การออกสตาร์ตฤดูกาลอย่างร้อนแรงของไบรท์ตัน หลังจากผ่านไป 9 นัด พวกเขาชนะถึง 6 เสมอ 1 และแพ้ 2 นัด อยู่อันดับ 3 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะนักเตะกำลังอยู่ในฟอร์มที่ดี
แต่เป็นผลจากการทำงานอย่างต่อเนื่องที่ฟาเบียน เฮอเซเลอร์ ที่ค่อย ๆ สร้างแนวทางฟุตบอลของตัวเอง จนทีมเริ่มแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทั้งเกมรุกและเกมรับ
ย้อนกลับไปในฤดูกาลก่อน เฮอเซเลอร์ต้องเผชิญกับแรงกดดันไม่น้อย หลังผลงานของทีมยังขาดความสม่ำเสมอจนมีหลายช่วงที่อนาคตของเขาถูกตั้งคำถาม อย่างไรก็ตาม สโมสรยังคงให้เวลาและความเชื่อมั่นแก่กุนซือชาวเยอรมันรายนี้
ซึ่งเขาก็ใช้ช่วงเวลานั้นเรียนรู้ ทดลอง และปรับเปลี่ยนแนวทางการเล่น จนในที่สุดเริ่มเจอสูตรที่ลงตัวมากขึ้นโดยสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือความกล้าในการเล่น ไบรท์ตันพยายามส่งผู้เล่นขึ้นไปมีส่วนร่วมกับเกมรุกมากขึ้น ไม่ได้จำกัดบทบาทการเข้าทำไว้แค่แนวรุกเท่านั้น
ขณะเดียวกันเมื่อเสียบอล นักเตะทุกคนก็พร้อมช่วยกันไล่เพรสซิ่งและแย่งบอลกลับมาให้เร็วที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งไหนก็ตาม
แต่สิ่งที่เฮอเซเลอร์ต้องการสร้างไม่ได้มีเพียงเรื่องแท็กติก เพราะเขายังพยายามเปลี่ยน Mindset ของลูกทีมให้มีความเชื่อมั่นและกล้าเล่นมากกว่าเดิม นักเตะทุกคนต้องเข้าใจว่าตัวเองมีส่วนสำคัญต่อทีม
ทั้งในจังหวะที่ครองบอลและตอนที่ต้องช่วยกันป้องกัน เป้าหมายคือการทำให้ไบรท์ตันเป็นทีมที่ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ได้พึ่งพาความสามารถของผู้เล่นเพียงไม่กี่คน
นอกจากนี้ เฮอเซเลอร์ยังให้ความสำคัญกับทัศนคติและความเป็นหนึ่งเดียวกันของทีม เขาต้องการสร้างกลุ่มนักเตะที่พร้อมทำงานเพื่อส่วนรวม นักเตะที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับแนวทางหรือมีทัศนคติไม่ตรงกับสิ่งที่เขาต้องการก็อาจต้องหลุดออกจากแผนการทำทีม
แม้จะเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์ก็ตาม เพราะสำหรับเขา ความสามารถส่วนบุคคลจะไม่มีความหมายมากนัก หากทุกคนไม่สามารถเดินไปในทิศทางเดียวกันได้
หลังจากความพ่ายแพ้ในศึกคาราบาว คัพ เฮอเซเลอร์พยายามสร้างบรรยากาศเชิงบวกภายในทีม พร้อมกระตุ้นให้นักเตะเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองและเพื่อนร่วมทีมมากขึ้น โดย เชม่า อันเดรส กองกลางของไบรท์ตัน ยอมรับว่าคำพูดของเฮอเซเลอร์มีส่วนช่วยสร้างกำลังใจและทำให้ทุกคนพร้อมลงสนามด้วยความมั่นใจ
สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นในเกมพรีเมียร์ลีกนัดถัดมา เมื่อไบรท์ตันบุกไปเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ถึงเอติฮัด สเตเดียม 1-0 จากประตูชัยของ ยาซิน อายารี ในนาทีที่ 11 นับเป็นชัยชนะครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรที่สนามแห่งนี้ หลังจากเคยมาเยือนแล้ว 11 ครั้งก่อนหน้านี้โดยไม่เคยคว้าชัยได้เลย
และชัยชนะดังกล่าวยังแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการอีกด้านของไบรท์ตัน เพราะพวกเขาไม่ได้มีดีแค่การเล่นเกมรุกหรือครองบอลอย่างสวยงาม แต่ยังสามารถปรับวิธีเล่นให้เหมาะกับคู่แข่งได้ด้วย
ในเกมนี้ทีมยอมลดการครองบอลลงมาเหลือ 39 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังรักษาระเบียบเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยม และใช้โอกาสเข้าทำอย่างมีประสิทธิภาพจนคว้าสามแต้มสำคัญกลับบ้าน
แม้ผลงานที่ยอดเยี่ยมจะทำให้ไบรท์ตันถูกพูดถึงในฐานะทีมที่มีโอกาสลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ รวมถึงเริ่มมีเสียงพูดถึงการลุ้นแชมป์ แต่เฮอเซเลอร์และลูกทีมยังเลือกโฟกัสกับการแข่งขันทีละนัด โดยมองว่าการรักษามาตรฐานและพัฒนารูปแบบการเล่นให้ดียิ่งขึ้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
จากทีมที่เคยถูกตั้งคำถามเรื่องผลงาน วันนี้ไบรท์ตันกำลังแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ทั้งแท็กติกในสนาม ความเชื่อมั่นของนักเตะ และความเป็นหนึ่งเดียวกันภายในทีม ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เฮอเซเลอร์ค่อย ๆ สร้างขึ้น จนทำให้ไบรท์ตันกลายเป็นทีมที่คู่แข่งในพรีเมียร์ลีกไม่สามารถประมาทได้อีกต่อไป