ถ้าพูดถึงฟุตบอลไทยในเอเชียนเกมส์ หนึ่งในเกมที่แฟนบอลไทยยังคงจดจำได้จนถึงวันนี้ คงหนีไม่พ้นเกมที่ทัพช้างศึกดวลกับ “เกาหลีใต้” ในปี 1998 และลูกฟรีคิกระดับตำนานของ “ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล” ที่เปลี่ยนเกมทั้งเกมไปตลอดกาล
ใครที่ทันเกมนี้ น่าจะยังจำภาพลูกยิงนั้นกันได้ดี ส่วนใครที่ไม่ทัน เราจะพาย้อนกลับไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นในค่ำคืนที่ “โกลเด้นโกล” ลูกนั้น กลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่บรรลือโลกของฟุตบอลไทย
ย้อนกลับไปในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ปี 1998 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ทัพช้างศึกภายใต้การคุมทีมของกุนซือชาวอังกฤษอย่าง ปีเตอร์ วิธ ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ก่อนต้องเผชิญหน้ากับ “เกาหลีใต้” มหาอำนาจลูกหนังเอเชียที่เพิ่งผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 1998 ที่ฝรั่งเศสมาได้สำเร็จ
เมื่อมองจากชื่อชั้นของทั้งสองทีม เกมนี้แทบไม่มีใครมองว่าไทยเป็นต่อ แต่สิ่งหนึ่งที่เกาหลีใต้ต้องเจอในวันนั้น ไม่ใช่แค่ทีมชาติไทย แต่คือเสียงเชียร์จากแฟนบอลเจ้าภาพที่เข้ามาเต็มสนามราชมังคลากีฬาสถาน
เสียงเชียร์กระหึ่มตั้งแต่เริ่มเกม และกลายเป็นพลังสำคัญให้ช้างศึกสู้กับทีมระดับท็อปของเอเชียได้แบบไม่เกรงกลัว
เกมดำเนินมาจนถึงช่วงท้าย และนาทีที่ 81 ทีมชาติไทยก็ได้ประตูขึ้นนำจาก “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ทำให้แฟนบอลในสนามราชมังคลาฯ แทบคลั่งกันทั้งสนาม
แต่ความฝันของไทยยังไม่จบง่ายๆ เพราะเพียง 4 นาทีต่อมา เกาหลีใต้ตามตีเสมอเป็น 1-1 ทำให้เกมต้องเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษแบบโกลเด้นโกล ซึ่งหมายความว่าใครยิงประตูได้ก่อน จะเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะทันที
และหลังจากเริ่มช่วงต่อเวลาพิเศษไปได้ไม่นาน ไทยก็ได้ฟรีคิกระยะประมาณ 30 หลา ทุกสายตาในสนามจับจ้องไปที่ลูกบอล และสองนักเตะที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือ “ดุสิต เฉลิมแสน” กับ “ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล”
ดุสิตเขี่ยบอลเบาๆ ก่อนที่ธวัชชัยจะวิ่งเข้ามาซัดเต็มข้อ บอลพุ่งโค้งข้ามกำแพง ก่อนเสียบคานเข้าไปอย่างสวยงาม
โกลเด้นโกล..ส่งผลให้ ทีมชาติไทยชนะเกาหลีใต้ 2-1 และผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศของเอเชียนเกมส์ 1998 ได้อย่างเหลือเชื่อ
ประตูนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงฟรีคิกสุดสวย แต่กลายเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของฟุตบอลไทยในเอเชียนเกมส์ เพราะไทยสามารถโค่นเกาหลีใต้ ทีมที่เพิ่งไปฟุตบอลโลกมาได้ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง
จากเกมที่หลายคนมองว่าไทยเป็นรองและอาจไม่มีโอกาส กลับกลายเป็นหนึ่งในค่ำคืนที่ปลุกศรัทธาของแฟนบอลไทยขึ้นมาอีกครั้ง
และทุกครั้งที่พูดถึงเอเชียนเกมส์ 1998 ชื่อของ “ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล” กับลูกฟรีคิกที่สะเทือนทั้งราชมังคลาฯ ก็ยังคงเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่แฟนบอลไทยจดจำมาจนถึงวันนี้
อย่างไรก็ดี จากฮีโร่ผู้ยิง “ฟรีคิก” ดับเกาหลีใต้ในปี 1998 วันนี้ ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล กลับมาสู่เวทีเอเชียนเกมส์อีกครั้ง แต่เปลี่ยนบทบาทจากผู้เล่นในสนาม มาเป็นคนยืนข้างสนามในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย U23
ธวัชชัยเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย U23 ตั้งแต่ปี 2025 และได้รับการต่อสัญญาจนจบภารกิจเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น ก่อนพาทีมชาติไทยชุดนี้เข้าสู่ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ในฐานะกุนซือเต็มตัว
กว่า 28 ปีผ่านไป จากวันที่เขาเคยเป็นคนยิงประตูที่ทำให้แฟนบอลไทยลุกขึ้นเฮทั้งราชมังคลาฯ วันนี้ “โค้ชวัง” กำลังมีภารกิจใหม่ นั่นคือการพาช้างศึก U23 สร้างความทรงจำครั้งใหม่บนเวทีเอเชียนเกมส์
และบางที เอเชียนเกมส์ 2026 อาจเป็นอีกบทหนึ่งของเรื่องราวระหว่าง “ธวัชชัย” กับฟุตบอลไทย ที่แฟนบอลต้องจับตาดูว่าจะจบลงแบบไหน..