ปิแอร์ ซาจ เปลี่ยนแปลง 4 ตำแหน่ง ส่ง อักแซล ดิซาซี่ กลับมาติดทีมตัวจริงอีกครั้ง ส่วน ยอร์เก้น สแตรนด์ ลาร์เซ่น ลงเล่นหน้าเป้า เนื่องจาก ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า ติดโทษแบน ด้าน ออสการ์ มิงเกซา สตาร์ทวิงแบ็กขวา
อันโดนี่ อิราโอล่า ปรับ 5 ตำแหน่งจากเกมบอลถ้วยยุโรป แนวรุกส่ง อเล็กซานเดอร์ อิซัค และ โคดี้ กัคโป กลับมาสตาร์ทตัวจริง ขณะที่ ฟลอเรียน เวียตซ์ จะเล่นหมายเลข 10 ส่วน โดมินิค โซบอสซ์ไล ยืนกองกลางตัวรุกคู่กับ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ บรัดเล่ย์ บาร์กโกล่า ยืนปีกซ้ายที่ถนัด
เริ่มเกมเพียงแค่ 20 วินาที ลิเวอร์พูล ทักทายก่อนจาก อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ยิงจากนอกกรอบเขตโทษ แต่ว่า ดีน เฮนเดอร์สัน รับบอลไว้ได้
นาที 14 ลิเวอร์พูล ครองเกมบุกได้มากกว่าเจ้าบ้าน โดมินิค โซบอสซ์ไล ซัดด้วยซ้ายจากนอกกรอบเขตโทษ ดีน เฮนเดอร์สัน ยังพุ่งปัดออกไปได้
นาที 18 คริสตัล พาเลซ ได้โอกาสยิงครั้งแรก ไทริค มิตเชลล์ วางเข้ามาให้ เยเรมี่ ปิโน ยิงด้วยซ้ายบอลชนคานพลาดโอกาสขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย
นาที 32 คริสตัล พาเลซ เกือบได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะในกรอบเขตโทษ บอลหลุดมาเข้าทาง ยอร์เก้น สแตรนด์ ลาร์เซ่น ยิงเข้าไป แต่ผู้ตัดสินเช็ก VAR เป็นจังหวะล้ำหน้าก่อนหน้านี้
นาที 38 เจ้าถิ่นบุกต่อเนื่อง ไดจิ คามาดะ ซัดวอลเลย์เต็มข้อ แต่ อลีสซง เบ็คเกอร์ เซฟเอาไว้ได้
นาที 40 ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะ โดมินิค โซบอสซ์ไล ปั่นฟรีคิกจากฝั่งขวาเข้ามาหน้าปากประตู อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ วิ่งหนีตัวประกบพุ่งเข้ามาโหม่งตุงตาข่าย และเป็นการยิงประตูแรกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ของแข้งชาวอาร์เจนไตน์ โดยเป็นการทำประตูครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ในเกมกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
นาที 43 อลีสซง เบ็คเกอร์ โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมอีกครั้ง ปัดลูกโหม่งของ อดัม วอร์ตัน ที่กำลังจะเข้ามุมไกลออกไปได้
จบครึ่งแรก คริสตัล พาเลซ 0-1 ลิเวอร์พูล
กลับมาเล่นต่อครึ่งหลังช่วง 5 นาทีแรก คริสตัล พาเลซ เป็นฝ่ายครองเกมบุกได้มากกว่าลิเวอร์พูล
นาที 54 ลิเวอร์พูล นำห่าง 2-0 จากจังหวะ บรัดเล่ย์ บาร์กโกล่า กระชากบอลขึ้นมาจากทางฝั่งขวาก่อนครอสเข้ามาหน้าปากประตูให้ ฟลอเรียน เวียตซ์ ยิงด้วยขวาตุงตาข่าย และเป็นประตูแรกของแข้งชาวเยอรมันในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
นาที 68 ลิเวอร์พูล เปลี่ยน โดมินิค โซบอสซ์ไล และ บรัดเล่ย์ บาร์กโกล่า ออกจากสนาม แล้วส่ง เทรย์ นโยนี่ กับ บิคตอร์ มูญอซ ลงมาแทน
นาที 78 ดาริโอ โอโซริโอ วิ่งทะลุแนวรับของลิเวอร์พูลเข้าไปได้แล้วเปิดให้ เยเรมี่ ปิโน แต่ อลีสซง เบ็คเกอร์ เข้ามาสกัดลูกยิงได้อย่างรวดเร็ว บอลเด้งมาเข้าทาง เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา ซ้ำดาบสองก็ยังไม่ผ่านมือผู้รักษาประตูชาวบราซิเลียน
นาที 85 ฟลอเรียน เวียตซ์ ซัดด้วยขวาแต่เบาไป ดีน เฮนเดอร์สัน เซฟเอาไว้ได้
นาที 87 ฟลอเรียน เวียตซ์ วางยาวเข้าทาง บิคตอร์ มูญอซ ก่อนส่งมาให้ อเล็กซานเดอร์ อิซัค หลุดเดี่ยวก่อนยิงไปติดเซฟของ ดีน เฮนเดอร์สัน
นาที 89 ฟลอเรียน เวียตซ์ แตะให้ อเล็กซานเดอร์ อิซัค แก้ตัวได้สำเร็จยิงให้ลิเวอร์พูล ทิ้งห่าง 3-0 และเป็นประตูที่ 7 ของเจ้าตัวในฤดูกาลนี้
นาที 90+5 คริสตัล พาเลซ มาได้จุดโทษ และเป็น เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ รับหน้าที่สังหารจุดโทษให้ทีมตีไข่แตก 1-3
จบเกม ลิเวอร์พูล บุกมาชนะ คริสตัล พาเลซ 3-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก ส่งให้ "หงส์แดง" มีเพิ่มเป็น 18 แต้ม ขยับขึ้นอยู่อันดับ 4 ของตาราง ส่วน "ดิ อีเกิลส์" จมบ๊วยของตาราง มีเพียง 7 แต้มเท่าเดิม
รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริง
คริสตัล พาเลซ (3-4-2-1) : ดีน เฮนเดอร์สัน - เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา, อักแซล ดิซาซี่,คริส ริชาร์ดส์ - ออสการ์ มิงเกซา, อดัม วอร์ตัน, ควินเตน ทิมเบอร์, ไทริค มิตเชลล์ - ไดจิ คามาดะ, เยเรมี่ ปิโน - ยอร์เก้น สแตรนด์ ลาร์เซ่น
ลิเวอร์พูล (4-2-3-1) : อลีสซง เบ็คเกอร์ - โรนัลด์ อเราโฮ่, เฌเรมี่ ฌักเก้ต์, เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, มิลอส เคอร์เคซ - โดมินิค โซบอสซ์ไล, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ - บรัดเล่ย์ บาร์กโกล่า, ฟลอเรียน เวียตซ์, โคดี้ กัคโป - อเล็กซานเดอร์ อิซัค