11 นัดติดต่อกันที่เชลซีไม่สามารถเอาชนะอาร์เซน่อลได้ในทุกรายการ ตัวเลขนี้อาจดูเหมือนเป็นเพียงสถิติ แต่เมื่อมองย้อนกลับไป มันสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสองทีมลอนดอนได้อย่างน่าสนใจ
ครั้งสุดท้ายที่เชลซีเอาชนะอาร์เซน่อลได้ ต้องย้อนกลับไปถึงเดือนสิงหาคม 2021 ก่อนที่หลังจากนั้น “สิงห์บลูส์” จะไม่สามารถเก็บชัยเหนือคู่ปรับร่วมเมืองได้อีกเลย ขณะที่อาร์เซน่อลค่อย ๆ กลายเป็นฝ่ายที่ทำผลงานเหนือกว่าอย่างต่อเนื่อง โดย 11 เกมหลังสุด เชลซีทำได้เพียง เสมอ 3 นัด และแพ้ถึง 8 นัดในทุกรายการ
ที่น่าสนใจคือ ความได้เปรียบของอาร์เซน่อลไม่ได้เกิดจากการเอาชนะกันแบบเฉียดฉิวทุกครั้ง เพราะในช่วงเวลานี้ก็มีทั้งเกมที่อาร์เซน่อลคว้าชัยแบบเด็ดขาด โดยเฉพาะเกมพรีเมียร์ลีกที่เอมิเรตส์ในเดือนเมษายน 2024 ซึ่งจบลงด้วยชัยชนะ 5-0
แล้วอะไรทำให้เชลซีดูเหมือน “แพ้ทาง” อาร์เซน่อล?
ส่วนหนึ่งต้องยกให้สไตล์การเล่นของอาร์เซน่อลภายใต้ มิเกล อาร์เตต้า ที่มีจุดแข็งเรื่องการควบคุมพื้นที่ การเล่นลูกตั้งเตะ และการรักษาความได้เปรียบเมื่อขึ้นนำ
ขณะที่เชลซีในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเปลี่ยนทั้งผู้จัดการทีมและโครงสร้างทีมอยู่หลายครั้ง ทำให้ความต่อเนื่องในการรับมือกับอาร์เซน่อลไม่เหมือนฝั่งตรงข้ามที่มีแกนหลักและแนวทางการเล่นชัดเจนกว่า
ยิ่งเมื่อทั้งสองทีมต้องเจอกันในเกมที่มีความกดดันสูง ความแตกต่างเรื่องประสบการณ์และความคุ้นเคยกับระบบก็ยิ่งเห็นชัด อาร์เซน่อลรู้ว่าจะเล่นเกมของตัวเองอย่างไร ขณะที่เชลซีมักต้องหาวิธีปรับตัวเพื่อรับมือกับคู่แข่งที่พวกเขาเอาชนะไม่ได้มานานหลายปี
อย่างไรก็ตาม สถิตินี้อาจกำลังเข้าสู่บทใหม่ เพราะเชลซีเริ่มต้นฤดูกาล 2026/27 ด้วยชัยชนะ 2 นัดรวด และกำลังจะเจอกับอาร์เซน่อลด้วยทีมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ภายใต้การคุมทีมของ ชาบี อลอนโซ่
ดังนั้น เกมนี้จึงไม่ใช่แค่ลอนดอนดาร์บี้ธรรมดา แต่คือโอกาสของเชลซีในการพิสูจน์ว่า “11 นัดไร้ชัย” เป็นเพียงอดีต หรืออาร์เซน่อลจะยังคงเป็นของแสลงที่พวกเขาหาทางแก้ไม่เจอ?
สุดท้ายแล้ว เกมนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญของเชลซีว่า พวกเขาจะหยุดสถิติที่ยืดเยื้อมานานได้หรือไม่ หรืออาร์เซน่อลจะยังคงเป็นทีมที่พวกเขาหาทางเอาชนะไม่ได้ต่อไป