บางดีลก็ยังไม่สามารถตัดทิ้งได้ทั้งหมด

สุดท้าย สิ่งที่อาร์เซน่อลต้องพิสูจน์ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า คือพวกเขาจะเปลี่ยนคำพูดของอาร์เตต้าที่ต้องการ “ความทะเยอทะยาน ความรวดเร็ว และความฉลาด” ให้กลายเป็นการลงมือทำได้จริงหรือไม่

เพราะในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีก อาร์เซน่อลอาจไม่จำเป็นต้องซื้อนักเตะให้มากที่สุด แต่พวกเขาจำเป็นต้อง เลือกให้แม่นที่สุด และที่สำคัญกว่านั้นคือ ต้องไม่ปล่อยให้เป้าหมายสำคัญหลุดมือไปอยู่กับคู่แข่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า
 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ